หนึ่งปี เจรจาดับไฟใต้ “พื้นที่ปลอดภัย” ยังไม่เกิด

  • 2 กันยายน 2017
นร.มุสลิม Image copyright Getty Images

13 ปีของการลุกโชนของไฟแห่งความรุนแรงในภาคใต้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 7 พันคน หน่วงเหนี่ยวการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความหวาดผวา พื้นที่ปลอดภัยถูกพูดถึงหลายครั้งบนโต๊ะเจรจาสันติสุข บีบีซีไทยย้อนดูว่าในรอบ 1 ปีนี้มีความก้าวหน้าใดบ้าง

การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างตัวแทนรัฐไทยที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะ กับฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มมารา ปาตานี (MARA Patani) มีนายสุกรี ฮารี เป็นผู้นำ จนได้ข้อสรุปเบื้องต้น 4 ข้อ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2559 ในจำนวนนี้มีเรื่องการกำหนด "พื้นที่ปลอดภัย" (Safety Zone) แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ เพราะทีมเจรจาของฝ่ายมาราฯ ไม่สามารถควบคุมฝ่ายกองกำลังได้

หนึ่งในคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การพูดคุยสันติสุขฯ มีพัฒนาการในทางบวก อยู่ในระยะการสร้างความไว้วางใจซึ่งก้าวหน้าไปกว่าร้อยละ 50-60 ขณะนี้เป็นช่วงที่ฝ่ายมาราฯ กำลังเร่งทำความเข้าใจกับกองกำลังของตน เชื่อว่ามาราฯ ได้เลือกพื้นที่ปลอดภัยไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งฝ่ายไทย คาดว่าจะมีความชัดเจน ก่อนการหารือเต็มคณะครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นภายใน 1-2 เดือนนี้ที่ประเทศมาเลเซีย

กระบวนการการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปตามแผน "บันได 3 ขั้น" ที่เริ่มจากขั้นแรก การสร้างความไว้วางใจ ขั้นที่ 2 การลงนามในสัตยาบัน และขั้นสุดท้าย การจัดทำโรดแมป

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ บีอาร์เอ็นต้องการให้นักล่าอาณานิคมสยามรู้ว่าชาวมลายูปาตานี มีสิทธิเป็นเจ้าของดินแดนปาตานี

คณะพูดคุยสันติสุขฯ ยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ฝ่ายไทยและมาราฯ ได้ข้อสรุปตรงกันเกี่ยวกับนิยามของพื้นที่ปลอดภัยว่าเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างสงบ โดยฝ่ายขบวนการเป็นผู้เลือกพื้นที่ที่ตนมีศักยภาพในการควบคุมเหตุร้ายรายวัน หรือถ้าเกิดเหตุขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นฝืมือของใคร

นิยาม "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ยังแตกต่าง

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฟื้นวงพูดคุยสันติสุขฯ โดยเป็นการเจรจาเต็มคณะครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ได้เกิดปัญหานิยามคำว่าพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายไทยมาโดยตลอด ซึ่งฝ่ายทหารเห็นว่าต้องเป็น "พื้นที่หยุดยิง" มีตัวชี้วัดคือสถิติเหตุร้ายรายวันลดลง ขณะที่ภาคประชาชนเสนอให้โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด มัสยิด เป็น "พื้นที่ปลอดภัยสาธารณะ" หลังมีเด็กและผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงต่อเนื่อง และชุมชนสามารถดูแลกันเองได้ โดยตัวชี้วัดสำคัญคือไม่มีกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงทหารด้วย

Image copyright SURAPAN BOONTHANOM/REUTERS

ล่าสุดมีนิยามใหม่ขึ้นมา ปรากฏในรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 3 ที่เพิ่งจัดทำเสร็จและเตรียมเปิดเผยต่อสาธารณะเร็วๆ นี้ ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนว่าต้องการ "พื้นที่ที่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยทางกายภาพ ทั้งนี้รายงานดังกล่าวจัดทำโดยผู้แทนของสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชาสังคม 15 องค์กร

นิยามที่แตกต่างระหว่างรัฐไทย-มารา ปาตานี
คำของฝ่ายรัฐบาล คสช. คำของฝ่ายอื่น
การพูดคุยเพื่อสันติสุข การพูดคุยเพื่อสันติภาพ (โดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์)
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปาตานี (โดยมารา ปาตานี)
กลุ่มผู้มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐ (People With Different Views From The State หรือ PDVS) Patani Consultative Council หรือ PCC) (โดยมารา ปาตานี)

ในวิทยานิพนธ์เรื่อง "การเมืองในถ้อยคำชายแดนใต้/ปาตานี การประกอบสร้าง "สันติภาพ" ในความขัดแย้งชาติพันธุ์การเมือง" (2559) ของนายรอมฎอน ปันจอร์ ได้ชี้ให้เห็นถึง "การปะทะของถ้อยคำ" บนโต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการใช้คำของตนเอง สะท้อนผ่านร่างกรอบกติกาการพูดคุย (Terms of Reference หรือ TOR) เช่น กรณีไทยไม่ยอมเรียกฝ่ายผู้เห็นต่างว่ามาราฯ แต่เรียกเป็น Party B เพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะขององค์กร

เช่นเดียวกับการเรียกขานกระบวนการพูดคุยครั้งนี้ว่าเพื่อ "สันติสุข" จากเดิมยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้คำว่า "สันติภาพ" ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองเป็นเรื่องสากล เพื่อสกัดเงื่อนไขการเข้ามาแทรกแซงของต่างชาติ

"การสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือรูปธรรมที่ดีที่สุด": ศรีสมภพ

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในองค์กรที่ร่วมทำ Peace Survey กล่าวกับบีบีซีไทยว่าการให้คำจำกัดความพื้นที่ปลอดภัยเป็นปัญหาในช่วงต้นๆ แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้พื้นที่ปลอดภัยยังไม่เกิดขึ้น เป็นเพราะฝ่ายมาราฯ ไม่สามารถควบคุมหน่วยกองกำลังของขบวนการบีอาร์เอ็นได้ เนื่องจากสมาชิกบีอาร์เอ็นในปีกทหารไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ในครั้งนี้

ข้อถกเถียงเรื่องพื้นที่ปลอดภัยในรอบปี

  • 28 ก.พ. 2560 : มาราฯ เปิดแถลงข่าวอ้างว่า 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงเรื่องการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย 1 อำเภอใน จ.ปัตตานี 2 อำเภอใน จ. ยะลา และ 2 อำเภอใน จ.นราธิวาส โดยให้คณะทำงานฝ่ายเทคนิคพูดคุยเรื่องรูปแบบต่อไป
  • 16 มี.ค. 2560 : พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ เลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ ระบุ เตรียมตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ปลอดภัย โดยหาพื้นที่นำร่องใน 1 อำเภอ ถ้ามีเหตุรุนแรงเกิน 3 ครั้ง ให้ฝ่ายไทย-มาราฯ ร่วมหาตัวผู้ก่อเหตุ หากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือใคร จะนำไปสู่การยุติ "พื้นที่ปลอดภัยนำร่อง"
  • 17 มี.ค. 2560 : นายอาบู ฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราฯ ระบุ 2 ฝ่ายตกลงในกรอบของพื้นที่ปลอดภัยโดยทั่วไป แต่ไม่ยืนยันคำกล่าวของฝ่ายไทยกรณีห้ามเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ปลอดภัยเกิน 3 ครั้ง

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

นักวิชาการด้านความขัดแย้งในภาคใต้ระบุว่า ในปี 2556 ฝ่ายกองกำลังของบีอาร์เอ็นให้การยอมรับทีมเจรจา ที่นำโดยฮัสซัน ตอยิบ (ฝ่ายไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) โดยมีสุกรี ฮารี ร่วมวงพูดคุยด้วย จึงสามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และลดสถิติเหตุร้ายรายวันในเดือนรอมฎอนได้ เพราะกองกำลังตอบรับ

"ครั้งนั้น เขาได้รับการยอมรับเพราะไปในนามองค์กร มาครั้งนี้แม้ สุกรี ฮารี คนเดิมเป็นหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายมาราฯ แต่บีอาร์เอ็นบอกว่าไปในนามตัวบุคคล จึงไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่มาราฯ ทำกับรัฐไทย นี่คือปัญหา" ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าว

Image copyright MANAN VATSYAYANA/AFP/GettyImages
คำบรรยายภาพ มารา ปาตานี เปิดแถลงข่าวในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2558 หลังพูดคุยในทางลับกับผู้แทนรัฐไทยไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตามในช่วง 1 ปีนับจากฝ่ายไทย-มาราฯ มีข้อตกลงเบื้องต้นรวม 4 ข้อ ผศ.ดร.ศรีสมภพชี้ว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ยังก้าวหน้า เพราะมีการพูดคุยต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันหนึ่ง แต่อาจช้า และยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมให้สังคมเห็น

"การสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือรูปธรรมที่ดีที่สุด แต่คิดว่ากว่าทีมมาราฯ และไทยจะเจรจาจนนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงได้ ไม่น่าจะทันยุครัฐบาลคสช. เพราะบีอาร์เอ็นจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าการพูดคุยกับรัฐบาลพลเรือนง่ายกว่า และไม่ไว้ใจรัฐบาลทหาร" ผศ.ดร.ศรีสมภพบอก

ชีวิตประชาชนต้องดำเนินต่อไป

ตูแว ดานียา เมอริงงี บรรณาธิการสำนักข่าวอามานที่ปัตตานี กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องดำเนินชีวิตต่อไปท่ามกลางความรุนแรง แม้ใจหนึ่งจะชาชินต่อเหตุการณ์ต่างๆ แต่อีกด้านหนึ่งก็วิตกว่าตัวเองและคนที่รักอาจตกเป็นเหยื่อสักวันหนึ่ง เขาชี้ว่าในระยะหลังจำนวนเหตุรุนแรงลดลง อาจเพราะมีการเพิ่มตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่น จะเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาล ก็ต้องผ่านด่าน 5-6 ด่าน จากเคยไปถึงได้ในเวลา 5 นาที

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เหตุระเบิดห้างสรรพสินค้ากลางเมืองปัตตานี ทำให้ผู้หญิงและเด็กซึ่งถูกมองว่าเป็น "เป้าหมายอ่อนแอ" ได้รับบาดเจ็บ ช่วงเดือน พ.ค. 2560

"ประชาชนก็ตั้งคำถามว่าตรวจกันขนาดนี้ ทำไมยังมีเหตุระเบิดรุนแรงในพื้นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่สาธารณะได้อีก เมื่อมีการประกาศว่าทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุการเจรจาพื้นฐาน และกำลังคุยกันเรื่องพื้นที่ปลอดภัยอยู่ หลังจากนั้นพื้นที่ที่ชาวบ้านเห็นว่าควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น ตลาด เขตชุมชน ศาสนาสถานก็เกิดเหตุรุนแรงขึ้นทันที เป็นไปได้หรือไม่ว่ายังมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องนี้อยู่ในทั้ง 2 ฝ่ายของเจรจา" บรรณาธิการสำนักข่าวอามานที่ปัตตานีตั้งข้อสังเกต

13 ปีไฟใต้ คร่าชีวิตกว่า 7 พันคน

นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2547 ซึ่งถือเป็นปฐมบทของเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกว่า 9,563 เหตุ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7,361 คน ตามฐานข้อมูลของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

เหตุรุนแรงชายแดนใต้ในรอบ 13 ปี

77%

เหตุรุนแรงลด (เทียบ 57-59)

59%

ยอดผู้เสียชีวิตลด (เทียบ 57-59)

  • 15,797 เหตุการณ์รุนแรงทั้งหมด

  • 9,563 เหตุความมั่นคง

  • 7,361 คนเสียชีวิต

AFP/GETTY IMAGES

ขณะที่ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) เผยแพร่รายงาน "ความขัดแย้งชายแดนใต้ในรอบ 13 ปี: ความซับซ้อนของสนามความรุนแรงและพลังของบทสนทนาสันติภาพปาตานี" พบว่า เหตุการณ์ความรุนแรงส่วนใหญ่คือการยิง ร้อยละ 40.19 รองลงมาคือการโจมตีด้วยระเบิด ร้อยละ 16.24

เมื่อพิจารณาพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของการเกิดเหตุช่วงปี 2557-2559 พบว่า จ.นราธิวาสเป็นพื้นที่ที่มีเหตุการณ์มากที่สุด 6,959 เหตุ รองลงมาคือ จ.ปัตตานี 6,279 เหตุ จ.ยะลา 5,357 เหตุ และ จ.สงขลา 683 เหตุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง