กลุ่มต่อต้าน พ.ร.บ.คอมพ์ เตรียมยกระดับโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ

  • 19 ธันวาคม 2016
Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ เว็บไซต์รัฐบาลไทยประสบปัญหาระบบล่ม ภายหลังจากกลุ่มผู้เคลื่อนไหวต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ระบุว่าจะประกาศสงครามไซเบอร์กับรัฐบาล

กลุ่มผู้ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ประกาศจะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อทำสงครามไซเบอร์กับหน่วยงานรัฐบาลไทย พร้อมเรียกร้องให้ชะลอกระบวนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่า แต่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติยืนยันว่าไม่อาจชะลอกระบวนการได้

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์" หรือ OpSingleGateway ซึ่งประกาศต่อต้านการปิดกั้นข้อมูลอินเตอร์เน็ต รวมถึงร่างพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กช่วงค่ำวานนี้ (18 ธ.ค) โดยระบุว่าทางกลุ่มจะยกระดับการโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) ถ้าหากรัฐบาลไม่มีท่าทีผ่อนปรนหรือชะลอกระบวนการต่างๆ ของขั้นตอนกฎหมายดังกล่าวซึ่งที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชนและเครือข่ายผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 300,000 แสนคนซึ่งเข้าชื่อกันคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับดังกล่าว

เนื้อหาในแถลงการณ์ของกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ระบุว่าการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เปรียบได้กับการทำรัฐประหารซ้ำในโลกออนไลน์ ทางกลุ่มจึงต้องประกาศสงครามไซเบอร์เพื่อต่อต้านการรัฐประหารดังกล่าว พร้อมทั้งเตือนว่าอาจมีผู้ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และขอให้ประชาชนเข้าใจในเจตนารมณ์ของทางกลุ่มด้วย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ รวมตัวทำกิจกรรมที่กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. กลุ่มนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์นิรนาม Anonymous ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ อ้างว่าสามารถเจาะเข้าระบบของหน่วยงานรัฐบาลไทยได้สำเร็จ รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งเปิดเผยหลักฐานบางส่วนด้วยเพื่อประท้วงกรณีที่ สนช. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของไทยเช่นกัน

ด้าน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมตกเป็นหนึ่งในกลุ่มเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการที่ถูกกลุ่มบุคคลโจมตีและเจาะระบบคอมพิวเตอร์ โดย พล.ต.คงชีพยอมรับว่ามีความพยายามเจาะข้อมูลเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมจริง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก ทั้งยังเตือนกลุ่มผู้เจาะข้อมูลให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ส่วนที่มีกลุ่มต่างชาติเข้ามาร่วมโจมตีด้วย ทางกระทรวงได้ขอความร่วมมือไปยังต่างชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่ต่อต้านด้วย

ขณะที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลงข่าววันนี้ (19 ธ.ค.) เพื่อชี้แจงต่อกลุ่มผู้ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยยืนยันว่าไม่สามารถจะชะลอการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวได้ เพราะกฎหมายได้ผ่านการพิจารณาของสนช.ไปแล้ว ซึ่งหาก สนช.ไม่ให้ผ่าน อาจต้องกลับไปใช้กฎหมายเก่าเมื่อปี 2550 และนายพรเพชรระบุด้วยว่าร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับนี้มีการปรับแก้ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลก่อนที่จะทำเรื่องผ่านไปยังรัฐมนตรีเพื่อขออำนาจของศาล และศาลต้องเห็นชอบ รวมถึงต้องมีหลักฐาน จึงจะสั่งระงับเว็บไซต์ได้ จึงขอยืนยันว่าการปิดกั้นหรือระงับข้อมูลไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เครือข่ายพลเมืองเน็ตรวบรวมรายชื่อประชาชนมากกว่า 300,000 คนที่ลงชื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อยื่นต่อ สนช.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.

รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางอินเตอร์เน็ตขององค์กรเพื่อเสรีภาพ "ฟรีดอมเฮาส์" ประจำปี 2559 ระบุว่าไทยติดกลุ่มประเทศที่ไม่มีเสรีภาพด้านอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการอ้างอิงผลสำรวจข้อมูลอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยและประเทศอื่น รวมทั้งหมด 65 ประเทศทั่วโลก และสำรวจข้อมูลตั้งแต่เดือน มิ.ย.2558-พ.ค.2559 พบว่าประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 39 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมดกว่า 68 ล้านคน

ฟรีดอมเฮาส์อาศัยเกณฑ์การพิจารณา 3 ประการ ได้แก่ อุปสรรคในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต การควบคุมเนื้อหาที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต และการละเมิดสิทธิของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ส่งผลให้ไทยมีคะแนนรวม 66 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพราะมีการจับกุมและดำเนินคดีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่กดไลค์หรือตอบรับข้อความซึ่งมีเนื้อหาต่อต้านรัฐบาลและสถาบันหลักของประเทศ ทำให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ รายงานของฟรีดอมเฮาส์ยังได้แสดงความกังวลต่อ ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับแก้ไข ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. โดยระบุว่าเนื้อหา พ.ร.บ.ดังกล่าวอนุญาตให้มีการสรรหาคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาพิจารณาเนื้อหาในอินเตอร์เน็ต แต่ถือว่ามีความคลุมเครือ เพราะคณะกรรมการฯ ดังกล่าวได้รับมอบอำนาจให้สามารถพิจารณาปิดกั้นข้อมูลที่เห็นว่า "ไม่เหมาะสม" ได้ด้วย แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวอาจจะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจนก็ตาม ปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามาทั้งหมด ส่งผลให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่มีเสรีภาพในด้านการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต