เยาวชนเรียกร้องป่วยซึมเศร้ารักษาได้ไม่ได้ขอพ่อแม่
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

เด็กหญิงวัย 15 ปี เรียกร้องทบทวน พ.ร.บ. สุขภาพจิตฯ ช่วยเด็กซึมเศร้า

  • 10 ตุลาคม 2019

เครือข่ายเยาวชนและเครือข่ายด้านสุขภาพจิตยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขอให้ออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตเวชได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีความคลุมเครือในการตีความข้อกฎหมาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการเรียกร้องเรื่องนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันเดียวกันปีที่แล้ว (10 ต.ค. 2561) เครือข่ายเยาวชนกลุ่มเดียวกันนี้ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึก ถึงกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. สุขภาพจิตแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ในมาตราที่ 21 ซึ่งระบุในวรรค 3 ว่าหากผู้ป่วยมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ให้ผู้ปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอมในการบำบัดรักษา

Image copyright PATH2HEALTH FOUNDATION

ในหนังสือที่เครือข่ายเยาวชนและองค์กรที่ทำงานด้านสุขภาพจิตยื่นต่อนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิตร อธิบดีกรมสุขภาพจิตในวันนี้ (10 ต.ค. 2562) ตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยบริการและบุคลากรในสถานพยาบาลตีความกฎหมายดังกล่าวไม่ตรงกัน จึงไม่ให้บริการตรวจและรักษาผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีหากไม่มีผู้ปกครองยินยอม

ขณะที่ทางเครือข่ายฯ มองว่าเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.สุขภาพจิตนั้น เปิดช่องให้บุคลากรทางการแพทย์ให้คำแนะนำและจ่ายยาให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากผู้ปกครอง ยกเว้นจะเข้ารับแอดมิทเพื่อรักษาเป็นป่วยใน

เครือข่ายฯ มองว่า ความสับสนในการตีความกฎหมายดังกล่าวส่งผลให้ "วัยรุ่นจำนวนมากที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษา เพราะไม่พร้อมบอกให้ผู้ปกครองรับทราบหรือบางกรณีที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมให้บำบัดรักษา จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้วัยรุ่นหลายคนไม่สามารถเข้าใช้บริการ และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจนมีอาการรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นทำร้ายตัวเอง"

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI

เครือข่ายฯ จึงเรียกร้องให้กรมสุขภาพจิตจัดทำหนังสือเวียนถึงโรงพยาบาล เพื่อชี้แจงแนวปฏิบัติให้ชัดเจน รวมถึงเรียกร้องให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล และขอให้มีตัวแทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการด้านสุขภาพจิต

ทั้งนี้ นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิตร อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายหลังจากรับจดหมายจากเครือข่ายฯ ว่าเยาวชนซึ่งมีอายุไม่ถึง 18 ปีสามารถเข้ารับคำปรึกษาด้านจิตเวชได้เลยโดยไม่ต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครอง ส่วนการให้ยารักษานั้นจะเร่งทบทวน พ.ร.บ. สุขภาพจิตฯ

Image copyright THAI NEWS PIX

"ปราชญา" แกนนำเยาวชนผู้ผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.สุขภาพจิต

ด.ญ. ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา หรือ ญา อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเยาวชนดังกล่าวเล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงจุดเริ่มต้นที่หันมาสนใจผลักดันเรื่องนี้ เนื่องจากเธอเคยมีเพื่อนซึ่งเป็นโรคซึมเศร้าและพยายามกรีดข้อมือ แต่เมื่อเธอพาเพื่อนไปหาจิตแพทย์ พบว่าไม่สามารถเข้ารับการบำบัดรักษาได้เนื่องจากไม่มีคำยินยอมจากผู้ปกครอง

"เราได้ทำการสำรวจรู้ว่า ในช่วงหนึ่งสัปดาห์มีเด็กที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือว่ามีภาวะเครียด คิดฆ่าตัวตาย 2-3 คนต่อหนึ่งห้องเรียน" เธอถ่ายทอดข้อมูลที่ได้จากการสำรวจความเครียดของเยาวชน

Image copyright THAI NEWS PIX

จากประสบการณ์การร่วมทำงานด้านเด็กและเยาวชนมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ทั้งร่วมเป็นแกนนำเยาวชนเลิฟแคร์คลับ ของมูลนิธิแพธทูเฮลท์ และเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ญามองว่า "ผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่นัก"

"ผู้ใหญ่คิดว่าเด็กไม่ต้องเจอเรื่องอะไรมากมาย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเครียดอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เด็กเครียดได้หลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกดดันจากพ่อแม่ การฝากความหวังเอาไว้กับเด็ก หรือว่าการที่เด็กถูกรังแก ถูก cyberbully (กลั่นแกล้งในโลกออนไลน์) ก็ทำให้เด็กเครียดได้เหมือนกัน"

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI

ญายกเหตุการณ์ที่เธอเคยไปคุยกับผู้ปกครองบางส่วน โดยเล่าว่าทัศนคติของผู้ใหญ่หลายคน ยังคงมองว่าการเข้ารับการรักษาทางจิตเวชเป็นเรื่องผิดปกติ และบางครั้งไม่ยอมให้ลูกไปพบจิตแพทย์ เพราะกลัวเสียประวัติและกลัวคนอื่นมองว่าเป็นบ้า

"การแก้กฎหมาย ยอมรับเลยว่ามันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ถ้าสมมติว่าครอบครัว ผู้ใหญ่เข้าใจ มันจะเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง" ญากล่าว

เรื่องและวิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย