จับตา ทูตสหรัฐฯด้านเกาหลีเหนือ เยือนไทย จะขออะไรมากกว่ามติยูเอ็น?

  • 13 ธันวาคม 2017
ทรัมป์ Image copyright Pool

ทูตสหรัฐฯ ด้านนโยบายเกาหลีเหนือ เยือนไทย 14-15 ธ.ค. นี้ หารือทางการไทย ร่วมมือบีบเกาหลีเหนือต่อเนื่อง แม้นายกฯบอกยุติการค้ากับเปียงยางหมดแล้วตามมติยูเอ็น

นายโจเซฟ ยุน ผู้แทนพิเศษด้านนโยบายเกาหลีเหนือ ของรัฐบาลสหรัฐฯ มีกำหนดการเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ของทางการไทยในการเพิ่มความกดดันต่อเกาหลีเหนือหลังจากการทดลองยิงขีปนาวุธล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งไทยเป็น 1 ใน 2 ประเทศในเอชีย ที่นายยุนมาเยือนในภารกิจนี้

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย กล่าวว่า การเยือนของนายยุนเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับทราบความคืบหน้า ว่าไทยได้ทำอะไรไปบ้างเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมามีผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเดินทางมาหารือกับไทยหลายครั้ง เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ในการกำหนดแนวนโยบายของเขา

"อะไรที่เราเคยทำในอดีตแล้วประสบผลสำเร็จ และถือว่าจะอยู่ในฐานะที่ทำได้ในอนาคต ตอนนี้ได้อยู่ในการรับรู้ของใครต่อใครแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการมาล็อบบี้ เพราะไทยทำตามมติของยูเอ็น"

นายดอนกล่าวด้วยว่า นายยุนได้ขอเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วย แต่วาระงานของนายกรัฐมนตรีของวันที่ 14 ธ.ค. ที่แจ้งต่อสื่อมวลชน ไม่มีระบุการเข้าพบนี้ไว้

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไทยได้ยุติการค้ากับเกาหลีเหนือแล้ว และห้ามเรือจากเกาหลีเหนือเข้ามาในไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมติของสหประชาชาติ

"ประเทศไทยปฏิบัติตามมติของสหประชาชาติ ไม่ใช่เราประเทศเดียวที่ทำ แต่สมาชิกอาเซียนอื่นๆก็ปฎิบัติตาม เราไม่ใช่ผู้นำในเรื่องนี้ แต่เป็นมติอาเซียน" บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 13 ธ.ค. อ้างคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์

Image copyright Getty Images

อาจขอมากกว่ามติยูเอ็น?

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญเรื่องคาบสมุทรเกาหลี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การเดินทางมาเยือนไทยครั้งนี้ของนายยุน เป็นการย้ำให้ไทยปฏิบัติตามมติสหประชาชาติ และ "บวกเพิ่มสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการเข้าไปอีก"

"ที่ผ่านมาไทยได้ระบุชัดเจนว่าดำเนินการตามมติของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด เพราะมีผลผูกพันทางกฎหมาย" ดร. กันตธีร์ กล่าว

"แต่การจะดำเนินการเพิ่มเติมตามความต้องการสหรัฐฯ ไทยก็ควรจะต้องระมัดระวังให้มาก ...ในใจของสหรัฐฯ น่าจะอยากให้ทุกประเทศคว่ำบาตร เกาหลีเหนือให้มากกว่ามติของยูเอ็น"

ดร.กันตธีร์ กล่าวอีกว่า เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ที่ปิดประตูทางการทูตกับเกาหลีเหนือไปแล้วเพราะเหตุลอบสังหารนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นที่สนามบินในมาเลเซีย ไทยยังคงสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือไว้อยู่ และยังมีสถานทูตเกาหลีเหนือในไทย

"แต่เท่าที่ผ่านมา ไทยได้ลดระดับการค้ากับเกาหลีเหนือลงมาตลอด ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีคณะข้าราชการพลเรือนจากเกาหลีเหนือมาเยี่ยมเยือนอยู่ไม่ขาด แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ไม่มีการเยี่ยมเยือนเช่นนี้แล้ว" ดร.กันตธีร์ กล่าว

ยอดการค้าลด

ภาพรวมการส่งออกและนำเข้าระหว่างไทย-เกาหลีเหนือลดลงเหลือเพียง 55.35 ล้านบาท ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ หรือลดลง 94.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปี ไทยส่งออก (ล้านบาท) ไทยนำเข้า (ล้านบาท) ดุลการค้า (ล้านบาท)
2551 1,524.08 948.04 576.03
2552 1,046.57 481.91 564.66
2553 942.39 688.95 253.45
2554 727.89 382.04 345.86
2555 1,234.48 684.56 549.93
2556 3,013.78 425.39 2,588.38
2557 3,450.55 621.48 2,829.07
2558 2,523.86 238.74 2,285.12
2559 925.09 80.83 844.26
2560 (ม.ค.-ก.ย.) 40.33 15.02 25.30

สินค้า 5 อันดับแรก ที่ไทยส่งออกไปเกาหลีเหนือ

ม.ค. - มิ.ย. 2560

  • 5.5 ล้านบาท เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน

  • 5 ล้านบาท รองเท้าและชิ้นส่วน

  • 2.4 ล้านบาท เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน

  • 2.3 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ยาง

  • 1.8 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ

Getty Images

สินค้า 5 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากเกาหลีเหนือ

ม.ค. - มิ.ย. 2560

  • 3.9 ล้านบาท ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

  • 1.5 ล้านบาท เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน

  • 9 แสนบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

  • 8 แสนบาท เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

  • 7 แสนบาท เคมีภัณฑ์

Getty Images

4 ผู้แทนเกาหลีเหนือร่วมประชุม จ.เชียงใหม่

การเดินทางมาเยือนไทยของทูตพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่สมาคมการศึกษาเพื่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Council for Security Cooperation in the Asia Pacific : CSCAP) จัดการประชุม CSCAP Steering Committee ครั้งที่ 48 ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. โดยมีนายดอน เปิดการประชุมและเป็นองค์ปาฐก นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากเกาหลีเหนือ 4 คนเข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย แต่ไม่มีกำหนดขึ้นกล่าวในเวที ส่วน นายยุน ไม่ได้เข้าร่วมเวทีนี้ตามที่สื่อบางสำนักรายงานแต่อย่างใด

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุจิต บุญบงการ นายกสมาคม CSCAP กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การประชุมนี้ เป็นเรื่องการบริหารกิจการภายในของสมาคม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิชาการจากกลุ่มศึกษาวิจัย (Study Groups) ในหัวข้อต่างๆ เช่น ความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก บทบาทมหาอำนาจ ยืนยันไม่ได้เป็นเวทีที่เจาะจงพูดถึงประเด็นเกาหลีเหนือแต่อย่างใด และไม่เกี่ยวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศไม่ค้าขายกับเกาหลีเหนือตามมติยูเอ็น เพราะเวทีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านวิชาการของการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือและด้านการเมืองความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลชาติใดชาติหนึ่ง

ส่วนที่มีตัวแทนจากเกาหลีเหนือเข้าร่วมประชุม ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุจิตกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นสมาชิกมาตั้งแต่ต้น

สำหรับ CSCAP ก่อตั้งเมื่อปี 2536 มีสมาชิกประกอบด้วยกลุ่มคนที่เกี่ยวกับการวิจัย (Think Tanks) จากประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจำนวน 21 ประเทศ รวมทั้งไทย