ม.มหิดลสั่งสอบ สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ ชี้เป็นการแอบอ้างชื่อ ค้าน ม.44

มาตรา 44, มหิดล, คสช., สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา, รัฐบาล, โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี, อำนาจเผด็จการ
คำบรรยายภาพ,

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะยังไม่ยกเลิกการใช้มาตรา 44 จนกว่าพระธัมมชโยจะมอบตัว

ม.มหิดลออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การแถลงคัดค้านการใช้อำนาจตามม.44 ของหัวหน้าคสช. ในนามสถาบันสิทธิมนุษยชนฯ เป็นการแอบอ้างชื่อ และเตรียมตรวจสอบกลุ่มผู้ออกแถลงการณ์ เหตุทำให้ ม.มหิดล เสียชื่อเสียง

มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 26 ก.พ. ระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาทางวินัย กรณีกลุ่มบุคคลออกแถลงการณ์ในนาม "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล" คัดค้านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2560 เมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) โดยทางมหาวิทยาลัยระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย

เนื้อหาในแถลงการณ์ของ ม.มหิดล เรียกร้องให้กลุ่มบุคคลที่ออกแถลงการณ์คัดค้านมาตรา 44 ยุติการกระทำดังกล่าวทันที โดยระบุว่านี่ไม่ใช่เสรีภาพทางวิชาการ แต่เป็นการแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัย พร้อมย้ำว่า ม.มหิดล ยืนหยัดในการให้ทุกคนเคารพในกฎหมาย เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ทั้งนี้ เมื่อวาน (25 ก.พ.) มีการออกแถลงการณ์ในนามสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา คัดค้านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในแถลงการณ์ระบุว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ รธน.2557 (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2560 เป็นอำนาจเผด็จการ ขัดกับหลักนิติธรรม ขาดการถ่วงดุลตรวจสอบ มีความพร่ำเพรื่อและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันควร เพราะในหลายกรณี รัฐบาลและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ยังสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามกฎหมายทั่วไป หรือขั้นตอนตามกฎหมายปกติได้ ทางสถาบันฯ จึงเรียกร้องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44

แถลงการณ์ที่ออกในนามสถาบันสิทธิมนุษยชนฯ ระบุด้วยว่า ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเป็นจำนวนมาก ทั้งการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คำสั่งแต่งตั้งนายกเมืองพัทยา การปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย การกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตําแหน่ง รวมถึงมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกายและจับกุมตัวพระธัมมชโย

ขณะเดียวกัน พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีที่นายอนวัช ธนเจริญณัฐ วัย 64 ปี ผูกคอตายเมื่อค่ำวานนี้ หลังเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งตามมาตรา 44 เรื่องการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายไม่สำเร็จ โดยพล.ท.สรรเสริญระบุว่า "ไม่ควรกล่าวโทษคำสั่งตามมาตรา 44 ว่าเป็นสาเหตุ เพราะที่ผ่านมาผู้กระทำผิดไม่ยอมรับกฎหมาย แต่กลับแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นและใช้กฎหมู่หลบหนีความผิด ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองนั้นจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่"

ส่วนกรณีที่หัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้อำนวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนนั้น พล.ท.สรรเสิรญระบุว่า "เป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พระศาสนาเกิดความมัวหมอง และประสานประโยชน์กับทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการเจรจาและเตรียมการช่วยเหลือ แต่ไม่อาจป้องกันได้ เพราะเกิดเหตุสุดวิสัย

คำบรรยายภาพ,

กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มารวมตัวบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า คสช.พร้อมใช้ ม.44 จัดการกับผู้ที่ยุยงให้เกิดความไม่สงบ

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายว่า ขณะนี้มีขบวนการของเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มการเมืองต่าง ๆ สร้างกระแสสังคมกดดันเรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ 5/2560 ซึ่งกำหนดให้เขตวัดพระธรรมกายและพื้นที่ไกล้เคียงเป็นพื้นที่ควบคุม เช่น การปล่อยข่าวลือว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในภายวัดพระธรรมกาย และควรพิจารณามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเห็นแก่ความเสียสละและความศรัทธาของพระภิกษุวัดธรรมกาย ลูกศิษย์ของวัด และชายที่เพิ่งเสียชีวิตจากการแขวนคอตาย

อย่างไรก็ตาม สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาฯ ไม่ใช่องค์กรเดียวที่กังวลต่อการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช. โดยก่อนหน้านี้ เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัด ร่วมกับมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ได้ยื่นฟ้องหัวหน้า คสช.ต่อศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2559 ขอให้ตรวจสอบทบทวนและเพิกถอนคำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท (กิจการด้านพลังงานและการจัดการขยะ)

เครือข่ายภาคประชาชนและมูลนิธิ EnLaw ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และไม่เคารพต่อเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการวางและจัดทำผังเมือง รวมถึงขัดแย้งต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายผังเมืองในการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่