Got a TV Licence?

You need one to watch live TV on any channel or device, and BBC programmes on iPlayer. It’s the law.

Find out more
I don’t have a TV Licence.

รายงานสด

ระบุสหราชอาณาจักรโดยตลอด

  1. อำลาด้วยภาพประวัติศาสตร์

    บีบีซีไทยขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านที่ร่วมติดตามสถานการณ์การประชุมประวัติศาสตร์กับเรามาตลอดทั้งวัน วันนี้เราจะลาไปด้วยภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ได้ “จับมือ” กันอย่างน้อยห้าครั้ง ตั้งแต่ในนาที “ทักทาย” สู่นาที “บอกลา”

    แล้วพบกันใหม่

    อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารทั้งไทยและต่างประเทศทางเว็บไซต์ https://www.bbc.com/thai

    ทรัมป์ คิม
    Image caption: นาทีแรกพบ
    ทรัมป์คิม
    Image caption: นาทีเริ่มต้นการประชุมแบบ "ตัวต่อตัว"
    panel
    Image caption: นาทีเริ่มประชุมทวิภาคีเต็มคณะ
    ทรัมป์-คิม
    Image caption: นาทีหลังร่วมลงนามในข้อตกลงประวัติศาสตร์
    ทรัมป์ คิม
    Image caption: สองผู้นำหลังสิ้นสุดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง
  2. ทรัมป์สิ้นสุดการแถลงข่าว

    ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า "มันเป็นเวลานานกว่าที่ผมจะรู้สึกสบายใจกับเรื่องนี้"

    เขากล่าวด้วยว่า "ขอแสดงความยินดีกับทุกคน สำหรับผมมันเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์โลก ผมอยากจะให้มันเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์" "หากว่าเราไม่สามารถส่งลูกไปให้ถึงเส้นประตูได้ มันก็ไม่มีความหมายเท่าที่ควร" เขากล่าว

    เมื่อเสร็จสิ้นการแถลงข่าว เขาก็เดินทางออกจากโรงแรมคาเปลลาบนเกาะเซนโตซา ไปยังโรงแรมที่พัก

  3. สรุปประเด็น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวหลังการประชุม

    ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มต้นด้วยการกล่าวชื่นชมผู้นำสิงคโปร์และประชาชนชาวสิงคโปร์ที่เป็นเจ้าภาพที่ดีสร้างความประทับใจและทำให้การจัดประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือสำเร็จลุล่วงไปได้ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณนายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายชินโซ อาเบะ ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีน ที่สนับสนุนมาโดยตลอด

    ยกย่อง "คิม จอง อึน"

    นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้กล่าวยกย่อง นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือซึ่งมีความสามารถในการบริหารประเทศได้แม้ว่าจะยังมีอายุยังน้อย พร้อมทั้งยังกล่าวว่าเขามีความมั่นใจว่าผู้นำเกาหลีเหนือจะสานกระบวนการต่อไปหลังจากได้ลงนามกันในวันนี้ เพื่อสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

    ตอบรับเยือนเปียงยาง

    นายทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า เขาจะเดินทางเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ในเดียวกันเขาก็ได้เชิญผู้นำเกาหลีเหนือเยือนทำเนียบขาวเช่นกัน โดยนายคิมได้ตอบรับแล้วเช่นกัน

    ยุติมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่

    ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องที่เกาหลีเหนือให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาจะพยายามผลักดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยเร็วที่สุด แต่เขาก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่า อาจจะต้องใช้ระยะเวลา

    "กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะเริ่มต้นขึ้นโดยเร็วที่สุด ในขณะที่มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือนั้นคาดว่าในที่สุดก็ต้องยุติลง แต่จะต้องมั่นใจว่าไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์" นายทรัมป์กล่าว

    ทั้งนี้ กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ โดยในระหว่างการประชุม นายทรัมป์ระบุว่า นายคิมสัญญาว่าจะทำลายจุดทดสอบขีปนาวุธทุกแห่ง

    จะทำอย่างไรถ้าเกาหลีเหนือไม่ทำตามสัญญา

    นักข่าวคนหนึ่งถามเขาว่าหากว่านายคิม จอง อึนไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในวันนี้ สหรัฐฯ จะทำอย่างไร

