องค์กรสิทธิฯ ชี้ดำเนินคดีผู้จัดประชุมไทยศึกษา "ดูถูกเสรีภาพวิชาการ"

  • 16 สิงหาคม 2017
ชูป้าย Image copyright เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง
คำบรรยายภาพ นักวิชาการอาวุโส ม.เชียงใหม่ ชี้ว่าการตั้งข้อหากับกิจกรรมในงานประชุมไทยศึกษา เป็นการทำลายภาพพจน์วงวิชาการของประเทศ

ฮิวแมนไรท์วอทช์-28 องค์กรภาคประชาสังคม ออกแถลงการณ์ให้ทางการไทยถอนฟ้องนักวิชาการ นักศึกษา ผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษารวม 5 คน ทันที หลังตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ออกหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน กรณีชูป้ายข้อความ "เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร" ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นว่าเป็นการทำลายภาพพจน์วงวิชาการ สะท้อนความไม่เข้าใจวิถีชีวิตพลเรือน

โดยหมายเรียกเข้ารายงานตัวจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ได้ให้ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยพวกรวม 5 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ผู้กล่าวหาได้แก่ พ.อ.สืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ และรองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33

การประชุมนานาชาติว่าด้วยไทยศึกษา ครั้งที่ 13 จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ โดยเหตุการณ์ชูป้ายข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้าย ในวันที่ 18 ก.ค.

วานนี้ (15 ส.ค.) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่หมายเรียกที่ส่งถึง 1 ใน ผู้ถูกกล่าวหา คือ นายธีรมล บัวงาม นศ.ปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่ และบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม โดยหมายเรียกระบุให้เข้าพบ เจ้าหน้าที่ ในวันที่ 23 ส.ค. แต่แก้ไขวันนัดพบด้วยปากกาเป็นวันที่ 15 ส.ค.

ผู้ถูกกล่าวหาอีก 4 คน คือ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ม.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษา ครั้งที่ 13 น.ส.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ นายชัยพงษ์ สำเนียง นศ.ปริญญาเอก ม.เชียงใหม่ และ นายนลธวัช มะชัย นศ.คณะสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่

ในแถลงการณ์ของฮิวแมนไรท์วอทช์ในวันนี้ (16 ส.ค.) นายแบรด อดัมส์ ผอ. ฮิวแมนไรท์วอทช์ ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า "การดำเนินคดีต่อผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วม แสดงให้โลกเห็นว่ารัฐบาลทหารไทยดูถูกอย่างยิ่ง ต่อเสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพด้านอื่นๆ" และเรียกร้องให้ทางการไทยถอนฟ้องคดีโดยทันที

ด้านเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม 28 องค์กร อาทิ เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล (คสจ.) มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถอนการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ ดร.ชยันต์ และผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 4 คน

ดร.ชยันต์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าจะถูกออกหมายเรียก แต่น่าจะเป็นเพราะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดประชุม และไปปรากฏตัวในบริเวณที่มีการติดป้าย

"ได้รับหมายด้วยความแปลกใจ เพราะว่าไม่ได้มีการชุมนุมใดๆ เกิดขึ้น"

Image copyright DARIKA BAMRUNGCHOK
คำบรรยายภาพ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ขอคืนพื้นที่ความรู้ฯ ก่อนกลายเป็น 1 ใน 3 บุคคลที่มีชื่อเตรียมถูกเรียกไปปรับทัศนคติ ตามเอกสารในราชการกรมการปกครองของ จ.เชียงใหม่

ดร.ชยันต์เปิดเผย ถึงเหตุที่นำมาสู่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ติดป้ายข้อความ "เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร" ที่ห้องสัมมนา เนื่องจากผู้ที่ถือป้าย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้จัดประชุม มีความอึดอัดที่มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาร่วมในงานโดยไม่ได้แจ้งลงทะเบียน และไม่ได้ขออนุญาต ทั้งที่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการต่อจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และชี้ว่า การเข้ามาในพื้นที่จัดประชุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควรกระทำอย่างมีมารยาท

ดร.ชยันต์ มองว่าการตั้งข้อหา แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของฝ่ายความมั่นคงว่าต้องการเอาผิด โดยไม่เข้าใจเสรีภาพทางวิชาการ อีกทั้งทำให้แวดวงวิชาการไทยเสียหาย

"เราไม่ได้จัดงานในพื้นที่สาธารณะ ที่ประตูท่าแพ สนามหลวง แต่เราจัดที่ศูนย์ประชุม เหตุการณ์นี้เป็นการทำให้ภาพพจน์ทางวิชาการของไทยเสียหาย"

ด้าน น.ส.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ เปิดเผยกับบีบีซีไทย ถึงเหตุการณ์ วันที่ 18 ก.ค.ว่า ภาพถ่ายที่มีการชูป้ายข้อความนี้มีการถ่ายรูปร่วมกัน 3 คน หลังจากนั้น ตนจึงนำป้ายข้อความไปติดไว้ที่ผนัง ก่อนที่จะเข้าไปในห้องสัมมนาต่อ โดย ดร.ชยันต์ ได้เดินมาดูป้ายข้อความในภายหลัง และนายธีรมลก็มาถ่ายรูปกับป้ายเพียงคนเดียว

"จะเรียกว่าเป็นการชุมนุมได้อย่างไร มันไม่มีการรวมตัวกัน 5 คน"

น.ส.ภัควดี ยังปฏิเสธ สิ่งที่ถูกระบุในเอกสารภายในของกรมการปกครอง ที่อ้างว่า กลุ่มพวกตนที่ชูป้าย เป็นนักกิจกรรมที่เข้ามาแอบแฝงงานวิชาการเพื่อเคลื่อนไหวโดยบอกว่าผู้ที่ออกมาทำกิจกรรมวันนั้นทั้ง 5 คน เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมวิชาการทั้งหมด ซึ่งเป็นทั้งผู้บรรยายในวงประชุม ผู้จัดประชุม และผู้นำเสนอรายงานวิชาการ

ในทัศนะของ น.ส.ภัควดี ตั้งคำถามว่านี่อาจเป็นความพยายามสร้างผลงานในพื้นที่หรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนว่า "ทหารปกครองบ้านเมือง โดยไม่เข้าใจวิถีชีวิตของพลเรือน ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ของพลเมือง"

ทั้ง 5 คน จะเดินทางเข้ารายงานตัวต่อ สภ.ช้างเผือก ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ภายหลังทนายความประสานงานขอเลื่อนวันรับทราบข้อกล่าวหา