ความจริงเรื่องวัยทอง มนุษย์เมนส์ และการกีดกันทางเพศ

  • 19 ตุลาคม 2017
วัยทองคือวัยแห่งปัญหาหรือวัยที่ถึงความสุขสมบูรณ์ของชีวิต Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ วัยทองคือวัยแห่งปัญหาหรือวัยที่ถึงความสุขสมบูรณ์ของชีวิต

คำว่า "วัยทอง" อาจแสลงใจผู้หญิงในวัยเข้าใกล้เลข 4 แพทย์เตือนว่าถ้าไม่อยากเจออาการข้างเคียงนานาก็ต้องเตรียพร้อมไว้แต่เนิ่น ๆ แถมสำหรับหลายคนคำนี้ยังมีความหมายตีตราผู้หญิงว่าไม่มั่นคงในทางอารมณ์ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้หญิง

วันพุธที่ผ่านมาเป็นวัน World Menopause Day หรือวันสตรีวัยทองโลก อันเป็นความพยายามของสมาคมวัยหมดระดูนานาชาติ (International Menopause Society) เพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจปัญหาที่เกิดกับผู้หญิงให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในไทยยังไม่มีความตื่นตัวเท่าที่ควร

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้วัยทองกลายเป็นประเด็นสำคัญที่คนไทยควรเอาใจใส่ บีบีซีไทยคำนวณคร่าว ๆ จากข้อมูลที่ได้มา ผู้หญิงไทยเกือบ 10 ล้านคนเผชิญกับปัญหาเรื่องวัยทองในระดับต่าง ๆ กัน จึงได้พูดคุยกับทั้งแพทย์และผู้ที่ได้ผลกระทบจากอาการนี้เพื่ออธิบายความหมายทั้งในเชิงการแพทย์และสังคม

วัยทอง:ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต

แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข โฆษกแพทยสภา กล่าวว่า Menopause ภาษาไทยแปลออกมาว่าวัยทอง ซึ่งหมายถึงวัยที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเสื่อมถอยลงจนไปถึงขั้นหมดไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉลี่ยแล้วช่วงเริ่มต้นของวัยทองนั้นอยู่ในราว 48-51 ปีซึ่งฮอร์โมนในร่างกายก็เริ่มลดลงไป ประจำเดือนกำลังเริ่มจะหมด

สังคมไทยตอนนี้มีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปอยู่ถึง 17 เปอร์เซนต์ และในอนาคตก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นปัญหาที่สำคัญประการหนึ่ง แพทย์หญิงชัญวลีกล่าวว่าจากงานวิจัยที่ผ่านมา ในเมืองไทย มีผู้หญิงวัยทองถึงร้อยละ 65 ที่มีอาการที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง ส่วนอีกร้อยละ 35 นั้นไม่ปรากฎอาการ

เธออธิบายอีกว่าอาการวัยทอง อาจเกิดขึ้นได้ราว 5 ปีก่อนที่ประจำเดือนจะหมด จะมีทั้งอาการที่เกิดจากการทำงานของระบบประสาทที่แปรปรวนไป แตกต่างกันไปหลายร้อยอาการ แต่ที่พบมากคือ อาการร้อนวูบวาบ ร้อนรุนแรงแผ่ซ่านจากหน้าอกไปยังแขนขาที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ถึงหนึ่งนาที จากนั้นก็อาจร้อนเหงื่อแตกแล้วหนาวสั่น อาการนี้เกิดจากฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มีหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิลดลงไป จึงทำให้ศูนย์คุมอุณหภูมิของร่างกายทำงานผิดแปลกไปจากเดิม

สอง การหดเหี่ยวของกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีรอยตีนกา มีผิวแห้งผมบาง แสบช่องคลอด ปัสสาวะบ่อย มักพบมากในช่วงระยะกลางซึ่งเป็นช่วงประจำเดือนหมดไปจนถึงหลังจากนั้นสิบปี

และระยะที่สาม หลังจากที่ประจำเดือนหมดไปแล้วสิบปี ก็จะเกิดความเสื่อมขึ้นอย่างชัดเจนเช่น กระดูกพรุน หลอดเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดแตก มะเร็ง ซึ่งที่จริงก็เป็นอาการทั่วไปของการสูงอายุ

เมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาสุขภาพเช่นนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การให้ความรู้และเตรียมตัวให้พร้อมรับมือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากเพื่อมิให้กระทบกับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและคนรอบข้าง แพทย์หญิงชัญวลีกล่าวว่ามีคนไข้มาหามากมายที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นวัยทองทำให้ปริวิตกไปต่าง ๆ นานา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ที่มีปัญหาอาการจากวัยทองรุนแรงควรจะไปพบแพทย์ทั้งสูตินรีแพทย์และจิตแพทย์

"หากรอให้ถึงวัยทองก็สายเสียแล้ว"

"การดูแลตัวเองก็ต้องเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วัยท้อง อย่ารอให้ถึงวัยทอง" แพทย์หญิงชัญวลีกล่าว

เธอชี้ว่าผู้หญิงต้องดูแลสุขภาพของตัวเองตั้งแต่ในวัยสาว และรู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเอง การศึกษาพบว่าร้อยละ 35 ของหญิงที่ไม่มีอาการวัยทอง ในรายละเอียดก็คือเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ มีความเครียดต่ำ ใจเย็น การเตรียมตัวต้องเริ่มตั้งแต่วัยสาว เพราะการละเลยสุขภาพเมื่อยังแข็งแรงจะทำให้เกิดอาการได้รุนแรง การเตรียมตัวก็คือกินอาหารให้หลากหลายประเภทไม่ใช่กินแต่ผักอย่างแนวนิยมในปัจจุบันที่เรียกว่า "กินคลีน" พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รู้จักจัดการกับความเครียดและอาการซึมเศร้าของตนเอง และระมัดระวังอาหารเสริมสมุนไพรที่ไม่รู้จักอาจจะทำลายตับไตได้ เมื่อเข้าสู่วัยทองแล้ว หากอาการย่ำแย่มากทั้งกายและใจก็ควรจะพบแพทย์ทั้งสูตินรีแพทย์และจิตแพทย์

แพทย์หญิงชัญวลีบอกว่าที่จริงในผู้ชายก็มีวัยทองเหมือนกันแต่เรียกว่าแอนโดรพอส (Andropause) เป็นการลดลงของฮอร์โมนเช่นเดียวกัน แต่จะเกิดขึ้นในวัยที่ช้ากว่าผู้หญิงมากอาจจะ 70 ปีขึ้น ซึ่งอาการก็คล้ายคลึงกัน

"วัยทองเป็นขบวนการของธรรมชาติ ทุกคนควรเปลี่ยนมุมมองเพื่อให้เข้าสู่วัยทองด้วยคุณภาพ และควรคิดว่าเป็นวัยโบนัสของชีวิต ซึ่งเราสามารถจะมอบสิ่งดี ๆ ให้คนอื่น มีส่วนในการสร้างสังคมที่ดีได้" แพทย์หญิงชัญวลีกล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คุณป้าชาวญี่ปุ่นแสดงพลังในวันแสดงความเคารพคนสูงอายุที่วัดในกรุงโตเกียว (แฟ้มภาพ)

มนุษย์เมนส์:ผลเชิงสังคม

ลักขณา ปันวิชัย หรือ ที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อของ "คำผกา" คอลัมนิสต์ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการมองปรากฎการณ์ของสังคมในมุมของผู้หญิง กล่าวว่า ในแง่หนึ่งก็ต้องยอมรับว่าอาการที่เกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนของผู้หญิงขึ้น ๆ ลง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ประจักษ์จริงในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์

แต่เธอก็กล่าวว่าความรู้ด้านการแพทย์ก็ยังสามารถพัฒนาไปได้เรื่อย ๆ พอถึงสมัยหนึ่งความรู้ที่มีในปัจจุบันก็อาจจะไม่ถูกต้องแล้วก็ได้ เหมือนสมัยหนึ่งไม่นานมานี้ที่ผู้หญิงที่มีอาการวัยทองอารมณ์แปรปรวนต้องเข้ารับการบำบัดโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จะต้องใช้มือทำการบำบัดความใคร่ให้กับหญิงเหล่านั้น จนข้อมือเสื่อมไปตาม ๆ กัน จากนั้นก็มีการประดิษฐ์ "ไวเบรเตอร์"ขึ้นมาเพื่อการรักษาอาการเช่นนี้ แต่พอมาถึงปัจจุบันการบำบัดเช่นนี้ก็เลิกไป เปลี่ยนมาเป็นคำแนะนำให้กินอาหารที่มีโอเมก้าสาม ออกกำลังกาย และทำสมาธิแทน

ลักขณาเห็นว่าแนวคิดเรื่องฮอร์โมนที่มีผลต่อผู้หญิงแบบในปัจจุบันมีส่วนในการกำหนดท่าทีของสังคมต่อผู้หญิงอย่างมาก จนกลายเป็นมุมมองที่ว่าชีวิตผู้หญิงถูกควบคุมด้วยวงจรฮอร์โมนในร่างกาย และทำให้ผู้หญิงกลายเป็นพวกที่มีอารมณ์ไม่แน่นอน ไม่มีความสามารถที่จะเป็นผู้นำ, รับผิดชอบการทำงานที่สำคัญไม่ได้เพราะคุมอารมณ์ไม่ได้ "สิบห้าวันดีสิบห้าวันร้าย"

"ก็ไม่แน่ใจว่าคำว่า"มนุษย์เมนส์"มีขึ้นมาแต่เมื่อไร แต่เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงผู้หญิงมีวงจรของฮอร์โมนขึ้นลงในร่างกาย และมีการแสดงออกทางอารมณ์เหวี่ยงไปมา" ลักขณากล่าวและเสริมว่าเมื่อมีข้อมูลที่ถูกแปลงให้เป็นความจริงแบบนี้ ผู้หญิงจำนวนมากก็เชื่อว่าชีวิตตัวเองถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนทำให้ยอมรับข้อจำกัดของตัวเองและไม่ก้าวข้ามข้อจำกัดนั้น

อย่างไรก็ตามลักขณาเองซึ่งขณะนี้อายุ 45 ปีก็กล่าวว่าเธอก็มีประสบการณ์เรื่องการขึ้นลงของฮอร์โมนในวัยทองเช่นเดียวกัน เพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันจะมีอาการต่าง ๆ กันไป แต่ที่สำคัญก็คืออย่าเอามันเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต และผู้หญิงไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในยามที่ตัวเองเกรี้ยวกราดว่าเป็นเพราะรอบฮอร์โมนในร่างกายเพราะจะตอกย้ำให้สังคมเห็นจริงกับกรณีนี้ขึ้นไปอีก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้หญิงเรียกร้องเงินเดือนที่เท่าเทียมกับผู้ชายที่เมืองลีดส์ อังกฤษ ในปี 1969

"เชื่อว่าฮอร์โมนเป็นปัญหาจริง แต่ทำไมต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น คนจะมองว่าผู้ชายมีความมั่นคงทางอารมณ์มากกว่า หากมีการศึกษากันจริง ๆ อาจจะเห็นว่าผู้ชายก็น่าจะอาการซึมเศร้าหรือหงุดหงิดจากฮอร์โมนได้เหมือนกันหรือเปล่า ซึ่งเราก็สามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ ไม่ใช่หรือ " ลักขณากล่าว

รับมือวัยทองด้วยความรู้

ถนอมจิต มีชื่น วัย 54 ปี เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าตัวเองก็มีอาการของวัยทองตั้งแต่อายุ 49 แต่เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัยทองเลยก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร "คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราก็ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้มาถ่ายทอดให้เลย เมื่อเป็นหนัก ๆ เข้าจึงได้ไปหาแพทย์เพื่อปรึกษา จากนั้นก็เริ่มหาความรู้เกี่ยวกับวัยทองด้วยตัวเองเรื่อยมา

เมื่อตอนที่เธอเริ่มเป็นจะมีอาการเบื่อหน่ายในชีวิต "ไม่อยากทำงาน เงินก็ไม่อยากได้" ถนอมจิตเล่าให้บีบีซีไทยฟัง

นอกจากนี้เธอก็พบว่าเพื่อนทุกคนในวัยเดียวกันก็มีอาการเช่นนี้ บางคนไม่มีความรู้เรื่องวัยทองและจมอยู่กับความทุกข์ที่หาสาเหตุไม่ได้

เมื่อไปหาแพทย์ก็ได้รับคำแนะนำให้กินพืชที่ทดแทนฮอร์โมนอย่างเช่นถั่วเหลือง รวมทั้งออกกำลังกาย ซึ่งเธอก็ทำตามและอาการทางกายก็ดีขึ้นมาก ส่วนเรื่องทางใจนั้นก็เธอก็ใช้วิธีเรียนสมาธิ รวมทั้งฟังพวกธรรมะและดนตรีคลายเครียดก่อนนอน

" ที่สำคัญคือเรื่องจิตใจ ยอมรับสภาพความจริง พร้อมเข้าใจคนอื่น รวมทั้งต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิตในแน่วแน่ มีภาระกิจที่มีคุณค่าสำหรับตัวเองและผู้อื่น จะมาสู่คุณค่าทางใจทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า" ถนอมจิตกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม