มหาดไทยโอนงบโครงการหมู่บ้านกว่า 1.8 หมื่นล้านบาททั่วประเทศ

  • 25 ธันวาคม 2016
Image copyright Taylor Weidman/Getty Images

กระทรวงมหาดไทยเผยความคืบหน้าโครงการสนับสนุนเงินหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท โดยทุกจังหวัดได้โอนเงินเข้าบัญชีหมู่บ้านแล้ว 18,659.97 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วกว่า 1,380 ล้านบาท รวม 6,085 โครงการ ส่วน 5 จังหวัดที่มีผลการเบิกจ่ายสูงสุด ได้แก่ อุตรดิตถ์ สมุทรสาคร กำแพงเพชร สมุทรสงคราม และนราธิวาส

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยวันนี้ (25 ธ.ค.) ว่ากรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 หรือโครงการหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.เป็นต้นมา และทุกจังหวัดได้โอนเงินเข้าบัญชีหมู่บ้าน รวมเป็นเงิน 18,659.97 ล้านบาททั่วประเทศ เพื่อนำไปใช้ขับเคลื่อนในโครงการต่างๆ ตามที่หมู่บ้านเสนอขึ้นมาตามความต้องการของประชาชน ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 82,271 โครงการ

นายชยพลระบุว่าในช่วงที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 6,085 โครงการ รวมเป็นเงินกว่า 1,380 ล้านบาท ส่วนจังหวัดที่มีการเบิกจ่ายเงินเพื่อนำไปใช้ในโครงการหมู่บ้านต่างๆ มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตรดิตถ์ สมุทรสาคร กำแพงเพชร สมุทรสงคราม และนราธิวาส

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

โครงการหมู่บ้าน 2.5 แสนฯ เริ่มดำเนินการมาได้เป็นสัปดาห์ที่ 2 และมีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2560 โดยโครงการที่ประชาชนเสนอขึ้นมามากที่สุด ได้แก่ โครงการด้านสาธารณประโยชน์ เช่น โครงการปรับปรุงและต่อเดิมการประปาเพื่ออุปโภคบริโภค การขุดลอกคลองระบายน้ำเพื่อส่งเสริมการเกษตร ขณะที่อันดับรองลงมาเป็นโครงการด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมฉางข้าวชุมชน

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2559 เห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการโดยผ่านทางคณะกรรมการหมู่บ้าน มีเป้าหมายดำเนินการในหมู่บ้านทั้งหมด 74,655 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยสนับสนุนงบประมาณให้หมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท เป็นงบประมาณรวมทั้งสิ้น 18,760 ล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยเคยดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านฯ มาก่อน โดยพิจารณาโอนเงินให้หมู่บ้านละ 2 แสนบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2559 ผลการสำรวจพบว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้านได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างระบบประชาธิปไตยให้กับประชาชน เพราะการเสนอโครงการต้องผ่านการประชาคมผ่านกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน แต่โครงการหมู่บ้าน 2 แสนบาทยังมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น การนำงบประมาณไปจัดซื้อคุรุภัณฑ์ ส่งผลให้การดำเนินโครงการหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาทครั้งนี้มีข้อห้ามไม่ให้นำงบประมาณไปใช้ในการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือจัดอบรมดูงาน ยกเว้นเรื่องการอบรมเพื่อฝึกอาชีพ