แฮกเกอร์เตือนผู้ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คิดให้ดีก่อนเจาะระบบ

  • 24 ธันวาคม 2016
Image copyright Kacper Pempel/REUTERS

กลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม Anonymous เผยแพร่ข้อมูลผ่านเครือข่ายทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) โดยอ้างว่าสมาชิกของกลุ่มสามารถเจาะระบบเพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลของเว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทยได้สำเร็จ เพื่อตอบโต้รัฐบาลไทยที่ผลักดันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ (ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไข) ซึ่งทางกลุ่มมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตของประชาชน

ด้านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมติชนรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งระบุว่าเจ้าหน้าที่ไซเบอร์ของฝ่ายความมั่นคงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 5 คนที่มีพฤติกรรมโจมตีและเจาะระบบเว็บไซต์หน่วยงานราชการได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. และได้นำตัวไปสอบปากคำที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) จึงคาดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 100 คนได้ และหลังครบ 7 วันจะนำตัวผู้ต้องสงสัยส่งพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องศาลพลเรือน เนื่องจากเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

ทั้งนี้ บีบีซีไทยได้ติดต่อไปยังพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามข้อมูลการควบคุมตัวและแนวทางของรัฐบาลในการรับมือกลุ่มแฮกเกอร์ที่เคลื่อนไหวต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่พลโทสรรเสริญระบุว่าไม่สะดวกใจที่จะให้สัมภาษณ์

Image copyright @Blackplans

กลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม Anonymous เผยแพร่ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายถูกรัฐบาลไทยควบคุมตัวเพียงเพราะกระทำการอารยะขัดขืน ทางกลุ่มจึงจะต้องสู้กับการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและการละเมิดสิทธิเสรีภาพด้านการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของรัฐบาลไทยต่อไป แต่ขอเตือนผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยให้คิดให้ดีก่อนตัดสินใจเจาะระบบ และต้องมั่นใจว่าสามารถกลบร่องรอยได้อย่างหมดจดจริงๆ

ส่วนกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้คัดค้านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไนไทย เผยแพร่ข้อมูลผ่านหน้าเฟซบุ๊ก OpSingleGateway โดยระบุว่าเป็นข้อมูลการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ ของกองทัพซึ่งได้จากการเจาะระบบเว็บไซต์การบริหารงบประมาณของเหล่ากองทัพ แต่ยังไม่มีอาจยืนยันได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริงหรือไม่

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไขผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีกลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ต สื่อมวลชน และนักวิชาการ ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยหลายครั้งว่าร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีความจำเป็น เพราะจะต้องนำไปใช้สกัดกั้นข้อมูลด้านลบและเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการสอดแนมประชาชน