เรือรบอังกฤษเผชิญหน้าฝูงบินรบรัสเซีย ความไม่วางใจกันล่าสุดของ 2 มหาอำนาจ

HMS Defender in Istanbul June 2021

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

เรือรบเอชเอ็มเอส ดีเฟ็นเดอร์ ไปที่กรุงอิสตันบูลของตุรกีก่อนหน้านี้เดือนนี้

ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังมองจากมุมไหน การแล่นไปตามทะเลดำของเรือพิฆาตเอชเอ็มเอส ดีเฟ็นเดอร์ (HMS Defender) ของสหราชอาณาจักรเมื่อ 23 มิ.ย. อาจจะเป็นการยั่วยุโดยไม่จำเป็น หรือเป็นสิทธิ์ในการใช้เส้นทางทางทะเลก็ได้

สหราชอาณาจักรบอกว่า เรือลำนี้ใช้เส้นทางที่ตรงและใกล้ที่สุดเพื่อเดินทางจากเมืองโอเดสซาในยูเครนไปยังประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นความเห็นที่รัฐบาลยูเครนเห็นพ้อง

ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้รัสเซียไม่พอใจมาก เพราะเส้นทางที่ว่าห่างจากคาบสมุทรไครเมียเพียงไม่กี่ไมล์ และพื้นที่นี้รัสเซียได้ผนวกเข้าเป็นดินแดนของตัวเองเมื่อปี 2014 ท่ามกลางเสียงประณามและการคว่ำบาตรของนานาชาติ แต่รัสเซียมองว่าเป็นการรวมไครเมียที่มีคนเชื้อสายรัสเซียจำนวนมากอาศัยอยู่กลับเข้าสู่ "แผ่นดินแม่"

รัสเซียส่งเครื่องบินรบ 20 ลำ และเรือยามชายฝั่ง 2 ลำ คอยบินและแล่นติดตามเรือพิฆาตลำนี้ของอังกฤษอย่างใกล้ชิด เพราะบริเวณนั้นอยู่ไม่ไกลจากฐานทัพเรือขนาดใหญ่ของรัสเซียและกองเรือในบริเวณทะเลดำ และสหราชอาณาจักรก็เป็นประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ด้วย

สหราชอาณาจักรแปลกใจไหมที่ฝ่ายรัสเซียเตือนมาทางวิทยุด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวแล้วก็ส่งเครื่องบินรบติดตาม

แหล่งข่าวด้านกระทรวงกลาโหมบอกว่าไม่เลย เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีนัยสำคัญ

ความสัมพันธ์ย่ำแย่

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

รัสเซียเผยแพร่วิดีโอที่พวกเขาบอกว่าถ่ายเรือรบอังกฤษจากเครื่องบินรบรัสเซีย

สหราชอาณาจักรและรัสเซียไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อ 2018 ที่อดีตสายลับรัสเซียและบุตรสาวถูกลอบทำร้ายด้วยสารพิษ "โนวีชอก" (Novichok) ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษ โดยทีมงานจากรัสเซีย

ยังไม่รวมถึงกรณีที่รัสเซียผนวกไครเมียเข้าไปเป็นดินแดนของตัวเอง และข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์และแทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศตะวันตกด้วย

รายงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า รัสเซียเป็นภัยคุกคามทางทหารที่อันตรายที่สุด

อย่างไรก็ดี ต้องไม่ลืมว่ารัสเซียคิดว่าภูมิภาคแถบนั้น ไม่ว่าจะเป็นยูเครน ทะเลดำ และคาบสมุทรไครเมีย เป็นเหมือน "สนามหลังบ้าน" ของตัวเอง และความเคลือบแคลงยิ่งทวีคูณเข้าไปใหญ่เมื่ออดีตสายลับชื่อวลาดิเมียร์ ปูติน ได้เข้าไปกุมอำนาจของรัสเซียไว้ทั้งหมดในฐานะประธานาธิบดี

เป็นธรรมดาที่ตอนนี้รัสเซียจะรู้สึกว่าถูกล้อมโดยประเทศฝ่ายตรงข้าม

ย้อนไป 30 ปีที่แล้ว รัสเซียเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อย่างสหภาพโซเวียต และประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอครอบคลุมจากพรมแดนเยอรมนีไปจนถึงอัฟกานิสถานและไกลกว่านั้นอีก แต่ตอนนี้ อดีตพันธมิตรเหล่านั้น อาทิ โปแลนด์และประเทศ "รัฐบอลติก" (ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย) ก็ไปเป็นสมาชิกนาโตแล้ว

อย่างไรก็ดี แม้เหตุการณ์เมื่อวันพุธดูน่าตกใจ แต่มันอาจเป็นแค่การซักซ้อมของเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่านั้น

เรือรบเอชเอ็มเอส ดีเฟ็นเดอร์ เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังเรือบรรทุกอากาศยาน (Carrier Strike Force) ซึ่งนำโดยเรือเอชเอ็มเอส ควีนเอลิซาเบธ (HMS Queen Elizabeth)

เอชเอ็มเอส ดีเฟ็นเดอร์ แยกเดินทางมาที่ทะเลดำขณะที่เรือลำอื่นในกองกำลังฝึกซ้อมรบอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใหม่เรื่องการต่างประเทศและกลาโหมของสหราชอาณาจักร และอีกไม่นาน กองกำลังนี้ก็จะเดินทางต่อไปยังทะเลจีนใต้

ที่นั่น สหราชอาณาจักรและอีกหลายชาติจะพยายามท้าทายจีนที่พยายามอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนบริเวณนั้นที่หลายประเทศก็อ้างสิทธิ์ด้วย กองกำลังของจีนลาดตระเวนทั้งทางน้ำและอากาศ มีฐานทัพบนเกาะเทียมที่สร้างขึ้นใหม่ด้วย

ชาติมหาอำนาจในฝั่งตะวันตกและอีกหลายประเทศต่างไม่เห็นด้วยกับท่าทีของจีนในเรื่องนี้ และน่าจับตามองอย่างยิ่งว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกองกำลังนี้เคลื่อนไปยังทะเลจีนใต้