ประชาชนลงชื่อค้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กว่า 2.5 แสนคน

Image copyright Dominic Lipinski/PA
คำบรรยายภาพ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตร่วมกันลงชื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่...) พ.ศ... รวมกว่า 2.5 แสนคน

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากวันที่ 15 ธ.ค.เป็นวันที่ 16 ธ.ค.ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ลงชื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีจำนวนกว่า 250,000 คน

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตร่วมกันลงชื่อผ่านเว็บไซต์ change เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่...) พ.ศ... หรือร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล โดยมีเครือข่ายพลเมืองเน็ต ซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ เป็นผู้เริ่มรณรงค์คัดค้านชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล และ พ.ร.บ.ดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา

จำนวนประชาชนที่ร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีจำนวนกว่า 250,000 คน วันนี้ (14 ธ.ค.) และเครือข่ายพลเมืองเน็ตจะนำรายชื่อดังกล่าวไปยื่นต่อที่ประชุม สนช.ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป

Image copyright PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.แล้ว

ส่วนประเด็นในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่เครือข่ายภาคประชาชนไม่เห็นด้วย ได้แก่ เนื้อหาที่เป็นข้อห้ามเรื่องการเผยแพร่ข้อมูล "ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน" ซึ่งเป็นความหมายที่กว้างและมีความเปราะบาง อาจถูกตีความไปในลักษณะละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ รวมถึงความผิดฐานเผยแพร่ "ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ในมาตรา 14 (1) ซึ่งที่ผ่านมาถูกตีความในการใช้เพื่อจำกัดการตรวจสอบผู้มีอำนาจ ทั้งในภาครัฐและเอกชน ขณะที่เจตนารมณ์แท้จริงของกฎหมายเป็นการมุ่งเน้นหนทางแก้ปัญหาการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงออนไลน์เท่านั้น

เครือข่ายพลเมืองเน็ตระบุด้วยว่ามาตรา 14 (2) ของร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่แก้ไขใหม่ มีการกำหนดฐานความผิดอย่างคลุมเครือยิ่งกว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน (2550) เช่น ความผิดฐานโพสต์ข้อมูลเท็จที่กระทบต่อ "ความปลอดภัยสาธารณะ" "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" หรือ "การบริการสาธารณะ" ซึ่งไม่มีนิยามชัดเจนในกฎหมาย อาจทำให้การบังคับใช้มีปัญหา เกิดการตีความโดยเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจในเวลานั้น

ด้านสำนักข่าวไทยรายงานอ้างอิงนายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งยืนยันว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาปรับแก้มาตราที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง เช่น การระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 คนเป็นผู้พิจารณาแล้วเสนอความเห็นให้ศาล มีญัตติเพิ่มเติมเพื่อห้ามมิให้พนักงานสอบสวนเปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการแก่บุคคลใด และมีบทลงโทษเจ้าพนักงานที่ฝ่าฝืน พร้อมย้ำว่าไม่มีส่วนใดในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่บัญญัติให้มีการควบคุมการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตแบบช่องทางเดียว หรือซิงเกิลเกตเวย์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เครือข่ายพลเมืองเน็ตมองว่าร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่แก้ไขใหม่ มีการกำหนดฐานความผิดอย่างคลุมเครือยิ่งกว่า พ.ร.บ.ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน

ส่วนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.แล้ว และอยู่ระหว่างการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดูแล จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่าการควบคุมการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตแบบช่องทางเดียวหรือซิงเกิลเกตเวย์ ถือว่ามีความจำเป็นเมื่อพิจารณาในเรื่องของความมั่นคง เพราะที่ผ่านมามีการใช้อุปกรณ์และช่องทางการสื่อสารในต่างประเทศมาโจมตีประเทศไทย ทั้งยังมีบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ....จนนำไปสู่การโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ จึงต้องมีมาตรการรองรับ แต่ล่าสุดยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆที่กระทบต่อความมั่นคง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ต้องไปถามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแล