วัดธรรมกายพร้อมเจรจา แต่ต้องยกเลิกคำสั่ง คสช.

  • 20 กุมภาพันธ์ 2017
พระธรรมกาย Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai
คำบรรยายภาพ มีการปะทะกันหว่างตำรวจควบคุมฝูงชน พระ และลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่บริเวณหน้าวัด แตไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เมื่อเช้าวันนี้ (20 ก.พ.)

ตำรวจ-พระและลูกศิษย์วัดธรรมกายเผชิญหน้า แต่ไม่มีการปะทะกันอย่างรุนแรง หน.กององค์กรระหว่างประเทศของวัดแนะทางการยกเลิกการออกคำสั่งคุมพื้นที่วัดแล้วเจรจาหาทางออกร่วมกัน ยอมรับไม่พบ "พระธัมมชโย" ระยะหนึ่งแล้ว ด้านนักวิชาการศาสนาชี้การดำเนินการกับวัดธรรมกายเป็นเรื่อง "การเมือง" ไม่ต่างจากจีนจับฝ่าหลุนกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าของวันนี้ได้เกิดเหตุชุลมุนระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชน พระ และลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่รวมตัวกันที่ด้านหน้าวัด และต้องการให้ตำรวจเปิดทางให้เดินทางเข้าไปภายใน อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2560 ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พยายามหาทางตรวจค้นวัดพระธรรมกายและจับกุมพระธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย วัย 72 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จ โดยได้มีการออกคำสั่งของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ให้วัดธรรมกายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการพิเศษเพื่อดำเนินการ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai
Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai

ด้านพระภาสุระ ทนฺตมโน หัวหน้ากององค์กรระหว่างประเทศ สำนักต่างประเทศ ซึ่งเป็นพระ 1 ใน 14 รูปของวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเรียกให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ กล่าวกับบีบีซีไทยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจค้นภายในบริเวณวัดพระธรรมกาย เนื่องจากเห็นว่าเมื่อตรวจค้นและ "ไม่พบ" ก็ควรยุติการกระทำซึ่งทางวัดเห็นว่าเกินกว่าเหตุ กับขอให้ทางการยุติการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ในการควบคุมพื้นที่วัด แล้วหันมาเจรจาหาทางออกร่วมกันกับวัดต่อไป

พระภาสุระกล่าวว่าที่ผ่านมาวัดธรรมกายเรียกร้องดีเอสไอ เข้ามาแจ้งข้อหาต่อพระธัมมชโยภายในวัดเนื่องจากพระธัมมชโยมีอาการอาพาธ แต่กลับไม่ดำเนินการแม้อัยการจะชี้ว่าสามารถกระทำได้ จนขณะนี้สถานการณ์ล่วงเลยมาถึงขั้นของการออกหมายจับ

Image copyright RUNGROJ YONGRIT / AP
คำบรรยายภาพ พระธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย วัย 72 ปี

พระภาสุระ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามที่ว่าขณะนี้พระธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ยังอยู่ในวัดหรือไม่ หรือเดินทางไปต่างประเทศ โดยกล่าวเพียงว่าไม่ได้พบเจอพระธัมมชโยมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว และไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ที่ใด

พระภาสุระกล่าวด้วยว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ตนเองและพระองค์อื่นจะไม่ได้พบเจอพระธัมมชโย เพราะการดำเนินงานของวัดเป็นไปภายใต้คณะกรรมการบริหารชุดต่าง ๆ มิใช่การตัดสินใจของเจ้าอาวาสเช่นเดียวกับวัดทั่วไป

Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai

ด้านนายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านศาสนา กล่าวกับบีบีซีไทยว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกายมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเสนอให้ปฏิรูปพระพุทธศาสนาที่ตนมองว่าเป็นการกระชับอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม รื้อฟื้นคดีต้องปาราชิกของพระธัมมชโยซึ่งเมื่อไม่สำเร็จจึงดึงเรื่องการทุจริตขึ้นมาดำเนินการ

"รัฐต้องการเอาองค์กรสงฆ์หรือศาสนาเป็นเครื่องมือ และขจัดฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ องค์กรศาสนาที่มีบารมี มีคนศรัทธาเยอะอย่างวัดพระธรรมกาย ถูกมองว่าเป็นอันตรายไม่ต่างจากที่รัฐบาลจีนกำจัดลัทธิฝ่าหลุนกง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะเป็นอันตรายกับสังคมไทยในระยะยาว การระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารหลายพันนายดำเนินการส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติอย่างรุนแรง "

Image copyright Wasawat lukharang / bbc thai

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างคำพูด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ว่าพยายามทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและความรุนแรง โดยการตรวจค้นในวัดจะยังดำเนินต่อไป และจะขอความร่วมมือจากทางวัด ส่วนศิษยานุศิษย์นั้นไม่ควรเดินทางไปที่วัดเพราะอาจถือว่าละเมิดกฎหมายและถูกจับกุมได้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า เหตุที่มีการใช้มาตรา 44 ดำเนินการ เนื่องจากพระธัมมชโย มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้ศาลอาญาจะออกหมายจับ และต่อมา อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าว และมีคำสั่งให้ดีเอสไอนำตัวพระเทพญาณมุนีมาดำเนินคดี แต่กลับถูกลูกศิษย์ของวัดขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่