ขึ้นราคาบุหรี่ ทำให้คนสูบน้อยลง?

  • ฐิติพล ปัญญาลิมปนันท์
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
รณรงค์งดสูบบุหรี่

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

นักรณรงค์คัดค้านบริษัทบุหรี่ในการขยายตลาดมายังทวีปเอเชีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นตลาดยาสูบที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

พ.ร.บ.ภาษีสรรพาสามิตฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายนนี้พร้อมกับกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีกำลังพิจารณาจะส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่หลายยี่ห้อเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากการจัดเก็บภาษีบุหรี่จะเป็นการหารายได้เข้ารัฐแล้ว สุขภาพของประชาชนและความพยายามลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ยังเป็นเหตุผลข้อสำคัญที่ถูกใช้ในการปรับเพดาน "ภาษีบาป" มาโดยตลอด

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การปรับภาษีทำให้ราคาบุหรี่ขยับขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง จนราคาขายปลีกของบุหรี่สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 20 บาทต่อหนึ่งซอง

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

ผู้สูบบุหรี่บอกว่ารู้สึกเฉยๆ กับข่าวการขึ้นราคาบุหรี่

"มันก็ธรรมดานะสำหรับคนติดบุหรี่ มันก็ต้องซื้อดูดอยู่ดี แต่ก็ดูดให้มันน้อยหน่อย" พิมพ์ ผู้ทำอาชีพขายดอกไม้บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณกล่าวหลังจากที่เพิ่งสูบบุหรี่หมดมวนไป

พิมพ์สูบบุหรี่มานานกว่า 30 ปีแล้ว เธอได้ยินเรื่องการขึ้นราคาบุหรี่เรื่อยมาจากข่าวโทรทัศน์ และก็บอกบีบีซีไทยว่าถึงราคาจะปรับขึ้นเธอก็ยังเลือกซื้อยี่ห้อที่ชอบเหมือนเดิม

"ดูดแล้วก็ต้องดูด ถ้าโรงงานมันเจ๊งเมื่อไหร่ก็ถึงเลิก ไม่งั้นอีกทีก็ซื้อที่เขมรเลย เพราะมันถูกกว่าเยอะ เวลามีใครไปก็ฝากเขาซื้อ" เธอกล่าว

ที่มา: กรมสรรพากร

ชะงัก สับสนแต่ยังสูบอยู่ดี

ทุกครั้งที่ราคาบุหรี่ขึ้นราคา จะเกิดภาวะชะงักชั่วคราวในหมู่ผู้สูบบุหรี่ ก่อนที่จะทำใจได้แล้วกลับมาใหม่ ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 อาทิตย์ไปจนถึง 2-3 เดือนตามความเห็นของ นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย

"ขึ้นกับผู้บริโภคมีสตางค์ซื้อเท่าไหร่ เขาปรับลดระดับมาซื้อบุหรี่ถูกลงมาได้... ยอดขายลดลงนะ แต่มันก็ไปโผล่ที่บุหรี่เถื่อน บุหรี่ที่เสียภาษีตัวเลขมันไม่สวยงาม แต่คนสูบบุหรี่มันไม่ลด" นางวราภรณ์กล่าว

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images

นางวราภรณ์กล่าวว่าตอนนี้เริ่มมีความสับสนในตลาด มีร้านค้าในเครือข่ายรายงานว่าของขาดและหาซื้อบุหรี่บางชนิดจากยี่ปั๊วไม่ได้ เธอก็ยังกล่าวอีกว่าผู้ขายบุหรี่นั้นถูกกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด ในขณะที่ไม่มีสิทธิเข้าไปร่วมตัดสินใจหรือแสดงความคิดเห็นในนโยายของรัฐ

โดยเฉพาะเรื่องราคาเพราะกฎหมายกำหนดตายตัวว่าจะต้องขายราคาเท่าไร เมื่อส่งทางผู้ผลิตกำหนดขายราคาหน้าโรงงานเท่าไรก็ต้องรับมาในราคานั้นเสมอ ไม่เหมือนกับสินค้าชนิดอื่น ๆ ที่หากเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จะได้ลดราคาขายส่งมากกว่ารายเล็ก ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาเพื่อจูงใจผู้บริโภค

สิ่งที่กลุ่มผู้ค้ากังวลต่อมาก็คือราคาที่กำหนดไว้ในระดับที่สูงมากจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้จำนวนบุหรี่หนีภาษีที่เข้ามาในประเทศมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการเก็บภาษีของรัฐด้วย

"อย่างทางใต้เนี่ย ยอดขายบุหรี่ปกติหายไปเกือบ 50% ตั้งแต่ต้นปีมาเนี่ย ยอดมันตกมาตั้งแต่ปรับมาเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ ก็หายไปเลย" นางวราภรณ์กล่าว

สมาคมผู้ค้ายาสูบไทยกำลังกังวลว่าการขึ้นราคานั้นส่งผลให้นักสูบหันไปหาบุหรี่หนีภาษีมากขึ้น ซึ่งทั้งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้และเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพแก่ประชาชน

ตามความเห็นของวราภรณ์ การขึ้นภาษีเป็นการทำให้ "ตลาดปั่นป่วน" โดยอ้างว่าเพื่อสุขภาพของประชาชน แต่ก็ยังหวังว่ารัฐบาลและสรรพสามิตจะทำตามคำพูดที่ว่าจะไม่ให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากโครงสร้างภาษีใหม่

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

บุหรี่ปรับตัวให้เล็กลงเพื่อสู้ราคา

การขึ้นราคาของบุหรี่ยังทำให้เกิดการขยายจำนวนผลิตภัณฑ์บุหรี่ขนาดเล็ก หรือ ขนาด 7.1 มิลลิเมตร ของบุหรี่ยี่ห้ออย่าง Marlboro, L&M และ กรองทิพย์ ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าขนาดปกติประมาณ 20 บาท

โรงงานยาสูบ สังกัดกระทรวงการคลัง ซึ่งครองส่วนแบ่งมากกว่า 3 ใน 4 ของตลาดบุหรี่ในประเทศไทยในปี 2559 ได้ออกบุหรี่ยี่ห้อ Line 7.1 ม.ม. เมื่อต้นปีที่ผ่านมาและปัจจุบันขายอยู่ที่ราคา 40 บาท

นั่นหมายความว่าผู้ที่เคยจ่าย 38 บาทเพื่อบุหรี่ยี่ห้อ SMS ของโรงงานยาสูบที่ราคาถูกสุดในตลาดปี 2556 และได้ขึ้นราคาเป็น 51 บาทในปัจจุบันก็สามารถซื้อเลือกซื้อบุหรี่ที่ราคาไม่ต่างจากเดิมมากนัก

ที่มาของภาพ, SAEED KHAN/AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

นักกิจกรรมแนะนำนักเรียนถึงผลเสียของบุหรี่ต่อรางกายวันงดสูบบุหรี่โลก

บุหรี่แพงขึ้นคนสูบลดลง

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่างานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศมองว่าการขึ้นภาษีเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดการสูบบุหรี่ โดยประเทศที่มีการลดการสูบบุหรี่ได้อย่างได้ผลก็มีการจัดเก็บภาษีในระดับ 70-90% ซึ่งไทยก็อยู่ในเกณฑ์นั้น

"มีแนวโน้มทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง เพราะมันจะทำให้อัตราการเข้าถึงเยาวชนต่ำลง ด้วยราคาบุหรี่ที่สูงขึ้น" นักวิจัยของศจย.กล่าว

ขณะที่สำนักสถิติแห่งชาติจัดเก็บข้อมูลผู้สูบบุหรี่ในคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป และพบว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมากจากการสำรวจครั้งแรกในปี 2534 แต่เมื่อดูสถิติจากการสำรวจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าไม่ได้แสดงอัตราส่วนที่ลดลงไปมากนัก

ที่มา: สำนักสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ

นอกจากนี้ผลสำรวจในปี 2557 ยังพบว่า อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจําคือ 17.8 ปี ลดลงจากปี 2554 ที่มีค่าเฉลี่ยที่ 17.9 ปี โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนซึ่ง ลดลงเหลือ 15.6 ปี เมื่อเทียบกับ 16.2 ปีจากการสำรวจในปี 2554

รายงานดังกล่าวยังแนะนำให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการและกฎหมายเพื่อสกัดกั้นการเกิดนักสูบหน้าใหม่อีกด้วย

15.6

อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกของเยาวชน (15-24 ปี) ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จากผลสำรวจปี 2557

  • 16.2 ปี 2554

  • 16.8 ปี 2550

  • 16.6 ปี 2549

Wasawat Lukharang

ภาษีใหม่ต่างไปอย่างไร?

ตามพ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ. 2509 ที่กำลังจะถูกแทนที่เร็วๆ นี้ การคำนวณภาษีบุหรี่จะคิดตามมูลค่าราคาขายหน้าโรงงาน และตามปริมาณของยาสูบ โดยจะเลือกเก็บเพียงหนึ่งวิธีที่มีอัตราภาษีสูงกว่า ซึ่งเมื่อต้นปี 2559 ได้มีการปรับอัตราจัดเก็บภาษีบุหรี่จากร้อยละ 87 มาเป็นร้อยละ 90 ซึ่งเป็นอัตราเพดานแล้ว

ส่วนพ.รบ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ฉบับใหม่ จะเป็นการปรับโครงสร้างพ.ร.บ.สรรพสามิต โดยรวบรวมกฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่กระจัดกระจาย เช่น กฎหมายว่าด้วยยาสูบ และกฎหมายว่าด้วยสุรา มาไว้ในฉบับเดียว

ในส่วนของภาษียาสูบ นอกจากการปรับอัตราเพดานสำหรับอนาคตแล้ว จะมีการคิดคำนวณภาษีที่ต่างไปจากเดิม คือแทนที่จะคิดมูลค่าจากราคาหน้าโรงงาน จะเปลี่ยนมาจัดเก็บจากราคาขายปลีก โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

นักวิชาการจาก ศจย. กล่าวว่าแผนภาษีใหม่จะทำให้บุหรี่มีราคาทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง นอกจากนี้จะช่วยอุดช่องว่างในการแจ้งราคาขายหน้าโรงงานต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อตรึงราคา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อบุหรี่ต่างประเทศมากกว่าบุหรี่ไทย

ครม.กำลังพิจารณาร่างอนุบัญญัติกฎหมายเพื่อบังคับใช้ให้ทันกับ พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. โดยจะประกาศช่วงเที่ยงคืนวันที่ 15 ก.ย. เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า