ส่องธุรกิจร้อยล้าน "สรยุทธ" หลังศาลตัดสิน "คดีบ.ไร่ส้ม"

นายสรยุทธตัดสินใจหวนคืนสังเวียน ด้วยการเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" ขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา
คำบรรยายภาพ,

นายสรยุทธตัดสินใจหวนคืนสังเวียน ด้วยการเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" ขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา

นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้มจำกัด ได้รับอิสรภาพด้วยวงเงินประกันตัว 5 ล้านบาทแล้ววันนี้่ (12 ก.ย.) ภายหลังถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา 15 วัน หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกนายสรยุทธเป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ 'คุยคุ้ยข่าว' ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท เป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท เมื่อปี 10 ปีก่อน

นอกจากอดีตพิธีกรชื่อดังแล้ว ศาลฏีกา ได้พิจารณาเห็นควรให้อนุญาตปล่อยตัวน.ส. มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม จำกัด เป็นการชั่วคราว โดยให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมดคนละ 5 ล้านบาท การพิจารณาในวันนี้ ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก ประกอบด้วย ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน

ขั้นตอนต่อไปคือ ศาลได้มีหมายปล่อยตัวส่งไปยังเรือนจำเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนปล่อยตัวนายสรยุทธกับพวก ซึ่งคาดว่าจะมีการปล่อยตัว ได้ภายในวันนี้

ขณะที่ ทีมกฎหมายนายสรยุทธได้ทำการยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้คดีต่อไปแล้ว

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกนายสรยุทธ และบุคคลที่ตกเป็นจำเลยรายอื่นๆ ประกอบด้วย น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม จำกัด ถูกพิพากษาจำคุกเท่ากับนายสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน และจำเลยอีกคนคือ นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รับโทษจำคุก 20 ปี และสั่งปรับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด เป็นเงิน 80,000 บาท ในวันนััน ศาลได้มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว พร้อมให้เหตุผลจำเลยมีอัตราโทษสูง

"มรสุมชีวิต"

แม้ว่าที่ผ่านมา นักข่าวที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจคนนี้จะเผชิญกับมรสุมชีวิตอย่างต่อเนื่องทั้งจากคดีดังกล่าว จนทำให้ภาคสังคมและธุรกิจโฆษณากดดันจนทำให้ต้องประกาศยุติบทบาทบนหน้าจอโทรทัศน์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนบางส่วนยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจของเขาก็ยังคงดำเนินการอยู่อย่างมีกำไร

แรงกดดันดังกล่าวทำให้ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดช่วงหนึ่งของเขาต้องยุติลง โดยเฉพาะการยุติบทบาททางหน้าจอโทรทัศน์จากรายการประเภทเล่าข่าว ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เช่น "เรื่องเล่าเช้านี้" "เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์" และช่วง "สรยุทธเจาะข่าวเด่น" ในรายการข่าว "เรื่องเด่นเย็นนี้" ไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2559

อย่างไรก็ตาม บริษัทของนายสรยุทธยังคงผลิตรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์" แต่เนื่องด้วย "ขาดแม่เหล็กดึงดูด" อย่าง นายสรยุทธจึงทำให้เรตติ้งและรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผู้บริหารสถานีโทรทัศนไทยทีวีสีช่อง 3 ตัดสินใจลดเวลา "เรื่องเล่าเช้านี้" ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่มีความนิยมสูงสุดในช่วงเช้าในขณะนั้น โดยลดลง 45 นาที จากเดิมออกอากาศเวลา 6.00-9.30 น. หรือคิดเป็นวันละ 2.30 ชั่วโมง ซึ่งหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า เป็นการตัดสินใจลดเวลาออกอากาศ "ครั้งแรกในรอบ 13 ปี" นับตั้งแต่เปิดตัวรายการมา

ธุรกิจข่าว "สรยุทธ" ยังทำกำไร

การลาจากหน้าจอโทรทัศน์ไปครั้งนั้นของนายสรยุทธไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของธุรกิจสื่อที่เขากุมบังเหียน จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัทของนายสรยุทธ 2 บริษัท คือ บริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ยังคงดำเนินการธุรกิจและมีรายได้ แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงตามอุตสาหกรรมสื่อ แต่ก็ยังมีบันทึกว่าผลประกอบการยังเป็น "กำไร"

ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด มีรายได้รวม 73.04 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29.37 จากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 103.42 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิของปีที่แล้ว 52.74 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า 66.03 ล้านบาท ส่วนบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีรายได้รวม 138 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 78.5 ที่มีรายได้รวม 641 ล้านบาท แม้จะรายได้ลดลงในปีที่แล้ว แต่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ยังคงมีกำไร 36 ล้านบาท

ที่มา-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักข่าวอิศรา

หากพิจารณาทรัพย์สินรวมของทั้งสองบริษัทพบว่า บริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด มีสินทรัพย์รวม 107 ล้านบาท ส่วนบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีสินทรัพย์รวม 216 ล้านบาท รวมทั้งสองบริษัทเป็น 323 ล้านบาท

ที่มา-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักข่าวอิศรา

ลาจอแล้ว แต่แฟนคลับยังคอย

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า แม้ว่านายสรยุทธจะยุติบทบาทการเป็นพิธีกรรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ไปแล้ว แต่เขายังได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ที่ชื่นชอบและรอคอยการกลับมาของเขา นายสรยุทธตัดสินใจหวนกลับคืนสังเวียน ด้วยการเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" ขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา โดยใช้เป็นช่องทางการในรายงานข่าวผ่านการทำเฟซบุ๊กไลฟ์ รวมทั้งพูดคุยกับบรรดาผู้ติดตาม

ปัจจุบัน เฟซบุ๊กแฟนเพจของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน และมียอดไลก์มากกว่า 8 แสน 4 หมื่นไลก์