รัฐบาลใช้ ม.44 สั่ง 12 สายการบินหยุดบินนอกประเทศ

สุวรรณภูมิ

ที่มาของภาพ, Getty Images

พ.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (12 ก.ย.) ว่า ในการประชุมร่วมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ ครม. ได้มีมติ เห็นชอบใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 ให้อำนาจสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สั่งห้ามบริษัท องค์กรที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการเดินอากาศนั้น ให้ระงับการเดินอากาศตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560-31 มกราคม 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำ และการจะตรวจสอบมาตรฐานการบินของ องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่จะเดินทางมาตรวจในวันที่ 20-27 กันยายนนี้

สำนักงานการบินพลเรือนฯบอกไม่กระทบผู้โดยสารจำนวนมาก

ดร.จุฬา สุขมานพ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทยว่าการสั่งห้าม 12 สายการบินนั้นไม่ได้กระทบกับผู้โดยสารในวงกว้าง เพราะ มีผลเฉพาะเส้นทางบินไปต่างประเทศ และ 12 บริษัทนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ให้บริการแบบเช่าเหมาลำ อีกทั้งทางสำนักการบินพลเรือนฯก็ได้เตือนล่วงหน้าไปแล้วว่ายังไม่ได้ใบอนุญาตใหม่ หรือ recertification ทำให้บริษัทได้ถ่ายโอนผู้โดยสารให้บริษัทอื่น แล้วเป็นบางส่วน

ที่มาของภาพ, Getty Images

"หากว่าสายการบินใดที่ผู้โดยสารซื้อตั๋วโดยตรงจากบริษัท แต่ไม่ยอมจัดการบินให้ผู้โดยสารก็สามารถร้องเรียนมาที่สำนักงานการบินพลเรือนฯได้ และจะมีการพิจารณาลงโทษเป็นขั้นตอนตามระเบียบจนถึงการพักใช้ใบอนุญาตการบินในประเทศด้วย" ดร.จุฬากล่าวและเสริมว่าหาก เป็นแบบเช่าเหมาลำซึ่งผู้โดยสารไม่ได้ซื้อตั๋วโดยตรงจากสายการบินก็ต้องไปดำเนินการกับบริษัทจัดทัวร์ที่ดำเนินการทำสัญญาเช่นเหมาลำและขายที่นั่งให้กับผู้โดยสาร กรณีแบบนี้ก็มีหน่วยงานอย่างกระทรวงท่องเที่ยวฯเข้ามาดูแล

เขากล่าวอีกว่าสายบินที่ผ่าน recertification ไปแล้วมี 9 ราย ซึ่งครอบคลุมผู้โดยสารราว 95% นอกจากนี้ 12 รายนี้ก็ยังจะทยอยได้ใบอนุญาตต่อไป เช่น เอ็มเจ๊ทจะได้ภายในเดือนนี้ ส่วนโอเรียนท์ไทย ไทยเวียตเจ๊ท แอร์ จอย สต๊อค จะได้ภายในเดือนตุลาคม และที่เหลือจะทยอยได้ในเดือนถัดไป

เมื่อบีบีซีไทยโทรเข้าไปสอบถามที่ไทยเวียตเจ๊ทก็ได้รับคำยืนยันว่าเส้นทางบินในประเทศนั้นยังคงให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ไปต่างประเทศนั้นก็ได้ระงับไปแล้วตามคำสั่งและมิได้รับจองตั๋วเพิ่มเติม ส่วนคนที่จองไว้ก็มีการโอนไปสายการบินล่วงหน้าแล้ว

ธงแดง ICAOสะท้อนปัญหาเรื่องความปลอดภัยสายการบินไทย

ตั้งแต่ 18 มิ.ย.2558 ICAO (International Civil Aviation Organization) ประกาศ "ติดธงแดง" ประเทศไทยเนื่องจากเห็นว่ากรมการบินพลเรือนไม่สามารถแก้ไขปัญหา "ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย"(Significant Safety Concerns : SSC) ได้ภายในเวลาที่กำนด

มติดังกล่าวส่งผลให้ไทยต้องปรับโครงสร้างด้านการบินทั้งหมด กรมการบินพลเรือนถูกผ่าออกและแยกการดำเนินงานของกรมออกเป็น 4 หน่วยงานด้วยกันก็คือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, กรมท่าอากาศยาน ,กองค้นหาและช่วยเหลืออากาศยาน และ กองนิรภัยการบินและสอบสวนอากาศยานประสบเหตุ

นอกจากนี้ยังต้องปรับปรุงมาตรฐานและประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลการบินพลเรือนทุกด้าน รวมทั้งต้องปรับมาตรฐานของสายการบินในประเทศเสียใหม่เพื่อให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นเท่ากับมาตรฐานของ ICAO เพื่อให้สามารถปลดธงแดงเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้