รายงานพิเศษ : ชัยเกษม ถอดสมการปรองดอง ทวงคำ “ขอโทษ” จาก คสช.

  • หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
  • ผู้สื่อข่าวอิสระ บีบีซีไทย
คำบรรยายวิดีโอ,

“เมื่อทหารเป็นคู่ขัดแย้ง จะปล่อยให้ทหารเป็นผู้กำหนดเกมไม่ได้” ชัยเกษม นิติสิริ

เกือบ 3 ปีก่อน..นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คือ "นักการเมืองคนสุดท้าย" ที่มีโอกาสสนทนา-ตอบโต้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวงเจรจาคู่ขัดแย้ง 7 ฝ่ายเพื่อหาทางออกจากวิกฤตทางการเมือง

คือเจ้าของวาทะ "ถึงนาทีนี้ไม่ลาออก"

พอสิ้นเสียงของนายชัยเกษม ก็มีคำประกาศ "ยึดอำนาจ" จากหัวโต๊ะที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ขณะนั้น) ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

อีกครั้ง.. เมื่อทหารเชิญแกนนำพรรคเพื่อไทยไปพูดคุยเพื่อหาทางสร้างความปรองดอง ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 นายชัยเกษมกับพวกไปตามคำเชิญ พร้อมส่งคำตอบ 3 ข้อ จากคำถามทั้งหมด 10 ข้อ ให้คณะกรรมการอำนวยการเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ที่มีปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ก่อนออกมา "ตลบหลัง" ทหารในเวลาต่อมา

"เมื่อทหารเป็นคู่ขัดแย้ง จะปล่อยให้ทหารเป็นผู้กำหนดเกมไม่ได้" ชัยเกษมบอกกับบีบีซีไทยถึงสาเหตุที่พรรคต้นสังกัดของเขาออกมาเรียกร้องให้ "ยกเลิกคณะกรรมการปรองดอง" ที่อยู่ภายใต้อำนาจการครอบงำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วตั้ง "คณะกรรมการอิสระ" ขึ้นทำหน้าที่แทน เพราะในสายตาของพรรคการเมืองใหญ่ไม่เคยวางใจทหาร เนื่องจากเป็นผู้โค่นอำนาจ "รัฐบาลเสียงข้างมาก" ครั้งล่าสุด

ที่มาของภาพ, กระทรวงกลาโหม

คำบรรยายภาพ,

แกนนำพรรคเพื่อไทย ระหว่างเข้าร่วมพูดคุยแนวทางปรองดองที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2560

"ผมนี่ติดข้องอยู่ในใจมานานแล้วว่าทหารเชิญรัฐบาล (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ไปคุยกับฝ่ายต่างๆ พอมีคำตอบที่ไม่พอใจ ซึ่งผมคิดว่าทหารเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาก็ประกาศปฏิวัติ แล้วจับผู้ที่ไปประชุมในที่ประชุม และเวลาควบคุมตัวไป ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่นะฮะ ผมฟัง ได้ยินกับหูนะครับ ท่านก็ออกมาพูดอยู่เป็นครั้งคราวว่ามีที่ไหนกันที่จะเอาผ้าคลุมหัว มัดมือ มันมีแต่ในหนังฝรั่งเท่านั้น แต่ว่าในวันนั้น ในรถคันผม โดนทุกคน"

ถือเป็นความรู้สึกขัดแย้ง-ขุ่นข้องหมองใจของนายชัยเกษมตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาจึงเรียกหา "คำอธิบาย" และ "คำขอโทษ"

"ถ้ามีการพูดคุยหาสาเหตุกันให้เรียบร้อยว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ท่านขอโทษคำเดียว โอ้ว! ไม่รู้ ลูกน้องท่านไปทำ เป็นเรื่องที่ท่านเข้าใจผิด และก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างนี้ ก็ยังพออภัยกันได้ นี่ก็คือลักษณะของการปรองดอง" นายชัยเกษมกล่าว

เขาเห็นว่า "การขอโทษเป็นเรื่องเล็กที่สุด เพราะปรองดองไม่ใช่แค่กายภาพ ต้องดูจิตใจคนที่เกี่ยวข้องด้วย"

อย่างไรก็ตาม พล.ต. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ปฏิเสธจะพูดถึงฉาก "มัดมือ-คลุมหัว" นักการเมืองหลังผ่านนาที "ทุบโต๊ะยึดอำนาจ" โดยบอกกับบีบีซีไทยเพียงว่า "ยินดีรับฟังทุกเรื่อง แต่อยากให้ทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้า เพราะไม่ต้องการให้สังคมไทยจมจ่อมอยู่กับความขัดแย้งในอดีต"

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/Getty images

คำบรรยายภาพ,

ผู้นำเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สโมสรกองทัพบก สถานที่ที่ใช้พูดคุยปรองดองก่อนทหารจะประกาศยึดอำนาจในวันที่ 22 พ.ค.2557

แม้แกนนำพรรคเพื่อไทยชี้ว่า "หากทหารเป็นผู้กำหนดเกม ในขณะที่มีอำนาจอยู่ จะเกิดการปรองดองไม่ได้" แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน นักการเมืองทุกค่ายทำได้แค่เล่นตามเกมทหาร สวนทางกับการทำการเมืองสไตล์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มักบอกลูกพรรคว่า "ผู้ชนะคือผู้กำหนดเกม"?

แกนนำพรรคเพื่อไทยแย้งทันควัน "นั่นคือเกมในระบอบประชาธิปไตย หมายความว่าได้รับอาณัติมาจากประชาชนแล้วว่าเป็นผู้จะดูแลปกครองประเทศ หรือกำหนดเกมในบ้านเมืองต่อไป แต่ถ้าเป็นเกมที่ได้อำนาจมาจากการปฏิวัติ มันคนละเรื่องกัน มันพูดกันไม่รู้เรื่องนะ 2 เกมนี้"

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อวิกฤตการเมืองรอบล่าสุด หนีไม่พ้น การขับเคลื่อนวาระปรองดองของรัฐบาลเพื่อไทยด้วยการใช้เสียงข้างมากในสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อปี 2556 ซึ่งถูกมองว่ามี "วาระซ่อนเร้น" ปูทางให้นายทักษิณกลับบ้านเกิด เป็นผลให้มวลชนที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ออกมาชุมนุมประท้วง-เปิดปฏิบัติการ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ"

แต่เมื่อเกมปรองดองรอบนี้ นายพล คสช. เป็น "ผู้ตั้งโจทย์" จึงมีข้อความข้ามประเทศจากนายทักษิณว่า "โปรดตัดผมออกจากสมการปรองดอง"

สำทับด้วยคำยืนยันจากนายชัยเกษม "พรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดเรื่องเอาคุณทักษิณกลับบ้านเลย"

ที่มาของภาพ, Borja Sanchez Trillo/Getty images

คำบรรยายภาพ,

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่นายชัยเกษมชี้ว่าต้องถอยฉากออกจากการเมืองไทย

"คุณทักษิณต้องพยายามถอยห่างจากการเมืองในประเทศไทย และท่านอยู่ห่างไกล ผมคิดว่าท่านคงไม่ได้คิดอยากจะกลับแล้ว เพราะท่านไปอยู่ต่างประเทศ ท่านก็ประสบความสำเร็จ และก็ไม่ได้คิดว่าท่านอยากจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมไม่คิดไปไกลขนาดนั้น ก็เป็นเรื่องที่พรรคต้องดูว่าต่อไปจะดำเนินกิจกรรมของพรรคไปได้แค่ไหนอย่างไร ภาพพจน์ต่างๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยน"

"ฉะนั้นผมมองข้ามท่านทักษิณไปเลย ผมมองข้ามท่านทักษิณไปเลย" เขาย้ำ 2 ครั้ง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

ชัยเกษม นิติสิริ "นักการเมืองคนสุดท้าย" ที่มีโอกาสสนทนา-ตอบโต้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค.57

ก่อนตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาล คสช. ว่าเหตุใดถึงยังไม่ "ก้าวข้ามทักษิณ" เหตุใดจึง "ขุดคดีเก่ามาเอาเรื่องใหม่" อาศัยสิ่งที่รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย นายวิษณุ เครืองาม เรียกว่า "อภินิหารทางกฎหมาย" ไล่บี้เก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นเครือชินคอร์ป 17,629.58 ล้านบาท

"ความจริงถ้าคุณทักษิณหายไปจากระบบ มันดีกับทุกฝ่ายนะ นี่ไปรื้อไปขุดมา ความจริงท่านทักษิณน่าจะถอยออกไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นตัวยืนอีก.. สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มองเห็นว่ามีความไม่ถูกต้องอยู่ หลายคนในพรรคก็ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้กับท่าน ความจริงมันน่าจะจบไปแล้ว"

ที่มาของภาพ, Rufus Cox/Getty images

คำบรรยายภาพ,

22 พ.ค.2557 ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ นักการเมืองที่ร่วมโต๊ะถูกควบคุมตัวทันที

นายชัยเกษมเชื่อว่าเวลารัฐบาล คสช. ถึงเรื่องกระบวนการสร้างความปรองดอง โจทย์หลักคือ "การทำให้บ้านเมืองสงบก่อนเลือกตั้ง มากกว่าคิดถึงการสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง" นี่ทำให้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็น "ผู้เล่นหลัก" ในสนามเลือกตั้งกลายเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ใน "สมการปรองดอง" รอบนี้ แต่เขายังไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ได้ จะเป็นคำตอบสำหรับสังคมไทยจริงหรือไม่

"ก็อยู่ที่ว่าท่านยังดึงดันที่จะทำตามแบบของท่านต่อไปหรือไม่ คือถ้าท่านดึงดันที่จะทำต่อไป ก็จะเป็นการปรองดองที่ได้มาซึ่งกระดาษที่เป็นสัญญาประชาคมที่ท่านต้องการ 1 ฉบับ"

นั่นคือ "คำตอบสุดท้าย" ของกระบวนการปรองดองฉบับรัฐบาล คสช. ตามที่ชัยเกษมคาดการณ์!!!

หมายเหตุ : ติดตามรายงานพิเศษชุด "พรรคการเมืองในเกมปรองดองลายพราง" ได้ตลอดเดือนเมษายน สัปดาห์หน้าพบกับ "THE FUTURE" อนาคตของ "ทายาทการเมืองพรรครัฐบาลตลอดกาล?" เมื่อต้องรับมรดกความขัดแย้งจากคนการเมืองรุ่นพ่อ เมื่อต้องรับหน้าที่แม่ทัพกรำศึกเลือกตั้งหลังผ่านม่านปรองดอง