วิกฤตคาบสมุทรเกาหลีอาจทำคนเกาหลีเหนือหนีผ่านไทยเพิ่มขึ้น

  • 15 กันยายน 2017
ทหารเกาหลีเหนือนั่งอยู่ที่ชายแดนระหว่างเกาหนีเหลือและจีน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทหารเกาหลีเหนือนั่งอยู่ที่ชายแดนระหว่างเกาหนีเหลือและจีน

หวั่นคนเกาหลีเหนือลี้ภัยผ่านไทยไปเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น หลังนานาชาติเพิ่มมาตรการกดดันเปียงยางที่ทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง

แม้ไทยจะห่างจากเกาหลีเหนือหลายพันกิโลเมตร แต่กลับกลายเป็นที่หมายซึ่งคนเกาหลีเหนือที่หนีออกจากประเทศต้องการจะมา เพราะมีกระบวนการรองรับว่าเขาจะมีเสรีภาพได้ดังฝันใฝ่

"อันเดอร์กราวน์ เรลโร้ด" หรือเส้นทางรถไฟใต้ดิน เป็นชื่อเรียกเส้นทางหนีจากชายแดนเกาหลีเหนือ ผ่านจีน ผ่านลาวมายังชายแดนริมน้ำโขงของไทย จากนั้นชาวเกาหลีเหนือที่หนีออกมาเหล่านี้ก็จะเดินทางไปประเทศที่สามที่เขาต้องการ

การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทางเศรษฐกิจของสหประชาชาติ ทำให้สถานการณ์ในเกาหลีเหนือทุกข์ยากขึ้นไปอีก การหนีออกนอกประเทศอาจเป็นหนทางที่คนเกาหลีเหนือเลือกมากขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขงขณะออกลาดตระเวณแม่น้ำโขงแถบอำเภอเชียงแสน

เดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง

น.อ. ชลทัย รัตนเรือง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง ชี้แจงกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่า คนเกาหลีเหนือที่หนีเข้ามาทางไทยมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เท่าที่มาประจำการที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายปีกว่า ๆ ก็เห็นเป็นจำนวนหลายร้อยคน เมื่อก่อนก็อาจจะมีไปทางหนองคายหรือนครพนมบ้าง แต่ตอนนี้ก็กลับมาทาง อ.เชียงแสน จ. เชียงรายอีก อาจจะเป็นเพราะว่าใกล้ และสามารถเข้ามาได้เร็วกว่าทางอื่น

"พวกเขาก็จะมากันเป็นกลุ่ม เดินเท้าหรือมาทางเรือและมาอยู่ตามจุดต่าง ๆ เมื่อเจอเราก็ยอมให้ควบคุมตัวแต่โดยดี"

น.อ. ชลทัย กล่าวว่า คนที่พากลุ่มคนเหล่านี้มาคือองค์กรการกุศลจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมาตั้งที่ทำการอยู่หลายแห่งในเชียงรายเพื่อรองรับการเดินทางมาของคนเหล่านี้

เขากล่าวอีกว่า เหตุการณ์ความตึงเครียดที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเกาหลีเหนือยากลำบากมากขึ้น ก็อาจทำให้คนหนีออกมาเพิ่ม

อย่างไรก็ตามการวางแผนและเดินทางนั้นใช้เวลาเป็นปีก็อาจจะทำให้จำนวนผู้ออกจากเกาหลีเหนือมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นในปีหน้าก็เป็นได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) ชาวเกาหลีเหนือที่เข้าไทยโดยผิดกฎหมายถูกควบคุมตัวไปยังศูนย์กักกันฯของตม.

ทำไมต้องมาไทย

ด้าน พ.ต.อ.ณัฐธฤช ปิ่นปัก ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมือง อำเภอเชียงแสน บอกบีบีซีไทยว่าทางตม.รับตัวคนเกาหลีเหนือที่มาทางด่านเชียงแสนอยู่เนือง ๆ คนเหล่านี้เข้ามาเป็นกลุ่ม เมื่อเขามาถึงชายแดนไทยก็จะตรงเข้ามาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินคดีตามกระบวนการ ก่อนที่จะมีการผลักดันออกไป

พ.ต.อ.ณัฐธฤช ปฏิเสธไม่ตอบคำถามถึงกระบวนการผลักดัน หรือ ทำไมพวกเขาจึงเลือกมาที่ไทยเป็นพิเศษ

ฟิล โรเบิร์ตสัน เจ้าหน้าที่จาก องค์การสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ ประจำประเทศไทย อธิบายว่า รัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ถือว่าคนจากเกาหลีเหนือนั้นก็เป็นประชาชนของเกาหลีใต้ด้วย ดังนั้นเมื่อเข้ามาถึงไทย กระบวนการก็คือด่านเชียงแสนหรือด่านอื่น ๆ จะส่งตัวผู้ที่หนีเหล่านี้มาที่สำนักงานตม.ที่กรุงเทพ เมื่อรับโทษเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเข้าขั้นตอนการผลักดันออกนอกประเทศ

ตอนนั้นเองทางการเกาหลีใต้จะเข้ามาติดต่อโดยบอกว่าคนเหล่านี้เป็นประชาชนของประเทศตน และประสงค์จะออกค่าเดินทางเพื่อพาคนเหล่านี้ไปยังเกาหลีใต้

"ก็เป็นกระบวนการที่แฮ้ปปี้กันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเส้นทางมายังไทยจึงเป็นเส้นทางที่รับประกันว่าพวกเขาจะสามารถไปตั้งรกรากใหม่ที่ประเทศที่ต้องการได้ แม้ต้องเดินทางหลายพันกิโลเมตร และเสี่ยงต่อชีวิตมากมาย" โรเบิร์ตสันกล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทั้งสองฝ่ายต่างกระจายเสียงเพลงและข้อความชวนเชื่อใส่กันบริเวณชายแดน

เส้นผ่านจีนควบคุมเข้มงวด

โรเบิร์ตสันชี้อีกว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติมีแนวโน้มว่าจะทำความยากลำบากในเกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้น และน่าจะมีคนเกาหลีเหนือหนีออกมามากขึ้น แต่อาจจะมาไม่ถึงไทย เพราะทางจีนสกัดกั้นเอาไว้และส่งตัวให้กับเกาหลีเหนือ ก่อนหน้านี้หากว่าจีนจับกุมคนเหล่านี้ได้แถบชายแดนจีน-เกาหลีเหนือก็จะส่งคืน

แต่จับกุมได้ในส่วนอื่นของประเทศซึ่งไกลจากชายแดนดังกล่าวก็เมื่อลงโทษแล้วก็มักจะปล่อยตัว แต่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่าน จีนเข้มงวดขึ้นมาก ไม่ว่าจะจับกุมได้ที่ไหนจะส่งคืนเกาหลีเหนือหมด

ข้อมูลที่ทางฮิวแมนไรท์สวอทช์ได้มา เดือนกรกฏาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา ทางการจีนจับได้ถึง 41 คนและส่งกลับหมด หนึ่งปีก่อนหน้านั้นจับได้และส่งกลับ 51 คน

ส่วนชะตากรรมของผู้ที่ถูกส่งกลับก็คือจะถูกทรมานเพื่อให้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้ช่วยเหลือให้เขาหนี และบางคนอาจจะถูกประหารชีวิต

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม