จีนจี้ไทยส่งคืน 20 อุยกูร์หนีจากห้องกักสะเดา

  • 21 พฤศจิกายน 2017
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา

รัฐบาลจีนเรียกร้องทางการไทยนำตัวชาวอุยกูร์ 20 คน ส่งคืนจีน หลังหนีออกจากอาคารควบคุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงก่อนรุ่งเช้าของวันที่ 20 พ.ย. และขณะนี้ยังคงลอยนวล ด้านตำรวจไทยกำลังเร่งติดตามตัวกลับมา ชี้น่าจะมุ่งหน้าไปมาเลเซีย

นายหลูคัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลจีนขอเรียกร้องให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องส่งตัวชาวอุยกูร์ที่หลบหนีกลุ่มนี้คืนให้แก่จีนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ด้านตำรวจไทย "ปูพรม" ค้นหา ชาวอุยกูร์ทั้ง 20 คนอย่างต่อเนื่อง โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า ชาวอุยกูร์กลุ่มนี้น่าจะมุ่งหน้าสู่มาเลเซีย แต่ทางการเชื่อว่าจะสามารถจับกุมตัวกลับมาได้ เพราะมีการเพิ่มกำลังหน่วยลาดตระเวนที่ชายแดน

Image copyright Khaosod
คำบรรยายภาพ กำแพงทำจากอิฐบล็อกซึ่งชาวอุยกูร์สามารถเจาะเพื่อหลบหนีออกไปได้จากห้องกัก ที่ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า ชาวอุยกูร์ที่พยายามหลบหนีจากห้องกักมีทั้งสิ้น 25 คน ใช้เศษกระเบื้องขุดเจาะผนังห้องขังและใช้ผ้าห่มช่วย ในการปีนหลบหนีออกจากบริเวณ อย่างไรก็ดี ยังมีชาวอุยกูร์อีก 5 คน ที่ไม่สามารถหนีออกไปได้

รอยเตอร์รายงานด้วยว่าคนเหล่านี้เป็นชาวอุยกูร์กลุ่มสุดท้ายจากกว่า 200 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวตั้งแต่ปี 2557โดยในจำนวนนี้กว่า 100 คน ถูกบังคับส่งตัวกลับไปยังจีนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558

Image copyright Khaosod
คำบรรยายภาพ ภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.เสกสันต์ แก้วสว่าง ผกก.สภ.สะเดา เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ได้ระดมกำลังค้นหาชาวอุยกูร์ที่หลบหนีโดย "ปูพรม" ค้นหาทั่วตำบลสำนักขาม และพื้นที่ป่าเขา แต่ยังไม่พบตัว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่สอบปากคำชาวอุยกูร์ 5 คน ที่อยู่ในห้องกัก ก็ไม่ได้ข้อมูลมากนัก เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ และต้องสนทนาผ่านล่าม

พ.ต.อ.เสกสันต์ ไม่ยืนยันว่าผู้หลบหนีใช้วัตถุใดในการขุดเจาะกำแพงห้องขัง โดยขอเวลาตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ด้านเว็บไซต์ นสพ.ข่าวสดรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในห้องที่กักตัวชาวอุยกูร์ซึ่งอยู่บริเวณชั้นล่าง พบว่าจุดที่ชาวอุยกูร์เจาะผนังเป็นส่วนของห้องน้ำซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด และน่าจะใช้ของแข็งขูดขีดมาเป็นเวลานานก่อนทะลุเป็นช่อง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเพียงผนังฉาบปูนและก่อด้วยอิฐธรรมดาเท่านั้น

ข่าวสดรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ระบุว่าในบริเวณห้องกัก มีเวรยามเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงก่อนเกิดเหตุมีการตรวจสอบแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เรื่องการหลบหนี ขณะดูภาพจากกล้องวงจรปิดในเวลาเดียวกับกับที่ชาวอุยกูร์กำลังมุดออกไปจากห้อง จึงได้เรียกกำลังเข้าควบคุม แต่จับตัวไว้ได้ 5 คน

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ภาพกลุ่มผู้ขอลี้ภัยซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอุยกูร์จากจีนที่เดินทางเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย ขณะถูกนำตัวไปยังศาลในจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2557

ด้านนายอิสมาแอน หมัดอะด้ำ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสภาเครือข่ายดูแลทางด้านมนุษยชนของสำนักจุฬาราชมนตรี เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ชาวอุยกูร์ที่ถูกกักในจุดดังกล่าวมีจำนวน 25 คน เชื่อว่าเหตุผลในการหลบหนีเพราะต้องการไปตายเอาดาบหน้า เนื่องจากไม่มีความแน่นอนว่าจะพ้นจากสถานกักกันเมื่อใด

ทั้งนี้ เมื่อกลางปี 2558 ทางการไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์เกือบร้อยคนให้จีน โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นความร่วมมือของไทยกับจีนและตุรกี ในการแก้ปัญหา ผู้หนีภัยชาวอุยกูร์ โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าได้ขอให้จีนดูแลความปลอดภัยให้กับคนเหล่านั้นด้วย

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศหลายคนเชื่อว่าการส่งตัวไปจีนครั้งนั้น เป็นเหตุให้กลุ่มชาวอุยกูร์บางส่วนโกรธแค้น จนตอบโต้ด้วยการลอบ วางระเบิด ที่ศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อ 17 สิงหาคม 2558 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 20 คน และบาดเจ็บกว่า 130 คน แต่ทางการไทยปฏิเสธว่าไม่ใช่

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้านจากทางการจีน

นอกจากนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัวอยู่ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ (สวนพลู) จำนวน 15 คน ได้อดอาหารประท้วงที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมโดยชาวอุยกูร์กลุ่มดังกล่าวถูกกักกันมานานกว่าสองปี

นายดอลกุน อิซา ประธานสภาอุยกูร์โลก เปิดเผยกับบีบีซีไทยในครั้งนั้นว่า มีชาวอุยกูร์ที่ถูกกักกันอยู่ตามสถานกักกันต่าง ๆ ในไทยราว 70 คน โดยคนเหล่านี้ถูกจับกุมในค่ายกักขังเหยื่อค้ามนุษย์ที่ภาคใต้ของไทย และบางส่วนถูกจับขณะพยายามเดินทางข้ามพรมแดนไทย-มาเลเซีย