7 วันหลังยกสิทธิมนุษยชนเป็น "วาระแห่งชาติ" รัฐสลายชุมนุม จับคนค้านโรงไฟฟ้าโยงกุญแจมือ

  • 28 พฤศจิกายน 2017
กลุ่มผู้ชุมนุม Image copyright Wanchai Phutthong

กลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำกิจกรรมเดินเท้า 75 กิโลเมตร ขอยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถูกดำเนินคดี 16 คน หลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมวานนี้ ด้านนายกฯ ระบุผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ เป็นความผิดซึ่งหน้าต้องดำเนินคดี จะว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ และล่าสุดได้ประกาศให้ 5 อำเภอ ในสงขลาและปัตตานี "เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร"

ภายหลังการจับกุมผู้ชุมนุม ภาคประชาสังคมได้ประณามการใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตำรวจทบทวนการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ชุมนุม พร้อมยืนยันว่า กิจกรรมของกลุ่มประชาชน คัดค้านโรงไฟฟ้า ถ่านหิน เทพา อยู่ในขอบเขตการใช้สิทธิแสดงความเห็น และเสรีภาพการชุมนุมอย่างสงบตามรัฐธรรมนูญ

กสม. ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ายื่นข้อเสนอของโครงการต่อรัฐบาลโดยสงบและปราศจากการขัดขวาง และดำเนินโครงการนี้ต้องยึดแนวทางที่ประกาศให้สิทธิมนุษยชน เป็นวาระแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ตำรวจใช้กำลัง 1 กองร้อย เข้าสกัดกั้นการชุมนุมกลุ่มประชาชนคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ทำกิจกรรมเดินเท้ามาจาก อ.เทพา มายัง อ.เมือง จ.สงขลา ที่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา หลังจากได้เริ่มทำกิจกรรมเดินเท้าเป็นระยะทาง 75 กิโลเมตร เพื่อเตรียมยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมือง จ.สงขลา ในวันนี้

ศ.ดร.สมภาร พรมทา ประท้วง ลาออก 2 ตำแหน่ง

นอกจากการประท้วงและประณามของภาคประชาสังคมแล้ว ศ.ดร.สมภาร พรมทา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 6 ได้ โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวแถลงลาออกจากตำแหน่ง 2 ตำแหน่งนี้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นคำสั่งแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี

"ผมมาช่วยงานทางวัฒนธรรม สิ่งที่ทำให้ผมยังทำงานอยู่ได้ก่อนหน้านี้คือผมเชื่อว่านายทหารบางคนมีวัฒนธรรมฉันปัญญาชน เหตุการณ์ที่รัฐกระทำต่อชาวบ้านวันนี้ทำให้ผมคิด (ซึ่งอาจผิดก็ได้) ว่า ไม่มีประโยชน์ที่ผมจะทำงานจะอยู่ทำงานทางวัฒนธรรมในสภาพที่เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ ผู้นำรัฐไม่สามารถจัดการได้ การพูดกันเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของมนุษย์ แต่เราก็ไม่พูดกัน ผมช่วยเรื่องง่ายๆ ขนาดนี้ให้เกิดไม่ได้ แล้วผมจะมีหน้าที่อยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้อย่างไร" ศ.ดร.สมภาร กล่าวถึงเหตุผลของการลาออก

Image copyright Wanchai Phutthong

เหตุปะทะจากการสลายการชุมนุม ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านและแกนนำถูกจับกุม 16 คน ซึ่งเช้านี้ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดสงขลา ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาความผิด 3 ข้อหา ได้แก่ กีดขวางการจราจร ร่วมกันขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธ และพกพาอาวุธในพื้นที่สาธารณะ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี 15 คน ภายหลังทนายยื่นขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ส่งตัวเข้าเรือนจำ โดยพรุ่งนี้ ทนายจะยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง ส่วนเยาวชนอายุ 16 ปี ที่ถูกจับกุมด้วย ศาลเยาวชนให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 5,000 บาท

ครม.เห็นชอบประกาศใช้วาระแห่งชาติเรื่องสิทธิมนุษยชน ทีผ่านมาหลายคนเข้าใจว่า รบ.ที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง มักมีแนวทางดำเนินงานไม่ลงรอยกับผู้ทำงานสิทธิฯ ก.ยุติธรรมจึงเสนอเรื่องดังกล่าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ 21 พ.ย.60
หยุดถ่านหินสงขลา

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพาภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมือง จ.สงขลา ในวันนี้ ว่ารัฐบาลทราบอยู่แล้วว่ามีการชุมนุมมาหลายวัน จะว่าว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ เพราะมีกฎหมายการชุมนุม ไม่ใช่เฉพาะคำสั่ง คสช. พร้อมระบุว่าได้ให้คนไปพบและจัดสถานที่ให้พูดคุยแล้ว แต่ทางเครือข่ายประชาชนดึงดันมาตลอดทาง ขณะเดียวกันมีการใช้กำลังต่อต้านเจ้าหน้าที่

"แต่การยื่นข้อเสนอว่าขอพบนายกฯ เพื่อส่งเอกสาร ตนถามว่าเจตนาคืออะไร ถ้าเขามาก็เจอตนต่อหน้าสื่อก็จะทำให้เกิดปัญหาบานปลายไปเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญรัฐบาลพยามยามผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายมาตลอด เพราะเห็นว่าเป็นประชาชน อย่างที่กล่าวอ้างกันมา แต่ท้ายที่สุดแล้ว มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ อันนี้ทุกคนรวมถึงสื่อต้องเข้าใจ ถ้าปล่อยไปอย่างนี้อีกหน่อยก็มีปัญหาหมดทุกที่ เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะต่อต้าน ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า นี่ผมยังไม่ได้เอาความผิดเรื่องการชุมนุมเลย ขณะที่ถูกดำเนินคดีอยู่คือความผิดซึ่งหน้า เป็นการทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นตัวอย่างว่าจะไปทำกับคนอื่นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะช่องทางในการรับฟัง รัฐบาลนี้และผมรับฟังมากกว่าทุกรัฐบาลอยู่แล้ว ก็ขอให้ลดความขัดแย้งนี้ลงไป" นายกฯ กล่าว

Image copyright หยุดถ่านหินสงขลา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องที่ให้ทบทวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการผ่านการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) 3-4 ครั้งแล้ว และยังไม่เข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (กก.วล.) หากอีไอเอยังไม่ไม่สมบูรณ์ และมีปัญหาข้อเรียกร้องอยู่ก็ต้องไปทำกันใหม่ ถึงเข้าไปสู่การตัดสินใจ ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง

"หลายคนบอกผมว่าผมละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมบอกแล้วเส้นแบ่งระหว่างสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมายมันเส้นเดียวกัน การละเมิดสิทธิมนุษยชนคือเจ้าหน้าที่มีความผิด เจ้าหน้าที่ทำ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายแล้วมาบอกเจ้าหน้าที่ทำผิด มันก็คงไม่ใช่ สื่อกรุณาทำให้เข้าใจ ทำให้ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้วาระแห่งชาติเรื่อง "สิทธิมนุษยชน ร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ซึ่งเสนอจากกระทรวงยุติธรรม โดยมีหลักการให้ส่วนราชการต่าง ๆ ปรับปรุงทัศนคติเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน และมุ่งลดสถิติการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในวันนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศลงนามโดย นายกฯ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประกาศให้ มีเนื้อหาดังนี้ อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็น "พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร" โดยมอบให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการ "ป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงาน ของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม