อังกฤษเชิญ ประวิตรเยือน 3 ครั้ง ใน 14 เดือน รบ.ทหารไทย มีอะไรดี

  • 12 กันยายน 2017
ประวิตร วงษ์สุวรรณ Image copyright Huw Evans picture agency
คำบรรยายภาพ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในวันปรับครม.เมื่อ 20 สิงหาคม 2015

ประวิตรเยือนอังกฤษครั้งที่ 3 ในรอบ 14 เดือน ตามคำเชิญรัฐบาลอังกฤษ ร่วมชมงานแสดงอาวุธ กระชับความร่วมมือ ทำไมประเทศแม่แบบประชาธิปไตยของโลกจึงต้องรักษาสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของไทย

เที่ยวบิน ทีจี 910 ที่พาคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการถึงสนามบินฮีทโธรว์ เวลา 07:15 น. ของวันอังคารที่ 12 ก.ย. ตามเวลากรุงลอนดอน ทันทีที่คณะมาถึง จะเข้าพักยังโรงแรมดอร์เชสเตอร์ โรงแรมหรูใกล้สถานทูตไทย เว็บไซต์ของโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ ระบุว่า ราคาห้องพักสำหรับแขก 2 คน อยู่ที่อย่างน้อยคืนละ 840 ปอนด์ หรือ 36,000 บาท

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมซึ่งร่วมคณะไปด้วย กล่าวก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพฯว่า การเยือนครั้งนี้ของพล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้แทนเหล่าทัพ เป็นคำเชิญจากรัฐบาลอังกฤษ ให้ไปเยือน สหราชอาณาจักร ระหว่าง 12 - 15 ก.ย. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างกัน และร่วมงานแสดงอาวุธที่สำคัญของโลก คือ Defence and Security Equipment International : DSEI 2017

Image copyright ROBERTO SCHMIDT/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ทหารไทยและสหรัฐฯ ถ่ายภาพร่มวมกันหลังการฝึกคอบร้าโกลด์ที่จ.นครราชสีมาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

งานแน่นวันพุธ

วาระงานของ พล.อ.ประวิตร จะแน่นในช่วง วันที่ 13 ก.ย. เริ่มจากจะเข้าชมงาน DSEI 2017 ในช่วงเช้า แล้ว รับเลี้ยงอาหารกลางวันจาก นายมาร์ค ฟีลด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศด้านเอเชียและแปซิฟิก ที่อาคารสภาผู้แทนราษฎร และ หารือช่วงบ่ายกับ เซอร์ ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในบริเวณอาคารรัฐสภา เช่นกัน

การเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรของ พล.อ.ประวิตร นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 14 เดือน โดยเมื่อวันที่ 10 - 13 ก.ค. 2559 พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและ อวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน และเข้าพบหารือกับ นายฟิลิป ดันน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหม สหราชอาณาจักร

อีก 2 เดือนต่อมา กระทรวงกลาโหมอังกฤษ ได้เชิญ พล.อ.ประวิตร เข้าร่วมประชุมด้านการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ (United Nations Peacekeeping Ministerial Meeting 2016) ระหว่าง 7- 9 ก.ย. 59 ณ กรุงลอนดอน

"ภาพรวม ความสัมพันธ์ของสองประเทศดีมาก แต่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายของอังกฤษที่ไม่สามารถเชิญนายกรัฐมนตรีไปเยือนได้" พล.ต.คงชีพ กล่าวกับ บีบีซีไทย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน (ซ้าย) รมว. ตปท. สหรัฐฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับไทย

เชิญมาดูโชว์อาวุธ

ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่า การรัฐประหาร ปี 2557 ทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับสหราชอาณาจักรจำกัดวงอยู่ที่ความร่วมมือด้านการค้า การศึกษา การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และประเด็นสำคัญของโลก ภายใต้นโยบายของสหภาพยุโรปที่สหราชอาณาจักรยังเป็นสมาชิกอยู่ กำหนดให้ การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีของอังกฤษกับรัฐบาลไทยทำได้ในกรอบความร่วมมือนานาชาติ เช่น DSEI

ทว่างาน DSEI ซึ่งเป็นงานแสดงอาวุธที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคาร และจัดขึ้นทุก 2 ปี กำลังถูกประท้วงอย่างหนักกลุ่มนักเคลื่อนไหวต้านสงคราม

หนังสือพิมพ์ อีฟนิง แสตนดาร์ด รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ตำรวจอังกฤษได้จับกุมผู้ประท้วงไปแล้ว 102 คน ภายหลังพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้ร่วมแสดงงานเข้าไปจัดสถานที่ในย่านด็อกแลนด์ ของลอนดอน

เดอะการ์เดี้ยน คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานนี้ถึง 34,000 คน ซึ่งรวมถึงตัวแทนบรรดารัฐบาลที่มีชื่อเสียด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และ ตัวแทนจากบริษัทค้าอาวุธ 10 รายใหญ่ที่สุดของโลก

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ หัวรบที่นำมาแสดงในงานแสดงสินค้าอาวุธของอังกฤษ หรือ DSEI ที่จัดขึ้นทุก 2 ปี

ทั้งโอบทั้งอ้อน

ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่าระหว่างการพบปะกับ พล.อ. ประวิตร ฝ่ายอังกฤษจะหยิบยกประเด็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยมาหารือด้วย รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารของไทยสร้างสถานการณ์ที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง และการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็น

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวกับ บีบีซีไทย ว่า การเยือนอังกฤษครั้งนี้ จะเห็นผลความคืบหน้าของความร่วมมือในหลายเรื่อง รวมทั้งการขายอาวุธให้ไทย

"อังกฤษ หวังโอกาสในการขายอาวุธใหม่ๆให้เรา แต่ไม่ต้องกลัวว่า งบประมาณทางการทหารของเราจะสูงลิ่วเพราะ ค่าใช้จ่ายด้านงบป้องกันประเทศของเราอยู่ที่สัดส่วนหนึ่งเปอร์เซนต์เศษๆของจีดีพีมาโดยตลอด น้อยกว่าสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลซีย ด้วยซ้ำ" แหล่งข่าวรายนี้กล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตั้งแต่รัฐประหารในปี 2549 การค้าขายอาวุธระหว่างไทย-สหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 960 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ รวมถึงการซื้อ เฮลิคอปเตอร์ UH60 แบล็กฮอร์ค จากสหรัฐฯ

วาระอื่นๆ ของการเยือน และหารือของรัฐมนตรีของ 2 ประเทศ ได้แก่

  • การลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ 1. การร่วมวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธ 2. การร่วมส่งกำลังบำรุงของสองชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลไทยหวังว่าจะสามารถชวนอุตสาหกรรมอากาศยานของอังกฤษ และยุโรปมาลงทุนในไทยได้
  • การหารือเพื่อเตรียมความพร้อมการซ้อมรบครั้งแรก ระหว่างไทย และ อังกฤษ ภายใต้ชื่อ Panther Gold ที่ จ.กาญจนบุรี ระหว่าง 30 ต.ค. ถึง 1 ธ.ค. ศกนี้ โดยแต่ละประเทศจะส่งทหารฝ่ายละ 1 กองร้อย เข้าร่วมซ้อมรบ
  • การให้สิทธิแก่กองทัพไทยส่งนายทหารเข้าศึกษาในโรงเรียนทหารบกแซนด์เฮิร์ส (Royal Military Academy Sandhurst) และ โรงเรียนทหารเรือ Britannia Royal Naval College (BRNC) หรือที่รู้จักว่า Dartmouth อีกครั้ง หลังระงับไปช่วงหลังรัฐประหาร
  • การส่งทหารช่าง 1 กองร้อย ไทยไปร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในประเทศซูดานใต้ ในเดือน ม.ค.
  • หารือเรื่องความร่วมมือข่าวกรอง ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี และทะเลจีนใต้ แลกเปลี่ยน ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย
  • หารือเรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ไปเที่ยวเมืองไทยถึงปีละ 1 ล้านคน

เหมาะหรือไม่

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการนิติธรรมนำไทย วิทยาลัยโซแอส มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวกับ บีบีซีไทยว่า โดยหลักการ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ควรทำการค้าด้านกลาโหมกับประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะสุดท้าย อาวุธเหล่านั้นอาจถูกนำมากดขี่หรือทำร้ายพลเรือน

"ไทยโดยปัจจัยพื้นฐานถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค หากอังกฤษต้องการหาหุ้นส่วน ไทยย่อมเป็นเป็นประเทศที่เขาหวังจะพึ่งพิง... การเชิญมาเยือน อาจเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Strategy ของรัฐบาลอังกฤษในการเพิ่มความใกล้ชิดกับมิตรยุทธศาสตร์ให้ได้มากที่สุด ก่อนออกจากอียู"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ผู้ชมในงาน DSEI 2015 ทดสอบอาวุธ

"เราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น"

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไปสหราชอาณาจักรของพล.อ.ประวิตร เป็นไปตามคำเชิญของ รมว. กลาโหมของอังกฤษ เพื่อไปดูการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญของหน่วยงานความมั่นคง พล.อ.ประวิตรต้องไปดู ไปพบปะพูดคุยและเยี่ยมเยือนกับรัฐมนตรีหลายประเทศ ไม่ได้แปลว่าจะไปซื้ออะไรเพิ่ม ยืนยันว่าเราไม่มีแผนที่จะซื้ออะไร เพราะการที่จะซื้อของจะต้องกำหนดถึงความต้องการก่อนว่า มีความต้องการอย่างไร แค่ไหน และปีอะไร เสร็จแล้วถึงจะมาตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ จัดหาอีกครั้ง แล้วก็ตองไปพิจารณาว่ามีบริษัทไหนสนใจ หรือจะมีในลักษณะของรัฐบาลต่อรัฐบาล และการตัดสินใจเราจะไม่คำนึงถึงยุทโธปกรณ์ หรือราคาถูกอย่งเดียว แต่ต้องดูไปถึงบริการหลังการขายด้วย

"ขอร้องว่าอย่าไปพาดหัวข่าวว่า รัฐบาลไปไหนทีก็เป็นการไปซื้ออาวุธใหม่ เราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น ทั้งหมดจะต้องดูแผนพัฒนากองทัพว่าอะไรต้องจัดซื้อใหม่ อะไรต้องจัดซื้อทดแทน ที่ผ่านมาทุกวันนี้มีการซ่อมจำนวนมาก ยิ่งซ่อมยิ่งพังเพราะมันเก่ามาก การซ่อมก็ต้องดูถึงความคุ้มค่าด้วย ซึ่งเรามีคณะกรรมการในแต่ละเหล่าทัพพิจารณาอยู่แล้ว บางครั้งเราก็ต้องซื้อมาทดแทนบางส่วนบ้าง เพราะบางครั้งก็หมดอายุการใช้งานพร้อมกันก็มี ก็จำเป็นต้องทยอยจัดซื้อ การจัดซื้ออาวุธเราขั้นตอนแบบนี้ อย่าไปมองแง่เดียวว่าเราได้ผลประโยชน์ ได้ใต้โต๊ะกันตรงไหน จุดนี้ก็ต้องไปสอบกันอีกเรื่องหนึ่ง การทำงานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย"นายกฯ กล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม