นักกิจกรรมร่วมกินข้าวหลาม แย้งศาลถอนประกัน "ไผ่ ดาวดิน"

  • 24 ธันวาคม 2016
Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผู้ร่วมกิจกรรม "กินข้าวหลามเฉยๆ" แสดงออกโดยสันติว่าไม่เห็นด้วยกับการเพิกถอนประกันนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา

กลุ่มพลเมืองโต้กลับรวมตัวจัดกิจกรรม "กินข้าวหลามเฉยๆ" บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. วันนี้ (24 ธ.ค.) เพื่อแสดงออกโดยสันติว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาเพิกถอนประกันนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ฐานแสดงความคิดเห็นในสื่อออนไลน์เป็นเชิงเยาะเย้ยเจ้าหน้าที่รัฐ

เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจปทุมวันตรึงกำลังและกั้นรั้วบริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลาประมาณ 15:00 น. ก่อนที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับและประชาชนจำนวนหนึ่งจะเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรม โดยตำรวจห้ามผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าไปในบริเวณที่ได้กั้นรั้วเอาไว้ โดยระบุว่าต้องกันให้สถานที่จัดกิจกรรมห่างจากวังสระปทุมอย่างน้อย 150 ม. ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมตัวกินข้าวหลามและขายข้าวหลามที่บรรจุในกระบอกไม้ไผ่ เพื่อเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงนายจตุภัทร และกิจกรรมดำเนินไปจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 17:45 น.จึงได้ประกาศยุติกิจกรรม เนื่องจากถึงกำหนดที่แจ้งกับเจ้าหน้าที่เอาไว้ และผู้ชุมนุมได้แยกย้ายกันไปอย่างสงบ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ทั้งนี้ พันตำรวจโทจิรัฐเกียรติ ศรวิเศษ ในฐานะพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. เพื่อให้ศาลเพิกถอนสัญญาประกันตัวนายจตุภัทร สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งถูกจับกุมและดำเนินคดี ข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สืบเนื่องจากการแชร์บทความของเว็บไซต์บีบีซีไทยเรื่องพระประวัติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และได้รับประกันตัวในวงเงิน 400,000 บาทเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. โดย พ.ต.ท.จิรัฐเกียรติ ระบุว่า นายจตุภัทรยังคงเคลื่อนไหวแสดงความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการพิมพ์ข้อความ "เศรษฐกิจมันแย่แม่งเอาแต่เงินประกัน" เป็นเชิงเยาะเย้ยเจ้าพนักงาน จึงขอให้ศาลพิจารณาถอนประกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีร้ายแรง ประกอบกับนายจตุภัทรมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีความมั่นคงหลายคดี และศาลได้พิจารณาให้เพิกถอนประกัน ทำให้นายจตุภัทรถูกส่งตัวไปยังเรือนจำจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ด้านศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ระบุว่าปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ข้อ 11 กำหนดหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไว้ว่า "บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความผิดอาญา มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมาย" เมื่อนายจตุภัทรยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นและพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายจริง ก็ย่อมต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์โดยกฎหมาย และควรได้รับการคุ้มครองสิทธิในฐานะผู้บริสุทธิ์

นอกจากนี้ การวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงออกซึ่งความคิดเห็นใดโดยสุจริตย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นใด ๆ จึงชอบที่จะทำได้ หากเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ต้องว่ากล่าวหรือฟ้องร้องเป็นคดีความผิดอื่นแยกต่างหาก ส่วนคำสั่งศาลที่ระบุว่าข้อความของนายจตุภัทรเย้ยหยันอำนาจรัฐ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ กลับไม่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่าเย้ยหยันอำนาจรัฐอย่างไร และมีองค์ประกอบอย่างไร

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

นอกจากนี้ เมื่อเวลาประมาณ 15:30 น.วันเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่รวมตัวกันโดยใช้ชื่อว่า Free Internet Society of Thailand (FIST) ได้รวมตัวกันที่ลานหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงออกว่าคัดค้านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรือร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไข โดยผู้จัดกิจกรรมเปิดให้ผู้สนใจลงชื่อคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเพิ่มเติม และผู้ร่วมกิจกรรมได้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เพื่อยืนยันสิทธิด้านอินเตอร์เน็ตของประชาชน ก่อนที่กิจกรรมยุติลงเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 40 นาที