นาซาชี้โลกรอดพ้นภัยจากดาวเคราะห์น้อย "อะโพฟิส" ชั่วคราว ไม่พุ่งชนแน่ในช่วง 100 ปีนี้

นาซาระบุว่าวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสจะไม่เป็นภัยต่อโลกตลอดช่วงศตวรรษหน้า

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ,

นาซาระบุว่าวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสจะไม่เป็นภัยต่อโลกตลอดช่วงศตวรรษหน้า

แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีรายงานข่าวที่น่าตื่นตระหนกว่า ดาวเคราะห์น้อย "อะโพฟิส" (Apophis) มีโอกาสที่จะพุ่งชนโลกภายในเวลา 48 ปีข้างหน้า แต่ล่าสุดองค์การนาซาได้แถลงถึงผลการศึกษาใหม่ ซึ่งชี้ว่าวัตถุอวกาศดังกล่าวมีวิถีโคจรที่ไม่เป็นภัยต่อโลก อย่างน้อยก็ตลอดช่วง 100 ปีนับจากนี้

ทีมนักดาราศาสตร์ของนาซาใช้ข้อมูลเรดาร์ที่มีความละเอียดสูงขึ้น ประมาณการถึงลักษณะของวงโคจรดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่วนรอบดวงอาทิตย์ จนพบว่าโอกาสที่มันจะพุ่งเข้าชนโลกในปี 2068 นั้น ไม่มีความเป็นไปได้อีกต่อไป ทั้งยังปลอดโอกาสที่จะเฉียดกรายเข้าใกล้ระยะที่เป็นอันตรายต่อโลกในช่วงหนึ่งศตวรรษนับจากนี้ด้วย

ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2004 บรรดานักดาราศาสตร์เคยคาดการณ์กันว่า มันอาจชนปะทะหรือพุ่งเข้าเฉียดโลกในปี 2029 แต่ก็มีการเผยผลวิเคราะห์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงคำพยากรณ์เป็นปี 2036 และ 2068 ตามลำดับ จนกระทั่งมีการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดในปัจจุบัน

ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสได้รับการตั้งชื่อตามเทพแห่งความโกลาหลและความมืดของอียิปต์โบราณ มีความกว้างสูงสุดราว 340 เมตร มีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอล 3 แห่งรวมกัน และเพิ่งโคจรผ่านโลกไปในระยะห่าง 17 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

ทีมนักดาราศาสตร์ขององค์การนาซายังเปิดเผยว่า จะยังคงศึกษาดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ต่อไป โดยพวกเขาตั้งตารอเก็บข้อมูลใหม่ ๆ จากการที่อะโพฟิสจะโคจรเฉียดเข้าใกล้โลกอีกครั้งในปี 2029

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ,

ภาพดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสแบบเป็นจุดพิกเซล ซึ่งเป็นการบันทึกภาพด้วยคลื่นวิทยุ

ในอีก 8 ปีข้างหน้า อะโพฟิสจะอยู่ในระยะห่างเพียง 32,000 กิโลเมตรจากพื้นโลกเท่านั้น ระยะห่างดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1 ใน 10 ของระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์

ผู้คนในซีกโลกตะวันออก ซึ่งรวมถึงทวีปเอเชีย แอฟริกา และยุโรปบางส่วน จะสามารถมองเห็นดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสที่เฉียดเข้าใกล้โลกในปี 2029 ได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาเข้าช่วยแต่อย่างใด