    นายทรัมป์ตอบว่า "ผมคิดว่าเขาต้องทำตามสัญญา ผมเชื่อมั่นมาก ผมคิดว่าเขาจะต้องทำตามคำมั่นเหล่านี้ ผมอาจจะผิดก็ได้ อีกหกเดือนข้างหน้าผมอาจจะต้องมายืนต่อหน้าพวกคุณแล้วบอกว่า "ผมคิดผิด"

    เขายังพูดติดตลกอีกว่า "ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะยอมรับว่าผิด หรือว่าผมจะหาข้อแก้ตัวอื่น ๆ ขึ้นมาได้" ท่ามกลางเสียงหัวเราะของนักข่าว

    โดนัลด์ ทรัมป์
    Image caption: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
  4. ความเห็นนักวิเคราะห์เกาหลีใต้

    เควิน คิม บรรณาธิการข่าว ประจำแผนกเกาหลีของบีบีซี ระบุว่า นักวิเคราะห์มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับผลการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะในเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พูดกันมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยในอดีตนั้นเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์น้อยกว่าปัจจุบัน

    เขาบอกด้วยว่าในอดีตนั้นเมื่อมีการประชุมใด ๆ กับเกาหลีเหนือ มักจะมีรายละเอียดออกมามากกว่านี้ เช่น กระบวนการปลดอาวุธจะเป็นอย่างไร ซึ่งในอดีตเกาหลีเหนือเคยรับปากแต่ไม่ทำมาแล้ว และนั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหา ดังนั้นสำหรับครั้งนี้เอกสารที่ออกมาแทบไม่มีรายละเอียดอะไรเลย จึงดูเหมือนเป็นเชิงสัญลักษณ์เสียมากกว่า

    บรรณาธิการชาวเกาหลีใต้ บอกด้วยว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผลการประชุมในวันนี้จะออกมาในแนวกว้าง ๆ แบบนี้ และตั้งคำถามว่าจะอีกนานแค่ไหนที่คณะผู้ตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์จะเดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือได้ หรือจะมีตัวเลขที่แท้จริงเปิดเผยออกมาไหมว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์มากน้อยเพียงใด เป็นต้น

    ภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทดสอบนิวเคลียร์ปุงเก-รี ในเกาหลีเหนือ
    Image caption: ภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทดสอบนิวเคลียร์ปุงเก-รี ในเกาหลีเหนือ
  5. สิทธิมนุษยชน

    ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ถึงครั้งหนึ่งที่เขาเคยกล่าวถึงปัญหาการกดขี่ประชาชนในเกาหลีเหนือ ว่าเขายังเชื่อเช่นนั้นอยู่ไหม

    นายทรัมป์ตอบกลับว่า "ผมเชื่อว่ามันเป็นสถานการณ์ที่หนักหนาที่นั่น" แต่จุดประสงค์หลักของการพูดคุยครั้งนี้คือการ "ปลดขีปนาวุธ"

    ถึงแม้เรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ถูกระบุในข้อตกลงระหว่างสองชาติครั้งนี้ แต่ทรัมปกล่าวว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนได้ถูกพูดคุยอย่างจริงจังระหว่างการพูดคุยของเขากับนายคิม

  6. เกมสงครามนั้นราคาแพง

    เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ถูกถามถึงเรื่องการตัดสินใจของเขาที่จะยกเลิกการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ เขาตอบว่า "เราได้ซ้อมรบกับเกาหลีใต้ต่อเนื่องกันมานานมาก เราเรียกมันว่า "เกมการรบ" ซึ่งมีราคาแพงมาก ในขณะที่เกาหลีใต้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ก็ไม่ทั้งหมด เราได้เคยหารือกับหลายประเทศเพื่อให้ปฏิบัติกับเราอย่างเป็นธรรม การซ้อมรบกับประเทศต่าง ๆ นั้นมีราคาแพง และเราก็จ่ายเงินส่วนใหญ่สำหรับการซ้อมรบเหล่านั้น"

    เขากล่าวอีกว่า "การซ้อมรบถูกมองจากเกาหลีเหนือว่าเป็นการยั่วยุ" และ "เรากำลังเจรจาข้อตกลงที่ซับซ้อนมาก..ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมที่จะมีการซ้อมรบต่อไป"

  7. ทรัมป์แถลงข่าว

    ทรัมป์แถลงข่าว
    Image caption: ทรัมป์ระบุระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า "วันนี้เป็นการเริ่มต้นของกระบวนการที่ยากลำบาก"
  8. ปอมเปโอแจ้งข่าวแก่พันธมิตร

    นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ทวีตภาพเขากำลังโทรศัพท์ พร้อมทั้งระบุว่าเขาได้พูดคุยโทรศัพท์กับ นายทาโร คาโนะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นและ นาย คัง คยุง-ฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้เพื่อให้รายละเอียดว่าประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำสูงสุดคิมเจรจาอะไรกันบ้าง

  9. เหตุใดเกาหลีเหนือจึงมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

    การลงนามในข้อตกลงระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือมีเป้าหมายมุ่งไปสู่ปลดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อสร้างสันติภาพอันยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี

    คุณทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุใดเกาหลีเหนือจึงต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

    Video content

    Video caption: เหตุใดเกาหลีเหนือจึงมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
  10. ลายเซ็น ทรัมป์-คิม บอกอะไร ?

    นี่เป็นการประชุมสุดยอดที่ไม่มีอะไรเล็ดรอดออกไปได้ กระทั่งเรื่องของ "ลายเซ็นผู้นำ" จอห์น นิลส์สัน-ไรท์ นักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ชี้ให้เห็นนัยของความหมายเบื้องหลังลายเซ็นของสองผู้นำ

    สิ่งที่ลายเซ็นของโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงออกมา คือ "ความมั่นใจในตัวเองที่ต้องการให้ภารกิจเสร็จลงในระยะเวลาอันสั้น"

    ส่วนคิม จอง อึน นั้น ลายเซ็นของเขาประกาศกร้าวถึง "ความทะเยอทะยาน และพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์"

    ลายเซ็น
    Image caption: ลายเซ็นโดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และคิม จอง อึน (ขวา)
  11. 4 ข้อหลักในข้อตกลงระหว่างทรัมป์-คิม

    ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี อธิบายรายละเอียดของข้อตกลงระหว่างนายทรัมป์และคิมประกอบด้วย 4 ข้อสำคัญ

    1. สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันครั้งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามความปรารถนาของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง
    2. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือใช้ความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพที่มั่นคงและยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี
    3. เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะเดินหน้ากระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์บนคาบสมุทรเกาหลี เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเจตจำนงต่อปฏิญญาปันมุนจอม ที่ได้สองเกาหลีได้ร่วมลงนามกันในวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา
    4. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ให้คำมั่นว่าจะร่วมค้นหาเชลยศึก/ผู้ที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งส่งคืนคนหรือร่างที่เหลืออยู่ของผู้ที่ระบุตัวตนได้แล้วโดยทันที
  12. เผยคำมั่นในเอกสาร

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือให้คำมั่นร่วมกันในเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามไปว่าจะ "ร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลี"

    นอกจากนี้ในเอกสารก็ยังระบุว่า ผู้นำทั้งสองตกลงกันที่จะ "สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีใหม่" ขึ้นมา

    AFP/Getty Images
  13. การเดินทางของ คิม จอง อึน ในปีนี้

    ตลอดระยะเวลา 6 ปี ของการดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ นายคิม จอง อึน ไม่ยอมเดินทางไปต่างประเทศเลย ซึ่งผู้สันทัดกรณีอธิบายว่านี่สะท้อนให้เห็นว่าเขามีความหวาดหวั่นต่อการก่อปฏิวัติในระหว่างที่เขาไม่อยู่ในประเทศ

    อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ บีบีซี มอนิเตอริง พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นายคิมได้เดินทางเยือนจีนมาแล้วสองครั้ง ข้ามเขตแดนมายังเกาหลีใต้ และล่าสุดเดินทางมาที่สิงคโปร์ และคาดว่าในเดือนก.ย. เขาจะเดินทาเยือนรัสเซีย

  14. จีนแสดงความชื่นชม

    ทางการปักกิ่งแสดงความชื่นชมต่อการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ โดยบอกว่าเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวในกรุงปักกิ่งว่า รู้สึกยินดีและสนับสนุนการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ รวมทั้งคาดหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถมีมติเบื้องต้นร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์

    "ในขณะเดียวกัน ยังคงต้องมีกลไกทางสันติภาพสำหรับคาบสมุทรเกาหลี เพื่อจัดการกับความกังวลด้านความมั่นคงของเกาหลีเหนือ" นายหวังกล่าว

    เขายังกล่าวว่าความจริงที่ว่าผู้นำทั้งสอง "สามารถนั่งลงและเจรจากันแบบเท่าเทียมกันมีความหมายในทางบวกและมีความสำคัญยิ่ง รวมทั้งเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วย"

