ก.พลังงานพาคณะสื่อดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินญี่ปุ่น ไม่หวั่นผู้ชุมนุมค้าน

ถ่านหิน, โรงไฟฟ้า, พลังงานถ่านหิน, กระบี่, เทพา, EIA, รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม, กพช. Image copyright WILLIAM WEST/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ญี่ปุ่นนำเข้าถ่านหินจากหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย

กระทรวงพลังงานพาสื่อคณะใหญ่ไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน "สะอาด" ที่ญี่ปุ่น ขณะที่แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวาน (18 ก.พ.) ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยนางเตือนใจ ดีเทศน์ กสม. เรียกร้องรัฐบาลไม่ให้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม แต่นายกรัฐมนตรีโต้กลับ กสม.และนักการเมือง "อย่ามาหาคะแนนเสียงในเวลานี้" พร้อมระบุว่าถ้าการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่ผ่าน ก็สร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้

พล.อ.ธนา วิทยวิโรจน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเยี่ยมชมการบริหารจัดการโรงไฟฟ้ากับการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่มีการชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินกระบี่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล และสะพานชมัยมรุเชษฐ์ เมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) ทำให้แกนนำการชุมนุม 5 คน ถูกควบคุมตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และชาวบ้านอีก 11 คนถูกนำตัวไปสอบประวัติที่กองบังคับการสายตรวจ 191 วิภาวดี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาหลายชั่วโมงต่อมา

กระทรวงพลังงานกล่าวว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ญี่ปุ่น "สะอาด" และการดูงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ ความเข้าใจการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการสร้างความมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ในประเทศไทยที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและพัฒนาประเทศ ให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ขณะที่ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะนักวิชาการที่เคยไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า กระบวนการดำเนินงานและจัดการโรงไฟฟ้าถ่านหินของญี่ปุ่นกับในไทยอาจไม่เหมือนกัน โดย ดร.สมพร ยกตัวอย่างเกรดของถ่านหินที่ญี่ปุ่นใช้และไทยจะนำมาใช้ในอนาคต รวมถึงระบบจัดการน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษาและตรวจสอบโครงการจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน พร้อมยกตัวอย่างกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถูกเครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่ฟ้องร้องเพราะได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สะท้อนภาพการจัดการของหน่วยงานรัฐได้อย่างชัดเจน

ดร.สมพร ระบุด้วยว่า สถานที่ดูงานที่ไปกับกระทรวงพลังงาน คือ โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่เมืองมัตสึอูระและเมืองฮิตาชินากะ ก่อนจะก่อสร้างถูกคัดค้านจากประชาชนบางส่วนในพื้นที่เช่นกัน แต่รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามเปิดพื้นที่อภิปรายถกเถียงและให้ความรู้กับประชาชนในท้องที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเปิดให้กลุ่มต่อต้านเข้าไปตรวจสอบและติดตามดูการทำงานภายในโรงไฟฟ้าได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนภายนอกที่สนใจยื่นเรื่องขอเข้าชมการทำงานของโรงไฟฟ้าได้ตลอด และมีการนำข้อเรียกร้องของคนในพื้นที่ไปพิจารณาทบทวนและปรับปรุง

Image copyright Dake Kang/AP

ส่วนความคืบหน้าการชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ จ.กระบี่ พลโทอภิรัตน์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยเพิ่มเติมในวันนี้ (19 ก.พ.) ว่าแกนนำ 5 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อวาน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการหาแหล่งพลังงาน แต่จะสร้างโรงไฟฟ้าได้หรือไม่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน ซึ่งรัฐบาลเห็นใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หากมีนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแทรกแซงความเดือดร้อนของประชาชน ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และอย่าปล่อยให้เป็นเรื่องการเมือง

ขณะที่นางเตือนใจ ดีเทศน์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ซึ่งเดินทางไปสังเกตการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลสั่งดำเนินคดีแกนนำ พร้อมระบุว่ารัฐบาลต้องสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยต้องรับฟังความเห็นอย่างกว้างขวางตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ปี 2550 และที่ผ่านประชามติ รวมถึงข้อตกลงจากสหประชาชาติ ที่กำหนดเรื่องสิทธิชุมชนและอาชีพประมงพื้นบ้านเอาไว้ และขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยความสุจริตใจ และใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ แทนที่จะใช้คำสั่งพิเศษ

ขณะเดียวกัน นายประสิทธิชัย หนูนวล จากเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ หนึ่งในแกนนำ 5 คนที่ถูกควบคุมตัว เปิดเผยว่า ระหว่างที่ถูกเชิญตัวไปยังค่ายทหาร ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและสะดวกสบาย และภายหลังจากหารือกันแล้ว ได้มีข้อยุติตามข้อเรียกร้องของทุกคน คือ รัฐบาลจะประกาศยกเลิกรายงาน EHIA อย่างเป็นทางการ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 ก.พ.ที่จะถึง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักต่อที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล จนกระทั่งประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.

Image copyright Getty Images

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวชี้แจงกรณีรัฐบาลเห็นชอบให้เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ จ.กระบี่ โดยระบุว่าการดำเนินการจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่หากคณะกรรมการอีไอเอเห็นว่าจะต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ ทางกระทรวงพลังงานและ กฟผ.ก็ต้องปฏิบัติตาม แม้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จะเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการนี้เมื่อวันที่ 17 ก.พ. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างได้เลยทันที

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า กรณีกลุ่มเครือข่ายอันดามันต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ออกมาชุมนุมต่อต้านข้างทำเนียบรัฐบาล ถือว่าผิด พ.ร.บ.การชุมนุม ต้องส่งฟ้อง แต่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการ และจะเรียกมาคุยเพื่อทำความเข้าใจ แต่อยากฝากถึงนางเตือนใจ ดีเทศน์ กสม.และนักการเมือง "อย่ามาหาคะแนนเสียงในเวลานี้" พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลต้องการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ไม่เช่นนั้นจะเข้ามาให้เปลืองตัวทำไม ขอให้เห็นใจในการดำเนินการของรัฐบาลด้วย ที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก และโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2550 ไม่ใช่มาเริ่มในรัฐบาลนี้