วันสตรีสากล : รู้จักคนขับรถไฟฟ้าบีทีเอสหญิงรุ่นแรก ๆ ของเมืองไทย

วันสตรีสากล : รู้จักคนขับรถไฟฟ้าบีทีเอสหญิงรุ่นแรก ๆ ของเมืองไทย

ผู้หญิงทำอะไรได้บ้างอาจเป็นคำถามที่ดูเชยไปแล้วในสมัยนี้ แต่กับบางอาชีพแม้จะพอรู้อยู่บ้างว่ามีผู้หญิงทำ เชื่อว่าหลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่างานของพวกเธอเป็นอย่างไร หนึ่งในอาชีพที่ว่านี้คือ "พนักงานขับรถไฟฟ้า"

ด้านในตู้คนขับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ผู้ใช้บริการอาจมองไม่เห็น คนที่นั่งอยู่หลังแผงควบคุมรถไฟฟ้าและจับก้านคันเร่งอย่างตั้งใจ หลาย ๆ ขบวนที่คุณได้นั่งไปทำงานหรือกลับบ้าน มีผู้หญิงเป็นคนขับ

วันสตรีสากล 8 มีนาคม ปีนี้ บีบีซีไทยพาไปรู้จัก พัทธนันท์ ชำนาญนา หนึ่งในพนักงานควบคุมรถไฟฟ้าหญิงรุ่นแรก ๆ ของบีทีเอส ซึ่งขับรถไฟฟ้ามา 16 ปี

ก้าวแรก

"ครั้งแรกที่ขับรถไฟฟ้า มีผู้ชายเกือบ 200 คน ผู้หญิงมี 8 คน... ภูมิใจมากค่ะ อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ว่าผู้หญิงเราสามารถทำงานแบบเดียวกับผู้ชายได้ทุกอย่าง ไม่มีข้อยกเว้น"

พัทธนันท์ หรือ "อร" ในวัย 42 ปี เล่าว่า เริ่มทำงานที่บีทีเอสในตำแหน่งพนักงานประจำสถานีเมื่อปี 2544 ตอนนั้นพนักงานหญิงส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำสถานี ส่วนคนขับรถไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ไม่นานหลังจากนั้น บริษัทเริ่มเปิดให้พนักงานหญิงเข้ามาสมัครทดสอบเป็นพนักงานควบคุมรถ อีก 3 ปีต่อมา พัทธนันท์ จึงตัดสินใจสมัครโดยได้แรงบันดาลใจจากพนักงานหญิงรุ่นพี่ที่เป็นคนขับรถไฟฟ้าซึ่งขณะนั้นมีอยู่เพียง 3 คน

อะไรที่ไม่ค่อยมีใครเคยทำมาก่อน ดูน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความ "ลังเล" หรือ "ไม่แน่ใจ" อยู่เสมอ เมื่อเกือบ 16 ปีก่อน แทบไม่มีผู้หญิงที่ขับรถไฟฟ้าเลย แล้วอะไรกันที่ทำให้เธออยากทำ

"อย่างแรกเลย มันเท่" พัทธนันท์บอก ส่วน "น่าสนใจและท้าทาย" นั้นตามมา

พัทธนันท์บอกว่า รถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ใหม่มากสำหรับประเทศไทยในตอนนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีคนขับรถไฟฟ้าหญิงน้อยมาก เมื่อบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานหญิงเข้ามาสอบ จึงถือว่าเป็นโอกาสที่ได้เข้ามาลองอะไรใหม่ ๆ

เธอเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้าทำงานที่บีทีเอสเธอทำงานที่บริษัทรถยนต์ การจะเป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้าได้นั้น ทุกคนต้องผ่านการสอบคัดเลือก หลังจากสอบผ่านแล้วก็ต้องฝึกอบรมอย่างน้อย 4 เดือน ซึ่งต้องเข้ารับการฝึกทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ทำความรู้จักกลไกต่าง ๆ ของรถไฟฟ้า

ระหว่างที่ฝึกอบรมมีการสอบด้วยอีกครั้ง จากนั้นไปฝึกปฏิบัติงานจริงกับรุ่นพี่ 1 เดือน ก่อนจะเข้าทดสอบในรอบสุดท้ายจากฝ่ายความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้ "ใบขับขี่รถไฟฟ้า" ก่อนขึ้นปฏิบัติงานจริง

วันแรก

ขับครั้งแรกเมื่อปี 2547 พัทธนันท์ประจำเส้นทางสายสุขุมวิทซึ่งให้บริการเส้นทางจากหมอชิตถึงอ่อนนุช

"วันแรกที่ลองขับตอนที่ยังไม่ให้บริการ ความรู้สึกครั้งแรกที่จับแผงควบคุมคอนโทรลจะตื่นเต้นมาก เพราะว่ารถไฟฟ้าคันใหญ่มาก แต่ว่าวันที่เราให้บริการผู้โดยสารจริง ๆ ตื่นเต้นยิ่งกว่า เพราะผู้โดยสารเยอะ แล้วเราต้องให้บริการผู้โดยสารจำนวนมาก ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย"

ส่วนการประกาศเสียงของสถานีที่ยุคนี้เป็นเสียงของนักร้องดัง "รัดเกล้า อามระดิษ" ยุคนั้นพี่อรบอกว่า พนักงานควบคุมรถ ต้องเป็นผู้ประกาศเอง

"ตื่นเต้นมาก" เธอบอกสั้น ๆ ถึงความรู้สึก ณ ขณะที่ประกาศเสียงสถานีบอกผู้โดยสาร

รุ่งสางถึงยามดึก

คนกรุงที่ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นประจำทุกวันอาจจะเคยสังเกตเห็นพนักงานควบคุมรถออกจากประตูด้านหน้าของขบวนรถเมื่อจอดถึงสถานีปลายทาง แต่อาจไม่เคยรู้ว่าขบวนรถแต่ละคันมีคนขับคนเดียว ไม่มีผู้ช่วย

การทำงานของคนขับรถไฟฟ้าหญิง หน้าที่และการปฏิบัติงานเหมือนกับพนักงานชายทุกอย่าง

เวลาเข้างานบางกะ รถไฟฟ้าต้องวิ่งตั้งแต่ตีสามครึ่งเพื่อส่งพนักงานตามสถานี และไม่ใช่แค่สถานีปลายทางเท่านั้น บางสถานีต้องมีรถเข้าจอดเพื่อพร้อมให้บริการในรอบแรกเวลา 5.15 น.

"ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ การเข้างานกะเช้า กลางวัน หรือแม้กระทั่งกลางคืน การนอนที่สถานีปลายทาง การนอนที่อู่จอดรถ ทุกอย่างเราต้องทำให้ได้เหมือนผู้ชายค่ะ"

ทุกวันนี้ รถไฟฟ้าขยายเส้นทางออกไปมากขึ้น ระยะทางที่คนขับอยู่ในขบวนรถก็ยาวขึ้น อย่างเส้นทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-สถานีเคหะ สมุทรปราการ ไปกลับใช้เวลารวม 2.40 ชั่วโมง พนักงานต้องดูแลตัวเอง รับประทานอาหาร ดื่มน้ำ ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน ถึงค่อยขึ้นมาขับรถไฟฟ้า

หน้าที่ "แม่" ต้องไม่แพ้หน้าที่ขนส่งมวลชน

พัทธนันท์มีลูกชายหนึ่งคนวัย 10 ขวบ เธอยอมรับว่าการทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วยนั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่ลูกอายุ 6-7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เขาค่อนข้างไม่เข้าใจว่าพ่อแม่ต้องทำงาน ยากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเวลาเข้างานของพ่อแม่ไม่ใช่เวลาแบบสำนักงานที่เข้าเช้าออกเย็น แต่ก็ลงตัวในเวลาต่อมาเมื่อลูกโตขึ้นและเข้าใจถึงความจำเป็นในหน้าที่ของคุณแม่

"น้องเคยถามว่าคุณแม่ไม่มีปิดเทอมเหรอครับ เพราะเขาจะมีเวลาอยู่กับเราน้อยมาก แต่ก็ตกลงกับแฟนว่าถ้าเป็นวันหยุด ก็จะพยายามทำหน้าที่ของพ่อกับแม่ให้ลูกไม่รู้สึกขาดเลยค่ะ" เธอเล่ายิ้ม ๆ

"เราต้องทำได้ทั้งงานด้านนอก (บ้าน) และทำหน้าที่ของแม่ ไม่ให้มีความแตกต่างกัน" พัทธนันท์กล่าว

ความภูมิใจ

หลายครั้งที่รถไฟฟ้าเกิดความขัดข้องหรือล่าช้า อย่างปีที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาติดต่อกันหลายวัน และความเห็นในโซเชียลมีเดียก็ออกมาในทางลบ พัทธนันท์บอกว่า ทุกครั้งที่เข้าไปอ่านก็ทำให้รู้สึกกังวล แต่พนักงานทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นและก็เต็มที่ในการเร่งแก้ปัญหาทุกครั้ง

ถึงแม้จะขับรถไฟฟ้ามาเกือบ 20 ปี แต่เธอบอกว่าทุกครั้งที่ขึ้นให้บริการก็ยังตื่นเต้นมากว่าจะทำได้ดีไหม และยังภูมิใจทุกครั้งเวลาที่ช่วยบรรเทาความทรมานในการเดินทางของคนกรุงได้บ้าง ยามที่ท้องถนนกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต

"ทุกครั้งที่มีสถานการณ์ที่รถด้านล่างติดหนักมาก หรือทุก ๆ เย็นวันศุกร์ ตอนพี่นำขบวนรถวิ่งเข้าให้บริการที่ชานชาลา เจอผู้โดยสารจำนวนมาก ๆ พี่อยากจะบอกว่าพี่อยากเอาเขาไปให้หมดทุกคน" พัทธนันท์กล่าว

ทุกวันนี้กำลังใจเล็ก ๆ จากผู้หญิงคนนี้เวลาขับรถไฟฟ้า มาจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผู้โดยสารออกจากขบวนรถพร้อมกับใบหน้าที่ชื่นชม เมื่อเห็นคนที่พาพวกเขาเดินทางกลับบ้าน

ข้อมูลน่าสนใจของมนุษย์รถไฟฟ้า :

•พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าบีทีเอสปัจจุบันมีทั้งหมด 422 คน เป็นผู้ชาย 285 คน ผู้หญิง 137 คน อายุเฉลี่ยที่ 34 ปี พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าที่ตั้งครรภ์ มีกฎว่าต้องหยุดขับรถ

•เดปโป (Depot) คือคำที่พนักงานเรียกโรงจอดรถไฟฟ้าตรงสถานีหมอชิต เปรียบเสมือนฐานปฏิบัติการของเหล่ามนุษย์รถไฟฟ้า

•ภายในเดปโป ด้านล่างเป็นโรงซ่อมหรือเวิร์คช็อป ด้านบนเป็นลานจอดขบวนรถก่อนออกไปให้บริการ พัทธนันท์เล่าว่า แทร็ครางแต่ละแทร็คบริเวณเวิร์คช็อป ใช้ซ่อมรถไฟฟ้าแตกต่างอาการกันไป อย่างเช่นแทร็คสำหรับเจียราง แทร็คกลึงล้อ เป็นต้น

•อีมู (Emu) ศัพท์ที่ใช้เรียกแต่ละขบวนรถ แต่ละขบวนจะมีตัวเลขกำกับ เช่น Emu 75

•ละเอียด รอบคอบ วินัยสูง คือคุณสมบัติของพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า พัทธนันท์บอกว่า "การเข้าออกที่จุดต่าง ๆ จะเป็นเวลาเข้านาทีต่อนาที พนักงานจะต้องรักษาเวลาได้"

•ขบวนรถของบีทีเอสปัจจุบันมีอยู่ 4 รุ่น ผลิตจากคนละประเทศ พนักงานทุกคนสามารถควบคุมรถได้ทุกรุ่น

เรื่องโดย ธันยพร บัวทอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม บีบีซีไทย