รู้จัก ‘คาซัคสถาน’ ผ่าน 7 ภาพน่าสนใจ

เอ่ยชื่อ “คาซัคสถาน” คนไทยไม่น้อยต้องถามว่าอยู่ตรงไหนของโลก แต่ประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตแห่งนี้ ที่ต้องใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ชวนค้นหา ทั้งบ้านเมืองใหญ่โตโอ่อ่า ผู้คนเป็นมิตร อาหารการกินบริบูรณ์ ไม่รวมถึงตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าตื่นตา จนมีการวาง 'วิสัยทัศน์ประเทศ' หวังเปลี่ยนคาซัคสถานให้กลายเป็น 1 ใน 30 ประเทศชั้นนำของโลก ภายในปี 2050

พ่ออุ้มลูกที่เป็นเด็กชายของประเทศคาซัคสถานซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

ปัจจุบัน คาซัคสถาน อยู่ในช่วงของการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตามแผนยุทธศาสตร์ 2050 (Kazakhstan 2050 Strategy) ด้วยเป้าหมายที่จะทำให้มีขนาดเศรษฐกิจ ติดอันดับ "หนึ่งในสามสิบ" ของโลก

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

ในสังคมคาซัค เราสามารถพบเห็น "คนผิวขาวผมทอง" "คนผิวแทนผมหยิก" "คนผิวเหลืองผมดำ" เดินเคียงกันได้ จนเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากประเทศแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อทวีปยุโรป-เอเชีย รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมในอดีต ทำให้มีประชากรที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ ตั้งแต่คาซัค รัสเซีย ยูเครน เยอรมัน อุซเบก ตาตาร์ ไปจนถึงเกาหลี

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

แม้กรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน จะเป็นที่ตั้งของ The Hazrat Sultan มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียกลาง และประชากรของประเทศนี้กว่า 70% นับถือศาสนาอิสลาม แต่สังคมคาซัคกลับเป็นสังคมมุสลิมที่ไม่เคร่งครัดมากนัก สังเกตได้จากร้านอาหารบางแห่ง ที่มีบาร์เหล้า รวมถึงมีฟลอร์เต้นรำไว้บริการในที่เดียวกัน

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

ถึงจะเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในเอเชียกลาง โดยมี GDP คิดเป็น 60% ของประเทศในแถบนั้น จากรายได้ที่มาจากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเหมืองแร่ แต่ระบบขนส่งสาธารณะของคาซัคสถานกลับยังไม่ครอบคลุมนัก โดยรถยนต์ยังเป็นพาหนะที่คนเมืองส่วนใหญ่ใช้กัน ส่วนรถไฟใต้ดิน (metro) ปัจจุบัน ยังมีเฉพาะในเมืองหลวงเก่าอัลมาตี้ ขณะที่ในกรุงอัสตานา ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

ห้างสรรพสินค้าดีไซน์แปลกตาใจกลางกรุงอัสตานา Khan Shatyr Entertainment Center สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเต๊นท์ของ "ท่านข่าน" หรือหัวหน้าชนเผ่า เพื่อยึดโยงกับอดีตของชาวคาซัคที่เคยเป็นชนเผ่าเร่ร่อนมาก่อน ภายในห้างแห่งนี้ นอกจากมีร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ ก็ยัง “ชายหาดเทียม” จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับประเทศซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลแห่งนี้

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

เนื้อชุ่มฉ่ำที่เห็นในจาน บางส่วนเป็นเนื้อ "ม้า" ม้าเป็นสัตว์สำคัญของชาวคาซัคมาตั้งแต่โบราณ ทั้งเป็นพาหนะ และอาหาร เนื้อม้าให้พลังงานค่อนข้างสูง ชาวคาซัคใช้กินเพิ่มพลังเพื่อต่อสู้กับฤดูหนาวอันโหดร้ายเป็นลำดับที่สองของโลก รองจากมองโกเลีย โดยบางช่วงเวลามีอุณหภูมิติดลบถึง 30 องศาเซลเซียส

ที่มาของภาพ, Pongpiphat Banchanont Co.

คำบรรยายภาพ,

ปัจจุบัน ชาวคาซัคถูกแบ่งรุ่นออกเป็น 2 รุ่น ที่มีวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ ฯลฯ ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป คือคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมของรัสเซีย กับคนที่มีอายุน้อยกว่านั้น ซึ่งมีความโน้มเอียงไปทางวัฒนธรรมตะวันตกมากกว่า น่าสนใจว่า สังคมคาซัคจะช่วยคน 2 รุ่นให้มาจับมือกันช่วยกันพัฒนาประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างไร