    เขายังได้เน้นย้ำว่าจีนนั้นเรียกร้องให้แก้ไขความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีด้วยมาตรการ "การปลดอาวุธนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ"

    นายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน
    Image caption: นายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน
  15. คิม จอง อึน เดินทางกลับที่พัก

    ภาพทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นขบวนรถของนายคิมวิ่งออกจากโรงแรมคาเปลลา อันเป็นที่ประชุมไปยังที่พัก

    บีบีซีคาดหมายว่าเขาจะเดินทางออกจากสิงคโปร์ไปเกาหลีเหนือในบ่ายวันนี้

    ส่วนขบวนรถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็เดินทางออกจากเกาะเซนโตซาแล้วเช่นกัน โดยทรัมป์มีกำหนดที่จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงบ่ายหลังจากนี้

    คิม
    Image caption: คิม จอง อึน มีกำหนดเดินทางกลับทันทีในวันนี้
    ขบวนทรัมป์
    Image caption: ขบวนรถของผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างแล่นกลับไปยังเกาะหลักของสิงคโปร์
  16. "เขารักประเทศของเขา"

    ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าวันนี้เป็น "วันที่ยอดเยี่ยม" และ "เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและเกี่ยวกับประเทศของเราอย่างมาก" เขาได้กล่าวอีกว่า นายคิม จอง อึน "เป็นคนที่เปี่ยมอัจฉริยภาพ และเขารักประเทศของเขามาก" นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวอีกว่าเขาได้พัฒนา "สัมพันธภาพอันพิเศษ" ขึ้นกับนายคิม จอง อึน

    ส่วนนายคิมบอกผ่านล่ามว่า "เราได้ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง" และ "โลกจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่"

    คิม จอง อึน
  17. ทรัมป์-คิมลงนามเอกสารประวัติศาสตร์แล้ว

    เมื่อเวลาประมาณ 13.40 น. ตามเวลาสิงคโปร์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วยนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เดินออกมาร่วมกันลงนามในสัญญา ซึ่งนายทรัมป์เรียกว่า "เป็นเอกสารที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ "

    ขณะที่ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้อง เสียงชัตเตอร์จากกล้องหลายสิบตัวก็รัวขึ้นถี่ยิบ

    นายทรัมป์กล่าวก่อนการลงนามว่าจะมีการแถลงข่าวในเวลา 14.30 น. ของสิงคโปร์ และภายหลังการลงนามเขากล่าวด้วยว่า เป็นการประสบความสำเร็จที่เกินกว่าใคร ๆ ได้คาดไว้

    ขณะที่นายคิมกล่าวผ่านล่ามหลังร่วมลงนามในเอกสารดังกล่าวว่า "โลกจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่" พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำให้การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้น

    ทรัมป์ เซ็นสัญญา
    ทรัมป์ คิม
    ทรัมป์ คิม
    คิม
  18. โต๊ะที่สองผู้นำเตรียมลงนามร่วมกัน

    เรายังไม่รู้ว่าผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ จะลงนามอะไรร่วมกัน ท่ามกลางการเฝ้ารอของคนทั้งโลก

    โต๊ะลงนามทรัมป์-คิม
  19. ทรัมป์-คิม คิดต่างกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างไร

    ก่อนจะมีการลงนามระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือซึ่งคาดว่าเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ มาย้อนดูว่า ผู้นำทั้งสองชาติมีแนวคิดที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์กันอย่างไร

    Video content

    Video caption: ทรัมป์และคิม เห็นต่างในการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ
  20. สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือจะลงนามในข้อตกลงเพื่อให้มีการเจรจากันต่อไป

    สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน จะลงนามในข้อตกลงซึ่งกล่าวถึงความก้าวหน้าของการเจรจาและความพยายามขับเคลื่อนการเจรจาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

    ก่อนหน้านี้ ปธน. ทรัมป์ สร้างความประหลาดใจให้กับนักข่าวโดยบอกว่าจะมี "การลงนามกันบางอย่าง" ในช่วงบ่ายนี้ ในระหว่างที่เดินไปตามทางเดินของโรงแรมคาเปลลา ซึ่งเป็นที่ประชุม เคียงคู่กับผู้นำเกาหลีเหนือ

    แต่ในวันนี้ ก็ยังไม่มีการประกาศพิธีการอันใดเพิ่มเติม ยกเว้นปธน.ทรัมป์จะพบกับนักข่าวในช่วง 16.00 น.เวลาท้องถิ่น