อินเดียพบผู้ติดเชื้อราดำเกือบ 9,000 ราย ซ้ำเติมผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด

  • ซูติก บิสวาส
  • ผู้สื่อข่าวประจำอินเดีย
An attendant is seen next to a patient who recovered from the Covid-19 coronavirus and is now infected with black fungus, a deadly fungal infection at the Netaji Subhash Chandra Bose Medical College in Jabalpur on 21 May 2021

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ,

อินเดียพบว่า ผู้ป่วยโควิดที่หายป่วยแล้วหรือที่กำลังพักฟื้น ติดเชื้อ "ราดำ" หลายพันคน

อินเดียรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ "ราดำ" มากกว่า 8,800 คน แล้ว ในช่วงที่โรคติดเชื้อรากำลังแพร่ระบาดมากขึ้น

โดยปกติแล้วการติดเชื้อมิวคอร์มัยโคซิส (mucormycosis) ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนี้ มีอัตราการเสียชีวิตที่ 50% และคนไข้บางรายต้องถูกควักลูกตาเพื่อรักษาชีวิต

แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อินเดียพบผู้ป่วยโควิดที่หายแล้วและที่กำลังพักฟื้นอยู่จำนวนหลายพันคนติดเชื้อดังกล่าว

แพทย์ระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สเตียรอยด์ในการรักษาโควิด ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อราดำเช่นกัน

แพทย์บอกกับบีบีซีว่า ดูเหมือนเชื้อราดำจะโจมตีผู้ป่วยโควิดหลังจากหายป่วยแล้วราว 12-18 วัน

รัฐคุชราตและรัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของอินเดีย มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าครึ่งของที่รายงานทั้งหมด ขณะที่มีอย่างน้อย 15 รัฐที่มีรายงานพบผู้ป่วยระหว่าง 8 รายถึง 900 ราย หลังจากที่มีการติดเชื้อสูงขึ้น 29 รัฐในอินเดียได้รับการแจ้งให้ประกาศให้โรคนี้เป็นโรคระบาด

แพทย์ระบุว่า หอผู้ป่วยที่เปิดใหม่เพื่อรักษาคนไข้จากโรคดังกล่าวทั่วประเทศกำลังมีผู้ป่วยเข้ามารักษาจนเต็มอัตราอย่างรวดเร็ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

รามิวคอร์ มักพบในดิน พืช ปุ๋ยคอก และผักและผลไม้ที่กำลังเน่า

โรงพยาบาลมหาราชา ยัชวันต์ราว ในเมืองอินดอร์ ทางตอนกลางของอินเดียซึ่งมีจำนวนเตียง 1,100 เตียง จำนวนผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นจาก 8 ราย เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็น 185 รายเมื่อคืนวันเสาร์ (22 พ.ค.) ที่ผ่านมา

นพ.วีพี ปันเดย์ หัวหน้าแผนกการแพทย์ของโรงพยาบาล บอกกับบีบีซีว่า คนไข้มากกว่า 80% จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดในทันที

นพ.ปันเดย์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลตั้งหอผู้ป่วย 11 แห่งซึ่งมีเตียงคนไข้ 200 เตียงเพื่อรักษาผู้ป่วยติดเชื้อราดำ เขากล่าวว่า "จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึงจริง ๆ ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นคนไข้ 1-2 รายต่อปี"

เขาประเมินว่ามีคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคนี้อย่างน้อย 400 คนในเมืองอินดอร์เพียงแห่งเดียว

"การติดเชื้อราดำกลายเป็นความท้าทายยิ่งกว่าโควิด-19 ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม อัตราการเสียชีวิตอาจสูงถึง 94% ค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงมาก และยาก็ขาดแคลน" นพ.ปันเดย์ กล่าว

คำบรรยายวิดีโอ,

“เราไม่มีที่เหลือจะเผาศพพวกเขา”

แพทย์ระบุว่า ยาแอมโฟเทอริซิน บี (amphotericin B) หรือ "แอมโฟ-บี" เป็นยาที่ต้องฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ซึ่งต้องฉีดให้คนไข้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อรามิวคอร์มัยโคซิสทุกวันเป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์ ปัจจุบันมียาที่ใช้รักษาอยู่ 2 รูปแบบคือ แอมโฟเทอริซิน บี ดีออกซีโคเลต (amphotericin B deoxycholate) ซึ่งเป็นแบบมาตรฐาน และลิโพโซมัล แอมโฟเทอริซิน (liposomal amphoteric

นพ.ปันเดย์ กล่าวว่า เขาได้เก็บข้อมูลจากคนไข้ 201 คนจาก 4 โรงพยาบาลในเมือง

เขาพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่หายจากการป่วยเป็นโควิด-19 และเป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่ได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ และทุกคนต่างมีอาการป่วยอื่น ๆ อยู่แล้ว ส่วนใหญ่คือเบาหวาน

การศึกษาแยกต่างหากอีกชิ้นหนึ่งโดยแพทย์ชาวอินเดีย 4 คน ได้ศึกษาผู้ติดป่วยโควิด-19 มากกว่า 100 คน ที่ติดเชื้อรามิวคอร์มัยโคซิส การศึกษานี้พบว่า ผู้ป่วย 79 คน เป็นผู้ชายและ 83 คน ป่วยเป็นเบาหวาน

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งในคนไข้ติดเชื้อราดำ 45 คน ที่โรงพยาบาล 2 แห่งในนครมุมไบ พบว่า ทุกคนป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานในขณะที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล คนไข้ทุกคนต่างมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก

"ไม่มีคนไข้มิวคอร์มัยคอซิสคนไหนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติเลย" นพ.อักษัย นายาร์ ศัลยแพทย์ตา ที่รักษาคนไข้จำนวนหนึ่งกล่าวกับบีบีซี

มิวคอร์มัยโคซิส คืออะไร

มิวคอร์มัยโคซิส เป็นการติดเชื้อที่ไม่ค่อยพบ เกิดจากการสัมผัสกับรามิวคอร์ ซึ่งมักพบอยู่ในดิน พืช ปุ๋ยคอก และผักและผลไม้ที่กำลังเน่า "มันอยู่ในทุกหนแห่งและพบในดินและอากาศ แม้แต่ในโพรงจมูกและน้ำมูกของคนที่แข็งแรงดี" ดร.อักษัย แนร์ ศัลยแพทย์ตาที่อยู่ในนครมุมไบ กล่าว

มันส่งผลกระทบต่อโพรงในกระดูกศีรษะ สมอง และปอด และอาจมีอันตรายถึงชีวิตในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อย่างผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ in)