“เหมือนเรือล่ม” พ่อ นร.เตรียมทหารที่ตายเผยความรู้สึกครอบครัว

  • 21 พฤศจิกายน 2017
Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

นายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ บิดาของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิต ขณะอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้บุตรชายจะเสียชีวิตไปแล้วกว่า 1 เดือน แต่ทุกคนในครอบครัวยังอยู่ในสภาพโศกเศร้า และคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดกับครอบครัวตนเอง

"มันเกินคำบรรยาย เขาเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ผมหวังมากว่าเขาจะเป็นคนดูแลครอบครัวในอนาคต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากเรือล่ม เขาตกน้ำเสียชีวิตไป เหลือพวกผมสามคนลอยลำอยู่" นายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

เขากล่าวด้วยว่าบุตรชายตัดสินใจเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารด้วยตัวเอง ไม่ได้เกิดจากการบังคับ ซึ่งเขาให้การสนับสนุนในสิ่งที่บุตรชายต้องการเรียนรู้ และขอให้ตั้งใจเรียน

"...ครอบครัวเราเคยอบอุ่นมาก"

"ผมนั่งทนดูลูกสาวกับแฟนร้องไห้ไม่ได้เมื่อเห็นอะไรที่เกี่ยวกับเมย...ครอบครัวเราเคยอบอุ่นมาก" นายพิเชษฐกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนส่งโทรศัพท์ให้ลูกสาวให้สัมภาษณ์ต่อ

ด้านผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหารเปิดแถลงข่าววันนี้ (21 พ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ว่า เกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และยืนยันว่าได้ประสานกับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

พล.ต.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร แถลงว่า ในการดำเนินการส่งศพไปตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงนั้น ได้หารือกับครอบครัวของนายภคพงศ์ตลอดเวลา และเมื่อทราบในภายหลังว่าครอบครัวได้รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาก็ยังได้ติดต่อกันโดยตลอด ซึ่งบิดาของนายภคพงศ์อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไม่มีการชี้แจงใด ๆ

ด้าน พ.อ.น.พ.นรุฏฐ์ ทองสอน นายแพทย์กองพยาธิ สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการพระมงกุฎเกล้า แพทย์นิติเวชผู้ผ่าพิสูจน์ กล่าวว่าได้จัดเก็บอวัยวะภายในร่างกายของนายภคพงศ์ไว้จริง ซึ่งได้แก่ สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหาร กับสุ่มตัวอย่างอวัยวะอื่น เพื่อทำการตรวจทางกล้องจุลทรรศน์เพิ่มเติม เนื่องจากการตรวจสภาพศพภายนอกไม่พบว่ามีบาดแผลประทุษกรรมตามร่างกาย และการผ่าเปิดภายในและพบว่ากระดูกซี่โครงที่ 4 ด้านขวา หัก และมีรอยช้ำของกล้ามเนื้อหน้าอกด้านขวาและซ้าย ซึ่งไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

ของแข็งไม่มีคมมากระแทก?

"ในจุดนี้อาจเกิดจากของแข็งไม่มีคมมากระแทก อาจจะเกิดจากอะไรก็ได้ เราไม่ได้ตัดเรื่องซีพีอาร์ (การปั๊มหัวใจ) ซึ่งทราบว่ามีการทำกันนานถึง 4 ชั่วโมง อาจเกิดอาการเหนื่อยล้าและเกิดการเคลื่อนของมือก็เป็นได้ หรือมีประเด็นของแข็งไม่มีคมอื่น ๆ มากระแทกก็ได้" พ.อ.น.พ.นรุฏฐ์ กล่าว

พ.อ.น.พ.นรุฏฐ์ กล่าวว่าได้ออกรายงานผลการชันสูตรให้พนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบว่ามีน่าจะมีความโน้มเอียงไปทางความผิดปกติของหัวใจ และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ในการแถลงข่าว พ.อ.น.พ.นรุฏฐ์ ไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่าได้แจ้งให้ญาติของนายภคพงศ์ทราบหรือไม่ โดยตอบเพียงว่าให้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวน เนื่องจากแพทย์ได้ดำเนินการตามเอกสารนำส่งจากพนักงานสอบสวนเท่านั้น และว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.151 กำหนดให้ทำได้หากพนักงานสอบสวนติดใจสงสัยในสภาพสาเหตุการตาย ซึ่งหากแพทย์ไม่ได้จัดเก็บรักษาอวัยวะไว้ก็จะไม่สามารถนำไปดำเนินขั้นตอนตรวจพิสูจน์ได้

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

เก็บไว้ ทำไมไม่บอก

ทว่า น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของนายภคพงศ์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ครอบครัวยังติดใจว่าเหตุใดจึงไม่ได้รับแจ้งจากโรงเรียนเตรียมทหาร หรือแพทย์ผู้เกี่ยวข้องว่าได้จัดเก็บอวัยวะภายในของนายภคพงศ์ไว้เพื่อสืบหาเหตุผลการเสียชีวิตต่อ

"ทางเราทราบขั้นตอนทางกฎหมายว่าหากหาสาเหตุไม่พบก็ต้องเก็บอวัยวะไปหาสาเหตุต่อ แต่ก็ต้องแจ้งญาติว่าเก็บเอาไว้ และส่วนมากหากยังหาสาเหตุไม่พบก็จะไม่ส่งร่างคืนให้ แต่กรณีนี้แตกต่างออกไป เราไม่ทราบเลยว่าอวัยวะภายในของน้องชายหายไป"

น.ส.สุพิชา ให้เหตุผลที่นำร่างของนายภคพงศ์ไปผ่าชันสูตรในรอบที่สองว่าเนื่องจากครอบครัวไม่ยอมรับผลการชันสูตรในครั้งแรก และต้องการให้เกิดความชัดเจน หากผลออกมาเป็นอย่างไรครอบครัวก็พร้อมรับฟัง โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปรับอวัยวะภายในของนายภคพงศ์คืนจาก รพ.พระมงกุฎเกล้า และนำไปตรวจพิสูจน์ต่อไป

"มันแย่มาก ที่คนคนหนึ่งเคยอยู่กับเรามาตลอด 23 ปี (ต้องมาจากไป) เรายังรับความจริงไม่ได้..."

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์
คำบรรยายภาพ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ และบิดา
Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง