Got a TV Licence?

You need one to watch live TV on any channel or device, and BBC programmes on iPlayer. It’s the law.

Find out more
I don’t have a TV Licence.

สรุป

  1. ผู้นำเกาหลีเหนือและใต้รับปากว่าจะไม่มีสงครามระหว่างสองชาติเกิดขึ้นอีกแล้ว
  2. นายคิม จอง อึน ข้ามพรมแดนเข้าไปในเกาหลีใต้เพื่อหารือกับนายมุน แจ อิน
  3. ทั้งสองลงนามในแถลงการณ์ร่วม “ปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี”
  4. หลังการประชุมรอบแรกผู้นำทั้งสองได้เดินและพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
  5. นักวิเคราะห์หลายรายยังไม่มั่นใจในท่าทีอันกระตือรือร้นของเกาหลีเหนือ

รายงานสด

ระบุสหราชอาณาจักรโดยตลอด

  1. ปิดฉากแล้ว

    บีบีซีไทย ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการรายงานข่าวการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ในครั้งนี้ ขณะนี้การประชุมเสร็จสิ้นลงแล้ว และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเดินทางข้ามพรมแดนเข้าไปยังหมู่บ้านปันมุนจอม เพื่อเจรจากับนายมุน แจ อิน ผู้นำเกาหลีใต้ ได้เดินทางกลับไปยังฝั่งเกาหลีเหนือแล้ว

    บีบีซีไทยขอถือโอกาสนี้อำลาผู้อ่านทุกท่านเช่นกัน แต่ท่านยังสามารถติดตามการรายงานข่าวเรื่องนี้ บทวิเคราะห์และข่าวน่าสนใจอื่น ๆ ต่อไปได้ที่เว็บไซต์บีบีซีไทย สวัสดีค่ะ

    นายคิม จอง อึน และนายมุน แจ อิน
  2. จับมือแน่นแฟ้น

    ภาพจากงานเลี้ยงปิดการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ นายคิม และนายมุน จับมือกันอย่างแน่นแฟ้น

    ภาพครอบครัวผู้นำเกาหลีเหนือและใต้
  3. ลาก่อน

    ขณะนี้การหารือระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและใต้รวมทั้งการรับประทานอาหารค่ำ และงานเลี้ยงอำลาเสร็จสิ้นลงแล้ว

    นายคิม จอง อึน ได้ขึ้นรถลิมูซีนและเดินทางออกจากหมู่บ้านปันมุนจอมแล้ว

    มาสรุปกันอีกครั้งว่าการประชุมครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงอะไรบ้าง

    ผู้นำทั้งเกาหลีเหนือและใต้ประกาศร่วมกันว่าจะร่วมมือกันทำงานเพื่อให้การลงนามสนธิสัญญาสันติภาพเกิดขึ้นให้ได้ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 65 ที่ทั้งสองชาติยุติการสู้รบกัน

    หลังการประชุมนายคิม ประกาศว่าไม่มีเหตุผลอันใดที่เกาหลีเหนือและใต้จะสู้รบกันอีกต่อไป ซึ่งดูจะเป็นการย้ำให้เห็นว่าเกาหลีเหนือต้องการอยู่อย่างสันติ เขายังกล่าวด้วยว่าทั้งสองชาติควรเป็นหนึ่งเดียว อย่างไรก็ดี นายคิม ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการพัฒนาทางอาวุธของเกาหลีเหนือ

    ด้านนายมุน กล่าวว่า เขาและนายคิมให้คำมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไปจากคาบสมุทรเกาหลี

    ทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงซึ่งจะยินยอมให้ครอบครัวที่พลัดพรากจากกันมีโอกาสได้พบหน้ากันอีกครั้ง รวมทั้งจะมีการก่อสร้างถนน และทางรถไฟข้ามพรมแดนระหว่างกันด้วย

    จีนได้ออกมายกย่องความร่วมมือกันในครั้งนี้ว่าเป็นความกล้าหาญและตั้งใจจริงของผู้นำทั้งสองที่ก่อให้เกิดก้าวย่างทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และจีนหวังว่าการประชุมสุดยอดจะเป็นจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่ความมั่นคงในระยะยาวในคาบสมุทรเกาหลี

    นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประเทศซึ่งเคยถูกเกาหลีเหนือข่มขู่ว่าจะทำลายด้วยอาวุธนิวเคลียร์ กล่าวเช่นกันว่าเป็นความคืบหน้าในทางบวก และหวังว่าเกาหลีเหนือจะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สิ่งที่รับปากไว้เกิดผล

    ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตข้อความว่าสิ่งดี ๆ กำลังเกิดขึ้น และเวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ และในโพสต์ล่าสุดของนายทรัมป์ มีข้อความว่าอย่าลืมความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ดีของเขาอย่างนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่มอบให้สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชายแดนเกาหลีเหนือ หากปราศจากเขาแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคงจะยาวนานและยากลำบากยิ่งกว่า!

    นายคิม จอง อึน นั่งในรถลีมูซีน
  4. วาทะของสองผู้นำ

    คำพูดหยอกล้อของผู้นำทั้งสองในประเด็นต่าง ๆ

    เกี่ยวกับเรื่องการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

    นายคิมพูดในระหว่างแถลงข่าว

    “ผมได้ยินว่า [ประธานาธิบดีมุน] ต้องถูกรบกวนการนอนในตอนเช้าหลายครั้ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมจะทำให้ท่านไม่ต้องถูกรบกวนขณะนอนหลับในตอนเช้า”

    เกี่ยวกับปัญหาการจราจรของเกาหลีเหนือ

    นายคิม กล่าวกับนายมุนระหว่างการถ่ายทอดสดจากที่ประชุม

    นายคิม: “ผมกังวลว่า เส้นทางการคมนาคมของเราแย่มากจนทำให้ท่านไม่สะดวกสบาย คงเป็นเรื่องน่าอาย [สำหรับผม] ถ้าท่านเยือนเกาหลีเหนือ หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีใต้มาแล้ว”

    เกี่ยวกับการเยือนทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้

    อ้างอิงจากโฆษกของเกาหลีใต้

    นายมุน: “ผมจะพาท่านชมภาพที่สวยงามกว่านี้ ถ้าท่านมาที่ทำเนียบประธานาธิบดี”

    นายคิม: “จริงเหรอครับ? ผมจะไปทำเนียบประธานาธิบดีทุกเมื่อที่ท่านเชิญผม”

    เกี่ยวกับการเยือนเกาหลีเหนือ

    อ้างอิงจากโฆษกของเกาหลีใต้

    นายมุน: “ตอนนี้ท่านมาเกาหลีใต้แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้ไปที่นั่น [เกาหลีเหนือ]?”

    นายคิม: “ทำไมเราไม่ข้ามไปเสียเลยตอนนี้ล่ะ?”

    (นายมุน ได้ก้าวข้ามเส้นเข้าไปในดินแดนของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้ระบุไว้ในกำหนดการก่อน)

  5. เตรียมลาจาก

    ขณะนี้นายคิม จอง อึน นายมุน แจ อิน พร้อมภรรยา และคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือและใต้ ได้เข้าร่วมพิธีปิดการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ หลังจากร่วมรับประทานอาหารค่ำเรียบร้อยแล้ว

    ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมกันตั้งแต่เช้าวันนี้ โดยนายคิม ได้เดินทางข้ามพรมแดนเกาหลีเหนือเข้าไปยังหมู่บ้านปันมุนจอม และใช้เวลาทั้งวันอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

    ผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ พร้อมภรรยา
  6. ทรัมป์ขออย่าลืม บทบาท สี จิ้นผิง

    นายโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ ขอไม่ให้ลืมความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ดีของเขาอย่างนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่มอบให้สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชายแดนเกาหลีเหนือ หากปราศจากเขาแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคงเป็นกระบวนการอันยาวนานและยากลำบากยิ่งกว่า!

    ในวันเดียวกันนี้นายทรัมป์ ทวิตว่าสิ่งดี ๆ กำลังเกิดขึ้น และเวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

  7. Post update

    นางรี ซอล จู ภริยาของนายคิม จอง อึน ยิ้มแย้มขณะนายคิม กำลังชนแก้วเครื่องดื่มกับนางคิม จุง ซุก ภริยาผู้นำเกาหลีใต้

    ผู้นำเกาหลีเหนือและใต้พร้อมภรรยา
  8. รับประทานอาหารเย็น

    ขณะนี้ผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ ภรรยา และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งจัดขึ้นที่อาคาร Peace House

    นายคิม จอง อึน ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ
  9. ก๋วยเตี๋ยวเย็น

    ยังมีเรื่องที่เรียกรอยยิ้มเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้อีก โดยหลังจากมีรายงานว่านายคิม ได้พูดล้อเล่นกับนายมุน เกี่ยวกับ “ก๋วยเตี๋ยวเย็นเปียงยาง” แล้ว ปรากฏว่ากลายเป็นคำฮิตทางทวิตเตอร์ และเว็บไซต์เนเวอร์ ของเกาหลีใต้

    ผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ภาพนายคิมสวมเครื่องแบบคนขับรถส่งอาหารในเกาหลีใต้ และมีคำถามว่า “ใครสั่งก๋วยเตี๋ยวเย็นเปียงยางบ้าง?” ขณะกำลังคิดว่า “ฉันไม่น่าบอกว่ามันไกลเลย”

  10. ทรัมป์ทวีตข้อความระบุ "เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์"

    หลายคนคงจับตาว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะมีปฏิกิริยาต่อผลการประชุมสุดยอดของสองผู้นำเกาหลีในวันนี้อย่างไร

    ล่าสุด นายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "หลังหนึ่งปีแห่งความเกรี้ยวกราด ในการทดลองขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ การหารือครั้งประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้น และสิ่งดี ๆ ก็กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์"

    View more on twitter
  11. ผู้นำโลกขานรับผลการประชุมสุดยอดสองเกาหลี

    ผู้นำรัสเซีย ญี่ปุ่น กล่าวชื่นชมการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จอง อึนผู้นำเกาหลีเหนือและนายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

    โฆษกประธานาธิบดีนายวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวต่อผู้สือข่าวว่า "นี่เป็นข่าวดีสุด ๆ ที่ได้เห็นว่าผู้นำทั้งสองได้พูดคุยกันวันนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีบนคาบสมุทรเกาหลี"

    ด้านนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดดังกล่าวถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ และเชื่อว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะทำตามคำสัญญาอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

  12. การปลดอาวุธนิวเคลียร์

    การปลดอาวุธนิวเคลียร์

    นายคิม จอง อึน ไม่ได้กล่าวถึง การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือในแถลงการณ์ของเขา อย่างไรก็ตามในปฏิญญาปันมุนจอมที่ทั้ง 2 ฝ่ายลงนามร่วมกัน ได้ยืนยันว่าทั้ง 2 ชาติมีเป้าหมายร่วมกันต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

    ปฏิญญาดังกล่าวระบุด้วยว่า:

    "เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือมีมุมมองตรงกันว่า มาตรการที่เกาหลีเหนือได้เริ่มต้นนั้นมีความหมายและสำคัญต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งตกลงที่จะทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายเพื่อสิ่งนี้"

    "เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือตกลงว่าจะแสวงหาการสนับสนุนและความร่วมมือจากชุมชนนานาชาติ สำหรับการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี"

  13. สองผู้นำและภรรยาเข้าร่วมงานเลี้ยง

    ผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงพร้อมด้วยภรรยา

    สื่อเกาหลีใต้รายงานว่านางรี ซอล-จู (ในชุดสีชมพู) ภรรยาของผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวกับนางคิม จุง-ซุก ภรรยาปธน. มุนแห่งเกาหลีใต้ว่า "ฉันมีความยินดีมากที่ได้ยินจากสามีของฉันว่าการประชุดสุดยอดประสบความสำเร็จ"

    พบกัน
    Image caption: เมื่อทั้งสี่มาถึงงานก็ได้ถ่ายภาพพร้อมกัน
  14. พันธสัญญาระหว่างสองเกาหลีที่สำคัญมีอะไรบ้าง

    เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างราบรื่น รัฐบาลทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันว่าจะจัดให้มีการตั้งสำนักงานร่วมเพื่อประสานงานระหว่างกันในเขตแกซอง ของเกาหลีเหนือ โดยสำนักงานดังกล่าวจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการของสองประเทศและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างราบรื่น

    นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ร่วมยังมีพันธสัญญาร่วมกันอย่างอื่น เช่น

    • ยุติพฤติกรรมความรุนแรงทั้งปวงระหว่างเกาหลีเหนือและใต้
    • เปลี่ยนเขตปลอดทหารเป็นเขตแห่งสันติภาพ โดยการยุติการออกอากาศโฆษณาชวนเชื่อนับแต่วันที่ 1 พ.ค. นี้เป็นต้นไป
    • จัดงานรวมญาติสำหรับชาวเกาหลีที่พลัดพรากในบริเวณเขตชายแดน
    • เชื่อมต่อและปรับปรุงรางรถไฟและถนนข้ามเขตแดน
    • ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เช่น เอเชียน เกมส์ ในปีนี้
  15. "ยุคใหม่แห่งสันติภาพได้เริ่มขึ้นแล้ว"

    "ยุคใหม่แห่งสันติภาพได้เริ่มขึ้นแล้ว"

    บางส่วนของ ปฏิญญาปันมุนจอม เพื่อสันติภาพ ความรุ่งเรือง และการรวมชาติบนคาบสมุทรเกาหลี

    “ผู้นำทั้งสองประกาศต่อหน้าประชาชนเกาหลี 80 ล้านคน และประชาชนแห่งโลกว่าต่อไปนี้จะไม่มีสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอีกต่อไป ด้วยเหตุดังนั้น ยุคใหม่แห่งสันติภาพได้เริ่มขึ้นแล้ว"

    ผู้นำทั้งสองก็ต่างได้ให้คำมั่นที่จะทำให้ซากส่วนที่ยังเหลืออยู่ของสงครามเย็นสิ้นสุดลงโดยเร็ว โดยเฉพาะการแบ่งแยกซึ่งกันและกันมาเป็นเวลายาวนาน และการเผชิญหน้ากันและกัน และจะปลูกความสัมพันธ์ในคาบสมุทรเกาหลีให้งอกงามมั่นคงกว่าเดิมด้วยความกระตือรือร้นยิ่ง"

  16. ภาวนาให้ประสบความสำเร็จ

    พระสงฆ์และแม่ชีร่วมสวดภาวนา

    ในระหว่างที่มีการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีที่หมู่บ้านปันมุนจอมวันนี้ บรรดาพระสงฆ์และแม่ชีในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ ได้ไปร่วมสวดมนต์ภาวนาให้การประชุมบรรลุผลสำเร็จ

    พระสงฆ์ในกรุงโซล
  17. มุนจะไปเยือนเปียงยาง

    มีคำประกาศว่าประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายมุน แจ อิน จะเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยาง เมืองหลวงเกาหลีเหนือ ในฤดูใบไม้ร่วงนี้

    มุนจะไปเยือนเปียงยาง