ประยุทธ์ชี้ ทหารต้องไม่ "ฝึกแบบธรรมดา" ส่วนพ่อน้องเมยบอก "ตีราคาลูกผมต่ำไป"

  • 23 พฤศจิกายน 2017
พิเชษฐ ตัญกาญจน์ ตัดพ้อว่าทางทหารไม่ให้คุณค่ากับลูกชายของเขา ในขณะที่ไปรับอวัยวะภายในไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง Image copyright WASAWAT LUKHRARANG/BBCThai
คำบรรยายภาพ พิเชษฐ ตัญกาญจน์ ตัดพ้อว่าทางทหารไม่ให้คุณค่ากับลูกชายของเขา ในขณะที่ไปรับอวัยวะภายในไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง

นายกฯ ยืนยันฝึกทหารต้องไม่ใช่ "ฝึกแบบธรรมดา" เพื่อสร้าง "ความอดทน" ส่วนพ่อน้องเมยบอกประวิตรผ่านสื่อ "ตีราคาลูกผมต่ำไป" ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องกองทัพพิสูจน์การตายให้โปร่งใส รัฐบาลต้องสร้างบรรทัดฐาน "กองทัพต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย"

หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงทางโซเชียลมีเดียต่อคำพูดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในวันนี้ (23 พ.ย.) ปกป้อง พล.อ.ประวิตรว่า "สื่อก็ถามให้อารมณ์เสีย ท่านไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนั้น"

เมื่อนักข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีฝึกที่สร้างความเสียหายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า "แบบไหนเหรอ แบบไหนที่เสียหายล่ะ ทำไม่ได้ ถ้าฝึกแบบธรรมดาก็จะได้คนธรรมดาออกมา ไม่มีความอดทน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องทำให้ไม่เกิดความสูญเสีย"

ต่อคำถามที่ว่าการฝึกแบบนี้ยังจะมีต่อไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "มีต่อไปหรือไม่มีต่อไปก็เป็นเรื่องของกองทัพ"

ถ้าฝึกแบบธรรมดาก็จะได้คนธรรมดาออกมา ไม่มีความอดทนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องไม่ทำให้เกิดความสูญเสียมันคนละเรื่องกัน"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
Getty Images

"ตีราคาลูกผมต่ำไป"

ด้านครอบครัวตัญกาญจน์ ประกอบด้วย นายพิเชษฐ นางสุกัลยา พ่อและแม่ น.ส.สุพิชา พี่สาว เดินทางไปรับชิ้นส่วนอวัยวะ ได้แก่ กระเพาะอาหาร, สมอง และหัวใจของนายภคพงศ์ ที่สถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อเช้านี้ เพื่อส่งต่อให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ซึ่งคาดว่าผลการพิสูจน์โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะออกได้ภายใน 30 พ.ย. นี้

"ผมรู้สึกน้อยใจ.. ท่านรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตีราคาลูกผมต่ำไปนิดนึง มองเขาต่ำไปนิดนึง เหมือนไม่มีราคา ไม่ให้คุณค่าต่อครอบครัวผมเลย" นายพิเชษฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการรับชิ้นส่วน ถึงกรณีคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรที่บอกว่า "เด็กเสียชีวิต เนื่องจากสุขภาพของเด็กเอง ไม่มีการซ้อมอะไรทั้งสิ้น"

Image copyright WASAWAT LUKHRARANG/BBCThai
คำบรรยายภาพ "...ครอบครัวเราเคยอบอุ่นมาก" นายพิเชษฐผู้เป็นพ่อให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้

"ดูแลศพแต่ไม่ดูแลจิตใจญาติ"

พล.ต.ธารา พูนประชา ผู้อำนวยการสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า กล่าวระหว่างการส่งมอบชิ้นส่วนอวัยวะของน้องเมยว่า ในกรณีที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล การผ่าศพเพื่อตรวจพิสูจน์สาเหตุการตาย ต้องได้รับความยินยอมโดยครอบครัวผู้เสียชีวิตเสียก่อน แต่ในกรณีน้องเมย เมื่อสันนิษฐานว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ อันเกิดในกรณีถูกฆาตกรรม ถูกสั่งจับตาย การฆ่าตัวตาย และกินยาพิษ กฎหมายเปิดช่องให้ ทางนิติเวชสามารถผ่าตัดอวัยวะของผู้เสียชีวิตในการชันสูตรพลิกศพได้โดยไม่ต้องแจ้งญาติ

"แต่การตัดสินใจครั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้หน่วยงานรัฐที่ดูแลศพ แต่ไม่ได้ดูแลจิตใจของบรรดาญาติผู้ที่เสียชีวิต" พล.ต.ธารากล่าวกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่าสาเหตุเบื้องต้นของการเสียชีวิตของนายภคพงศ์เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจโต

Image copyright สุพิชา ตัญกาญจน์

"กองทัพต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย"

นายสุณัย ผาสุข จากองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กระบวนการตรวจสอบการเสียชีวิต ควรเป็นอย่างโปร่งใส ทำให้ประจักษ์สู่สังคม ถ้าพบว่าชันสูตรของนายภคพงศ์ออกมาว่าถูกกระทำให้ตาย ก็ต้องนำไปสู่กระบวนการทางอาญา ต้องมีการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

"กองทัพต้องทำให้มีการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับคำสั่งที่ห้ามลงโทษด้วยวิธีการที่เข้าข่ายทำร้ายร่างกาย เพราะกรณี แบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งทหารเกณฑ์ การฝึกหลักสูตรต่าง ๆ และสถาบันการศึกษาของกองทัพ รวมทั้งต้องสร้างบรรทัดฐานว่ากองทัพไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย ถ้าทำผิดต้องรับผิด"

นายสุณัยกล่าวอีกว่าการตายของน้องเมยไม่ใช่การเสียชีวิตครั้งแรกที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเตรียมทหาร ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2550 นายกรัณฑ์ อรชร นักเรียนเตรียมทหาร ปี 2 ถูกรุ่นพี่ลงโทษให้ดื่มน้ำ 40 ลิตรเป็นการลงโทษเพราะหลับระหว่างอยู่เวร จนทำให้เกิดภาวะน้ำเป็นพิษ ระบบร่างกายล้มเหลวจนถึงแก่ความตาย แต่ผลการลงโทษผู้เกี่ยวข้อง ยังไม่เป็นที่รับรู้ของสังคมในวงกว้าง

"จำได้ว่าพ่อเด็กที่ตายแจ้งความนักเรียนรุ่นพี่ 6 คน ส่วนทางวินัยมีการสั่งให้พ้นจากนักเรียนผู้บังคับบัญชา และสั่งพักการเรียน แต่หลังจากนั้นไม่ทราบข่าวความคืบหน้า...ควรจะมีการชี้แจงผลของการลงโทษผู้กระทำผิดทั้งในทางวินัยและอาญา"

ก่อนหน้าน้องเมย อย่างน้อย 7 ชีวิต ใน 10 ปี

ชื่อ อายุ เหตุการณ์ จังหวัด เดือนที่เกิดเหตุ
พลทหารยุทธภินันท์ บุญเนียม 22 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ผลการสืบสวนพบว่าเขาถูกซ้อมต่อเนื่องกันสองวัน สุราษฎร์ธานี เมษายน 2560
สิบโทปัญญา เงินเหรียญ 23 ปี เสียชีวิตหลังหมดสติจากการถูกทำโทษให้ออกกำลังกายหนักมากเกินไป กาญจนบุรี มิถุนายน 2559
พลทหารทรงธรรม หมุดหมัด 23 ปี เสียชีวิตจากการถูกทำโทษ ซ้อมและทรมาน ที่ค่ายพยัคฆ์ อำเภอบันนังสตา ยะลา เมษายน 2559
สิบโทกิตติกร สุธีพันธุ์ 25 ปี เสียชีวิตเพราะถูกรุมทำร้ายร่างกายในเรือนจำค่ายวีรวัฒน์โยธิน สุรินทร์ กุมภาพันธ์ 2559
ร้อยตรีสนาน ทองดีนอก 30 ปี เสียชีวิตระหว่างฝึก ถูกบังคับให้ว่ายน้ำเกินกำลังที่ร่างกายจะทนได้ ทำให้จมลงก้นสระนานถึง 10 นาที กรุงเทพฯ มิถุนายน 2559
พลทหารวิเชียร เผือกสม 25 ปี ถูกนายทหาร 10 นายร่วมกันทำร้ายร่างกาย นราธิวาส มิถุนายน 2554
นักเรียนเตรียมทหาร กรัณฑ์ อรชร 16 ปี เสียชีวิตเพราะถูกบังคับให้ดื่มน้ำ 40 ลิตรเป็นการลงโทษที่หลับระหว่างอยู่เวร นครนายก พฤษภาคม 2550

ที่มา: เวย์ แม็กกาซีน, ประชาไ, และฮิวแมนไรท์วอทช์

ความเข้าใจเรื่องกฎการลงโทษของทหาร

บีบีซีไทยพบว่าการลงโทษทางวินัยของเหล่าทัพต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้ในไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช 2476 เนื้อหาในกฎหมายกำหนดตัวอย่างการกระทำผิดวินัยทหารเอาไว้ 9 ประการ ได้แก่

  • ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน
  • ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย
  • ไม่รักษามรรยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร
  • ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร
  • เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
  • กล่าวคำเท็จ
  • ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
  • ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามโทษานุโทษ
  • เสพเครื่องดองของเมาจนถึงเสียกิริยา

และกำหนดการลงโทษไว้ 5 ระดับก็คือ ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กัก ขัง และจำขัง เท่านั้น

Image copyright Getty Images

80 ปีผ่านไป

กระทรวงกลาโหมได้ปรับปรุงระเบียบการลงโทษให้ทันสมัยขึ้น ใน พ.ศ. 2556 เมื่อมีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย คลิปครูฝึกลงโทษทหารเกณฑ์ ด้วยความรุนแรงทำให้กระทรวงฯ ออกมาสั่งให้ทุกหน่วยจัดแผนการฝึกและสถานที่ฝึกเสียใหม่ ห้ามการลงโทษด้วยการทำร้ายทางกายอย่างเด็ดขาด

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม หลังเกิดกรณีดังกล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงได้มอบนโยบายไปแล้วว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางหน่วยรับผิดชอบจะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด

"ทุกคนต้องทำตามบทลงโทษที่มีอยู่ เราจะไม่ใช้กำลังอย่างเด็ดขาด เรื่องนี้รู้กันอยู่แล้ว ว่าการลงโทษทหารใหม่ไม่ให้ใช้การลงมือลงไม้ หากใครฝ่าฝืนลงไม้ลงมือกับทหารใหม่ถือว่า มีความผิด และเป็นการขัดคำสั่ง บทลงโทษของทหารใหม่มีกำหนดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสั่งวิดพื้น ซึ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกาย ห้ามใช้วิธีรุนแรงเด็ดขาด" พ.อ.ธนาธิปกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม