นานาชาติร่วมอาลัย ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน

  • 30 พฤศจิกายน 2017
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ย้อนรำลึก ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ

นักการเมืองไทยและเทศ ครอบครัว รวมทั้งนักการทูตนานาชาติร่วมอาลัยต่อการจากไปของดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 68 ปี เนื่องจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในช่วงบ่ายวันที่ 30 พ.ย.

นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ บุตรชายของนายสุรินทร์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า "He is a true believer in democracy. Don't let anyone take it away." ซึ่งถอดความเป็นไทยได้ว่า "เขา(ดร.สุรินทร์) เป็นผู้ที่ศรัทธาในประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และอย่าให้ใครมาพรากสิ่งนั้นไป"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า "ขอแสดงความเสียใจด้วยกับการสูญเสียบุคลากรสำคัญ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 68 ปี

กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของ ดร.สุรินทร์ ชี้เป็นผู้มีคุณูปการต่อการดำเนินนโยบายการต่างประเทศของไทย และเป็นผู้นำอาเซียนไปสู่ความก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของบรรดาผู้นำโลก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ในบัญชีส่วนตัวว่า "ผมได้รับทราบข่าวการจากไปของดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณด้วยความตกใจและเสียใจอย่างยิ่ง นับเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าไม่ใช่เฉพาะสำหรับพรรคประชาธิปัตย์แต่เป็นความสูญเสียของประเทศและสังคมโลก ท่านเป็นบุคคลที่พร้อมด้วยความรู้ความสามารถและมีความมั่นคงในอุดมการณ์ที่นับวันหาได้ยากในแวดวงการเมือง"

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีศพของ ดร.สุรินทร์บนเฟซบุ๊กว่า เบื้องต้นจะทำพิธีที่บ้านท่าอิฐ จ.นนทบุรี ในวันศุกร์ที่ 1 ธ.ค. นี้

"ชวน หลีกภัย" อาลัย "สุรินทร์"

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า "เป็นที่น่าเสียดายที่นึกไม่ถึงไม่ระแคระคายเรื่องการเจ็บป่วยเลย เป็นเรื่องกระทันหันที่น่าเสียดาย ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีความสามารถอย่างยิ่ง และ มีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน"

นายชวนเล่าว่า ดร.สุรินทร์อาสาเข้ามาสมัครมาทำงานการเมือง โดยลาออกจากการเป็นอาจารย์เมื่อปีพ.ศ. 2529 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ของนครศรีธรรมราชมาเป็นอันดับหนึ่งมาทุกสมัย "ในระหว่างที่ผมเป็นประธานสภา ท่านก็เป็นเลขานุการ ซึ่งมีส่วนร่วมคิดร่วมทำงานทางการเมืองมากมาย และเมื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้ทำงานด้านการต่างประเทศ โดยในครั้งแรกเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการประเทศ และเมื่อเป็นผมเป็นนายกฯ สมัยที่สอง ท่านก็ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ มีบทบาทสำคัญด้านการต่างประเทศ อาทิ กรณีการส่งกองกำลังสันติภาพในติมอร์-เลสเต เป็นผู้รณรงค์หาเสียงหนุนนายศุภชัย พาณิชภักดิ์ เป็นผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก และการผลักดันประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศเพื่อให้สัตยาบันต่อกฎบัตรอาเซียนจนแล้วเสร็จในวันที่ 14 พ.ย.2551 (ที่มา : ฐานข้อมูลการเมืองสถาบันพระปกเกล้า)

นอกจากนี้นายชวนก็เล่าอีกว่า "ท่านมีความรอบรู้เรื่องบ้านเมืองเป็นอย่างดี และมีความสันทัดในด้านต่างประเทศอย่างมาก ท่านเป็นคนสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง เป็นมุสลิมที่มีความคิดก้าวหน้า มีความใฝ่ฝันทางด้านทำงานเพื่อสังคม รวมทั้งความก้าวหน้าในชีวิต จึงเข้าเรียนที่ธรรมศาสตร์และเมื่อจบปริญญาตรี ก็ได้ทุนไปเรียนที่ต่างประเทศจนจบปริญญาโทและเอกที่สหรัฐฯ ตอนนั้นท่านก็ทำงานเป็นนักเขียนหนังสือพิมพ์เขียน คอลัมน์ และเป็นผู้ช่วยของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐ ฯ เพื่อไปเรียนรู้เรื่องงานต่าง ๆ และท่านได้นำเอาความรู้เหล่านี้มาใช้จนทำให้ไทยกลายเป็นที่ยกย่องในอาเซียน"

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในขณะเป็นเลขาธิการอาเซียน ร่วมเป่าเค้กในโอกาสที่อาเซียนมีอายุครบรอบปีที่ 43 ร่วมกับนายมาร์ตี นาตาเลเกวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย (กลาง) และนายหวู ดัง หยุง ผู้แทนถาวรเวียดนามประจำอาเซียน

"ท่านทำงานสำคัญหลายเรื่อง ได้มีความร่วมมือแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ทำให้ไทยได้รับความไว้วางใจ อย่างเช่น เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์กับสิงคโปร์กันขึ้นจากเรื่องแม่บ้านคนหนึ่ง ทั้งสองประเทศไว้ใจไทยให้เป็นตัวประสาน ซึ่งดร.สุรินทร์ได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างดีจนเกิดความเข้าใจกันได้"

"งานสำคัญมากอันหนึ่ง ก็คือการส่งทหารไทยเข้าไปรักษาความสงบที่ติมอร์ ซึ่งไทยรับข้อเสนอของสหประชาชาติมา โดยที่ท่านเลขาธิการสหประชาชาติติดต่อผมมาเอง ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมในขณะนั้นผมก็เห็นว่าเราควรมีบทบาทด้านการทหารในภูมิภาคด้วย และผมก็เห็นว่าเราควรที่จะให้อินโดนีเซียยอมรับเสียก่อน ผมจึงส่งท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณไปเจรจากับผู้นำด้านการทหารของอินโดนีเซีย ซึ่งจากการเจรจาของท่านสุรินทร์ทำให้อินโดนีเซียเห็นด้วย และในที่สุดเราก็ได้กลายเป็นตัวแทนของประชาคมอาเซียนส่งทหารเข้าไปดูแลสันติภาพในติมอร์ ซึ่งเป็นผลงานที่เราได้รับความยกย่องอย่างสูงในภูมิภาคนี้"

"ตัวอย่างที่ดีของมุสลิม"

ผศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ดร.สุรินทร์ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของชาวมุสลิมในประเทศไทย ที่เติบโตจากเด็กต่างจังหวัด ผลักดันตัวเอง จนประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ

"การจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วนครั้งนี้ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวมุสลิม และประเทศไทย"

"อ.สุรินทร์นับว่าเป็นมุสลิมสายกลาง ไม่สุดโต่ง ตีความอิสลามที่สามารถไปกันได้กับสังคมสมัยใหม่ สำหรับสังคมไทยที่มีปัญหาการกระทบ กระทั่งกันระหว่างมุสลิมกับชาวพุทธในขณะนี้ มุสลิมอย่างอ.สุรินทร์สามารถที่จะช่วยประสาน สร้างความเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้"

"เป็นการสูญเสียอย่างแท้จริงของไทยและภูมิภาค"

นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์บนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ ดร. สุรินทร์ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งรัฐบุรุษผู้ที่ยังสามารถทำคุณประโยชน์ได้อีกมากมาย นี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่ของไทยและภูมิภาค

ส่วนนายกลิน ที. เดวีส์เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ยกย่อง ดร. สุรินทร์ ว่า เป็นปูชนียบุคคล รัฐบุรุษ นักการศึกษา ผู้นำและผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ท่านได้ทำงานหลากหลายเพื่อความมั่นคงและเฟื่องฟูของประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากหน้าที่และการทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจนถึงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน และว่า ดร. สุรินทร์ยังเป็นมิตรสนิทของสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งเราจะรำลึกถึงตลอดไปจากงานของท่านที่ร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้ความสัมพันธ์ของเราสองประเทศ

ขณะที่สำนักงานเลขาธิการธิการอาเซียนได้ทวีตข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซื้งเช่นกันพร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ ดร.สุรินทร์

นายชาทิบ บาศรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนนีเซีย กล่าวบนทวิตเตอร์ว่า "ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้ยินถึงการเสียชีวิตของเพื่อนของเรา ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการของอาเซียนและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เขาเป็นชายที่ยอดเยี่ยม เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราทุกคน"

นายสเตฟฟาน เฮอร์สเตริม เอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย กล่าวบนทวิตเตอร์ว่า "ช็อคและเสียใจอย่างจริงใจที่สุดจากข่าวเกี่ยวกับการจากไปของอดีตเลขาธิการอาเซียน ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ขอแสดงความเสียใจอย่างจริงถึงครอบครัวของเขา เราทุกคนต่างไว้ทุกข์แก่รัฐบุรุษ"

นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย ของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่าการจากไปของ ดร.สุรินทร์ เป็น "การสูญเสียอย่างแท้จริงของประเทศไทยและภูมิภาค และยังคงเป็นเลขาธิการอาเซียนเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าใจและสนับสนุนอาเซียนของภาคประชาชนอย่างแท้จริง"

คนนครฯ

ดร. สุรินทร์ เข้าสู่แวดวงการเมือง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2529 และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรติดต่อกันถึง 7 สมัย เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนในปี 2551 และครบวาระเมื่อปี 2555

ทั้งนี้ ดร. สุรินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2492 ที่ จ.นครศรีธรรมราช จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์และตะวันออกกลางศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2525 เคยเป็นอาจารย์ประจำที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ช่วงระหว่างปี 2518-2529 ก่อนจะเข้าสู่แวดวงการเมืองในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

เส้นทางชีวิตสุรินทร์ พิศสุวรรณ

2529

ส.ส.นครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

  • 2535-2538 รมช.กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลนายชวน หลีกภัย สมัยแรก

  • 2540-2544 รมว.กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลนายชวน หลีกภัย

  • 2551-2555 เลขาธิการอาเซียน

AFP/Getty Images

เมื่อเดือน ม.ค.2559 มีกระแสข่าวว่า ดร.สุรินทร์ ได้เปิดตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่เขาจะออกมาปฏิเสธข่าวนี้ภายหลังว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขณะที่ทางพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ระบุว่าในขณะนั้นพรรคไม่มีวาระที่จะปรับเปลี่ยน

ร่วมกับ กปปส.

ดร.สุรินทร์ ร่วมเคลื่อนไหวกับ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อขับไล่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556 จนถูกวิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามกับ กปปส. ว่าไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย สร้างความวุ่นวายทางการเมืองจนนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. 2557

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม