อัยการสูงสุดใหม่แถลงนโยบาย 90 นาที ไม่เอ่ยคดีทักษิณ

  • 24 ตุลาคม 2017
นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่ Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นอัยการสูงสุดคนที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่่ผ่านมา

การแถลงนโยยายของอัยการสูงสุดคนใหม่เกิดขึ้น โดยไม่มีการพูดถึงการรื้อฟื้นคดีนายทักษิณ ชินวัตร แต่ยืนยันการทำหน้าที่ "ทนายของแผ่นดิน" เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ด้วยความคาดหวังว่า "คนที่มีจิตเป็นธรรม จะเข้าใจ"

นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่ มอบนโยบายอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ (24 ต.ค.) ในเวทีแถลงนโยบายการบริหารงานของ อสส. 5 ด้าน โดยมีผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมรับฟังราว 250 คน อย่างไรก็ตามมีการกำหนดเงื่อนไขว่าจะไม่พูด-ไม่ตอบเรื่องคดีความใดๆ ด้วยเหตุผล "เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไม่ควรพูดถึงคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง"

ทว่าเมื่อ 18 วันก่อน นายเข็มชัย โยนแนวคิดผ่านสื่อมวลชน ว่าพร้อมรื้อฟื้นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่ง "จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว" เนื่องจากจำเลยหลบหนี กลับมาปัดฝุ่น-พิจารณาใหม่ โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มอบหมายให้อธิบดีสำนักงานคดีพิเศษซึ่งเคยรับผิดชอบคดี เป็นผู้เสนอรายชื่อคณะทำงานตรวจสอบรายละเอียด

3 ใน 5 นโยบายที่น่าสนใจของ อสส.คนที่ 14 คือ นโยบายการบริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งรัฐบาลได้เน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่สองมาตรฐาน อัยการก็ต้องพยายามฟ้องลงโทษขั้นสูง

ส่วนนโยบายด้านการรักษาประโยชน์ของรัฐ ได้เน้นย้ำบทบาทอัยการในฐานะ "ทนายแผ่นดิน" ที่ต้องรักษาประโยชน์ของชาติ

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ การแถลงนโยบายของนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยไม่กล่าวถึงคดีการเมือง และคดีนายทักษิณ ชินวัตร

รวมถึงนโยบายด้านการต่างประเทศ ที่เน้นการประสานงานและให้ความช่วยเหลือต่างประเทศในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและความช่วยเหลือทางอาญา หลังพบว่าในระยะหลังมานี้ อาชญากรมีแนวโน้มยกระดับเป็นเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ จึงมีคำประกาศว่า "ประเทศทั้งหลายต้องไม่ยอมให้อาชญากรมีที่หลบซ่อนได้"

นายเข็มชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า "งานอัยการไม่ง่าย เพราะเราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง" พร้อมระบุว่า รัฐบาลมีความคาดหวังอย่างมากต่อองค์กรอัยการว่าจะช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคแก่รัฐบาลทุกรูปแบบ เพราะมีความรู้ และมีประสบการณ์ทางคดี "ดังนั้นเราต้องทำตัวให้มีความรู้ ความสามารถ มีจิตวิญญาณในการสนองตอบต่อความต้องการเหล่านี้"

Image copyright AFP/Getty Images

ต่อคำถามบีบีซีไทยว่า จะมีแนวปฏิบัติอย่างไรในการฟื้นคดีอาญาของนักการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทว่าไม่ให้เกิดความรู้สึกเลือกปฏิบัติกับกลุ่มบุคคลใดเป็นพิเศษ นายเข็มชัยตอว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี จะไปเข้าข้างบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ได้ โดยเฉพาะสังคมที่ถูกมองว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งนี้ในการพิจารณารื้อฟื้นคดี จะทำตามกฎหมายโดยเคร่งครัด คดีใดต้องดำเนินการต่อ ก็จะดำเนินการอย่างเสมอภาคเท่าเทียม

"การทำงานของเราอาจถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจบางคน ดังนั้นก็ต้องอธิบาย ต้องให้เหตุผล คนที่มีจิตเป็นธรรม แม้ไม่พอใจ แต่เขาก็จะเข้าใจ" นายเข็มชัยกล่าว

แต่ยอมรับว่าการทำความเข้าใจบางเรื่องอาจต้องใช้เวลา เพราะสังคมมีภาพบางอย่างไปแล้ว "เราอาจต้องอดทนต่อการถูกสังคมเข้าใจผิด มองในแง่ร้าย ก็ต้องพยายามอธิบาย"

การแถลงนโยบายของ อสส.คนใหม่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยไม่มีการเอ่ยถึงคดีการเมือง และคดีนายทักษิณแต่อย่างใด

ถ้าย้อนกลับไปดูความพยายามในการฟื้นคดีนายทักษิณก่อนหน้านี้ เป็นผลจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งเปิดช่องให้ "พิจารณาคดีลับหลัง" ได้ คดีที่ถูก "แช่แข็ง" เกือบ 10 ปี จึงมีโอกาสฟื้นชีพใหม่อย่างน้อย 4 คดี

ลุ้นเปิดศาล พิจารณา 4 คดีทักษิณ
คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่า 4 พันล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมจากชินคอร์ป ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ศาลออกหมายจับ 16 ก.ย. 2551 เพื่อติดตามตัวมาพิจารณาคดีนัดแรก
คดีทุจริตโครงการหวยบนดิน 3 ตัว 2 ตัว ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ศาลออกหมายจับ 26ก.ย. 2551 เพื่อติดตามตัวมาพิจารณาคดีนัดแรก
คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยอนุมัติสินเชื่อ 9 พันล้านบาท ให้บริษัทในเครือกฤษดามหานคร อสส. เป็นโจทก์ ศาลออกหมายจับ 11 ต.ค. 2555 เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี โดยให้จำหน่ายคดีเฉพาะส่วนของทักษิณไว้เป็นการชั่วคราว
คดีออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ชินคอร์ป ทำรัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท อสส. เป็นโจทก์ ศาลออกหมายจับ 15 ต.ค. 2551 เพื่อติดตามตัวมาพิจารณาคดีนัดแรก

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

สำหรับขั้นตอนในการรื้อฟื้นคดี อสส. จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้นำคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ หากศาลเห็นตรงกันว่าการบังคับใช้กฎหมายส่วนนี้เป็นเรื่อง "วิธีพิจารณาคดี" ก็สามารถดำเนินการต่อได้

อย่างไรก็ดีมีข้อถกเถียงและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก เกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีนายทักษิณ ว่าขัดต่อหลักสากล-เลือกปฏิบัติ-ย้อนหลังเป็นโทษหรือไม่ พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน ตัวแทนอดีตนายกฯ ที่เดินทางไปพบตัวแทน อสส. เมื่อวันที่ 12 ต.ค. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า โดยหลักสากล คดีอาญา จะไม่ให้มีผลย้อนหลังในทางเป็นโทษแก่ผู้ถูกกล่าวหา นี่เป็นสิ่งที่นักศึกษานิติศาสตร์ได้เรียนกันมาตั้งแต่ปี 1 ปี 2

"ถ้าผู้ต้องหาโดนลงโทษจำคุก 10 ปี หากจู่ๆ หายตัวไป แล้วกลับมาเมื่อครบ 10 ปี ก็ไม่ต้องติดคุกเพราะถือว่าคดีขาดอายุความไปแล้ว ไม่ใช่นับอายุความอย่างไม่มีวันจบสิ้น ส่วนที่ อสส. อ้างว่า พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับใหม่ไม่ได้กำหนดบทลงโทษย้อนหลัง แต่เป็น 'วิธีพิจารณาความ' ผมเห็นว่าถ้าวิธีพิจารณาคดีที่เป็นโทษ ผลมันก็ออกมาเป็นโทษอยู่ดี" พล.ต.อ.วิรุฬห์กล่าว

ทว่าข้อเท็จจริงสำคัญคือ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงไม่น่า "ตีความพลาด"

Image copyright ราชกิจจานุเบกษา
คำบรรยายภาพ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อปลาย ก.ย.ที่ผ่านมา

อีกทั้งบรรดามือกฎหมายทั้งหลายเคยช่วยกันพลิกแฟ้มคดีคาศาล ในวงประชุมคณะกรรมาธิการชุดนี้ พบว่ามีคดีความไม่ต่ำกว่า 90 คดีเข้าข่าย "พิจารณาลับหลัง" ได้ หลังนักการเมืองระดับชาติ-ท้องถิ่น ซึ่งตกเป็นจำเลย หลบหนีไปต่างประเทศ แน่นอนว่ามีคดีอดีต "ผู้นำพเนจร" รวมอยู่ในนั้น

สอดคล้องกับความเห็นของนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีต อสส. ที่กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยให้พิจารณาลับหลังจำเลยได้ ถือเป็นการ "พิจารณาต่อเนื่อง" ไม่ใช่การ "ตั้งคดีขึ้นมาใหม่" เพราะเมื่อ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มีผลบังคับใช้ ผู้เกี่ยวข้องทุกองค์กรก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยพิจารณาว่ามีคดีค้างอยู่กี่เรื่อง ขาดอายุความแล้วหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับนักการเมือง คดีก็จะไม่มีอายุความ

Image copyright FACEBOOK/YINGLUCK SHINAWATRA
คำบรรยายภาพ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ฉบับใหม่ ไม่เพียงจะมีผลต่อการเดินหน้าคดีของนายทักษิณ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ซึ่งตามกฎหมายใหม่ หากจำเลยจะอุทธรณ์คดี ต้องเดินทางมาแสดงตัวที่ศาล อีกทั้งคดียังไม่มีอายุความ

"ขอร้องสังคมอย่าไปยึดติดกับตัวบุคคล แต่ต้องดูว่ากฎหมายออกมาอย่างไร มีหลักการอะไร เพราะมันใช้บังคับทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับคนใดคนหนึ่ง ถ้าหลักไปโดนใคร ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่เข้าใจว่านายทักษิณเป็นตัวใหญ่ ก็เลยตกเป็นเป้า" อดีต อสส.กล่าว

ปฏิบัติการขุดรากถอนโคนตระกูล "ชินวัตร" เริ่มต้นอย่างจริงจัง ไม่เพียงอสส. แต่คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็สั่งตั้งคณะทำงานพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งมีคดีความของอดีตนายกฯ ทักษิณ รวมอยู่ด้วย

นอกจากคดีทุจริต อสส. ยังสั่งฟ้องนายทักษิณ คดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ประเทศเกาหลีใต้ ปี 2558

นั่นทำให้นายทักษิณไม่อาจนิ่งเฉยออกมาทวีตยืนยันความบริสุทธ์ตัวเองเมื่อวันที่ 9 ต.ค. และยังส่งทนายและตัวแทนไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ อสส. และขอให้ทบทวนคำสั่งสั่งฟ้องคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยขอให้ อสส.สอบพยานบุคคลเพิ่มเติม 4 ปาก ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิรุฬห์ นักกฎหมาย ภาคประชาชน และสื่อมวลชนที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์ ว่าฟังที่นายทักษิณพูดแล้วเข้าใจว่าหมายถึงใคร มีเจตนาจะหมิ่นเบื้องสูงจริงหรือไม่

"นายทักษิณนึกว่าคดีนี้จบไปแล้ว แต่จู่ๆ อสส. ก็ให้ข่าวว่าสั่งฟ้อง จึงต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่เชื่อว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค แม้เป็นคดีร้ายแรง เพราะเป็นการแสวงหาความยุติธรรมและปกป้องตัวเองตามปกติ" พล.ต.อ.วิรุฬห์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม