85 ปี รัฐธรรมนูญไทย: ระบบ "ดี" แต่คน "เลว"?

  • 9 ธันวาคม 2017
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
85 ปี รัฐธรรมนูญไทย : ระบบ "ดี" แต่คน "เลว" ?

85 ปี หลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ฉบับแรก การเมืองไทยผ่านวงจร "ยึดอำนาจ-ฉีกทิ้ง-เขียนใหม่" จนถึงรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด ฉบับที่ 20 ความเปลี่ยนแปลงผันผวนนี้เกิดจากระบบที่ "ดี" แต่นักการเมือง "เลว" หรือเพียงเพราะความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการของระบอบประชาธิปไตย?

ศาสตราจารย์ ทอม กินสเบิร์ก จากวิทยาลัยกฎหมาย แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คือ ความสำคัญของจริยธรรมของนักการเมือง พูดถึงความจำเป็นที่จะต้องให้ "คนดี" บริหารประเทศ และกำจัด "คนไม่ดี" ที่อยู่ในอำนาจก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาเห็นว่า เป็นความพยายามที่จะกำจัด "ระบบ" ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดที่ 16 ที่พูดถึงการปฏิรูปประเทศ ...เป็นความพยายามที่จะปฏิรูปสังคมภายใต้วิสัยทัศน์ที่เน้นด้านจริยธรรม ผมคิดว่ามันค่อนข้างทะเยอะทะยาน และผลที่ตามมาคือ การเมืองจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติก็ต่อเมื่อกระบวนการปฏิรูปนี้เสร็จสิ้น"

Image copyright Getty Images

เมื่อต้นสัปดาห์ ศ. กินสเบิร์ก ผู้ศึกษาเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญในนานาประเทศ ได้เข้าร่วมเสวนาที่ SOAS หรือ วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน ในหัวข้อ "Thailand's Crisis: Finding a Path to Constitutionalism" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสวนา "Rule of Law in Thailand" ร่วมด้วยนายสุมิท บิซาร์ยา จากสถาบันนานาชาติเพื่อประชาธิปไตยและการช่วยเหลือด้านการเลือกตั้ง (International Institute for Democracy and Electorial Assistance) ที่อภิปรายถึงลักษณะและองค์ประกอบที่คล้ายคลึงในการเขียนรัฐธรรมนูญในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

"ผมคิดว่าเป้าหมายของรัฐบาลทหารดูเหมือนจะเป็นการทำให้แน่ใจว่า อำนาจค่อยๆ กลับคืนสู่ประชาชน แต่เป็นประชาชนที่อยู่ในภาวะถูกจำกัด และปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขต" ศ. กินสเบิร์ก กล่าว

สิ่งที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และฝ่ายสนับสนุนพยายามชี้ว่าเป็น "จุดแข็ง" ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 คือ การเน้นจริยธรรม กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำการทุจริตเข้มข้นขึ้น ไม่ให้ผู้ทุจริตต่อหน้าที่และในการเลือกตั้งเข้าสู่การเมืองได้ตลอดไป ทั้งยังกำหนดให้มี "มาตรฐานจริยธรรม" ใครทำผิดต้องพ้นจากตำแหน่ง พร้อมเพิ่มอำนาจของศาลและองค์กรอิสระในการเข้ามากำกับดูแลรัฐบาล

แต่ฝ่ายที่คัดค้านก็มองว่า "จุดอ่อน" ของรัฐธรรมนูญฯฉบับนี้ คือระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมที่จะทำให้ได้รัฐบาลผสมที่ไร้เสถียรภาพ แถมยังมีการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เข้ามาเป็น "นายกฯ คนนอก" ได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ถูกยกเลิกตอนคสช.ประกาศยึดอำนาจ ปี 2557

ศ.กินสเบิร์กระบุว่า ตามที่เขาตีความ ระบบการเลือกตั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกีดกันฝ่ายเสื้อแดงออก เพราะเป็นระบบที่ยึดตามเขตเลือกตั้งเป็นหลัก

"สิ่งที่สำคัญคือ ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ จะมีการแข่งขันที่แท้จริง โดยนโยบาย[ของแต่ละพรรค]จะถูกอภิปราย และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะด้วยนโยบายนั้นๆ และนั่นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ประชาธิปไตยทำงานไปได้ …ต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า เนื่องจากช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ที่ใช้เวลานาน"

ศ.กินสเบิร์กกล่าวว่า บางครั้ง เราเห็นประชาธิปไตยกลับมาปรากฏอีกครั้งหลังจากผลพวงของระบอบเผด็จการ

ด้าน ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดี คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี บอกกับบีบีซีไทยว่า สิ่งที่เขาไม่เห็นด้วยมากกับ รธน. 2560 คือการที่ คสช. สามารถแต่งตั้งวุฒิสมาชิกได้ และนี่ก็สะท้อนให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คนที่ถูกแต่งตั้งเหล่านี้จะ "คอยเป็นปากเป็นเสียงให้ทหารหลังการเลือกตั้ง"

ประวัติศาสตร์ช่วงที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของเส้นทางรัฐธรรมนูญไทยคือ ช่วงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่มีอายุถึง 9 ปี โดย ศ.กินสเบิร์กมองว่า เป็นฉบับที่สำคัญที่สุดของไทย แต่ปัญหาก็คือ คนที่ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบนั้น คือ นายทักษิณ ที่ "ไม่ใช่บุคคลที่มีความเป็นประชาธิปไตยสักเท่าไหร่"

ศ.กินสเบิร์กเห็นว่า ปัญหาใหญ่คือระบบถูกยึดโดยขุมกำลังของนายทักษิณ ซึ่งในแง่มุมหนึ่ง ทำเกินเลยขอบเขตที่องค์กรอิสระต่าง ๆ กำหนดขึ้น และนั่นนำไปสู่การปะทะ และกระตุ้นให้เกิดรัฐประหาร และความแตกแยกในสังคมในที่สุด และเขาไม่แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะรักษามันได้

"[รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540] พยายามจะตรวจสอบอำนาจทางการเมือง แต่ก็อนุญาตให้เกิดกระบวนการประชาธิปไตยด้วย นี่เป็นเรื่องที่ต้องโทษหลายฝ่าย แต่คุณสามารถจินตนาการได้ว่า หากพรรคการเมืองที่กุมอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นพรรคที่มีธรรมาภิบาล ไม่ใช่เพียงแค่พรรคประชานิยมที่มุ่งแค่กุมอำนาจไว้กับคนไม่กี่คน มันก็จะออกมาดีกว่านี้"

ศ.กินสเบิร์กบอกว่าปัญหาอยู่ที่ "คน" ที่ใช้ระบบ มากกว่าตัว "ระบบ" เอง

อย่างไรก็ตาม ดร.ฐิติพล มองว่า สาเหตุที่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่สามารถคงมาได้ตลอดไม่ใช่เพราะนักการเมือง แต่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย

"คุณทักษิณเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่จะบอกว่านักการเมืองเป็นกลไกทำลายรัฐธรรมนูญ ผมว่าไม่ใช่ ...ต่อให้ไม่ใช่คุณทักษิณเป็นนายก ผมว่าจริงๆ ยังมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของภาคส่วนต่างๆ แม้กระทั่งปัจจุบันเองเราก็จะเห็น อย่างเช่นเรื่องการปราบปรามทุจริต กรณีล่าสุด คุณประวิตร (วงษ์สุวรรณ) เนี่ย เราก็ยังเห็นอยู่ว่า การบังคับใช้กฎหมายของ ป.ป.ช. มีแนวโน้มว่า คงจะไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง" ดร.ฐิติพล กล่าว

ดร.ฐิติพล บอกต่อว่า ปัญหาไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญไม่มีประสิทธิภาพ แต่มาจากที่คนไทย "ส่วนใหญ่พอสมควร ไม่ยอมรับประชาธิปไตย"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รัฐประหารปี 2557

"สมมติว่ามีปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ กลไกของการแก้ปัญหาก็คือการกลับไปสู่การเลือกตั้ง แต่การที่รัฐธรรมนูญของเราต้องแก้ [โดยการ] ต้องมีรัฐประหารมาเรื่อยๆ เนี่ย ผมมองว่าคนไทยส่วนใหญ่พอสมควรยังมองเห็นว่าทหารเนี่ยเป็นกลไกที่จะแก้ปัญหาการทุจริตหรือปัญหาการเมืองต่างๆ ได้ ซึ่งมันไม่ใช่ มันเปนความเชื่อที่ผิด

ศ.กินสเบิร์ก เสริมว่า แม้ประเทศไทยจะมีการฉีกรัฐธรรมนูญและเขียนขึ้นใหม่หลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไม่เกิด "หายนะ" คือสิ่งที่เขาเรียกว่า "รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร" นั่นคือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เขากล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนแนวทางให้ที่ทำให้ประเทศไทยยังมีความมั่นคง

"เราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ องค์ประกอบหลายๆ อย่างใน "รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร" นั้นดูจะกำลังเปลี่ยนแปลง และยังไม่แน่ชัดว่าอะไรจะทำให้ระบบกลับมามั่นคงอีกครั้ง และด้วยบริบทนี้ เราอาจจะเข้าใจภาษาที่เน้นเรื่องจริยาธรรมและการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้ดีที่สุด"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง