ไทยผ่านมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่ม ห้ามสินค้าฟุ่มเฟือย แร่ เชื้อเพลิง

  • 14 ธันวาคม 2017
เกาหลีเหนือ Image copyright RODONG SIN MUN

ไม่ถึงสัปดาห์หลังการเยือนไทยของผู้แทนพิเศษด้านนโยบายเกาหลีเหนือ ของรัฐบาลสหรัฐฯ คณะรัฐมนตรีของไทยผ่านมติเมื่อ 19 ธ.ค. กำหนดรายการสินค้าต้องห้ามส่งออกไปยังเกาหลีเหนือ และรายการสินค้าต้องห้ามนำเข้าจากเกาหลีเหนือ รวมถึงรายการสินค้าที่ห้ามนำผ่านราชอาณาจักรไปยังกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในประเทศไหนก็ตาม เพื่อสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธเกาหลีเหนือ

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีครม. ว่า มติ ครม. ดังกล่าวออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติที่ 2270 (2016) โดยมีเนื้อหา คือ

1.ห้ามส่งออกไปเกาหลีเหนือ ได้แก่ สินค้าฟุ่มเฟือย น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ และเรือ

2. ห้ามนำเข้าจากเกาหลีเหนือ ได้แก่ สินค้าแร่ และรูปปั้นที่มีแหล่งกำเนิดจากเกาหลีเหนือ

3. สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าห้าม ส่งออก นำเข้า หรือผ่านราชอาณาจักร ไปยังกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในประเทศไหนก็ตาม ที่สนับสนุนกองทัพติดดอาวุธเกาหลีเหนือ

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศ และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีข้อสังเกตถึงมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือนี้ ขอให้เพิ่มเติมจากนี้ เช่นเพิ่มรายชื่อบุคคล หรือองค์กรที่เป็นเครือข่ายกับเกาหลีเหนือ เพิ่มเรื่องการจัดซื้อถ่านหิน แร่เหล็ก ตะกั่ว แร่ตะกั่วจากเกาหลีเหนือ รวมถึงห้ามจัดหา จำหน่าย หรือถ่ายโอนก๊าซธรรมชาติ หรือปิโตรเลียมให้กับเกาหลีเหนือ โดย ครม. ให้กระทรวงพาณิชย์ ทำร่างฉบับใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมทุกเรื่องต่อไป

Image copyright Getty Images

ก่อนหน้านี้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. กล่าวกับ สำนักข่าวเอเอฟพี วันที่ 14 ธ.ค. ว่า นายโจเซฟ ยุน ผู้แทนพิเศษด้านนโยบายเกาหลีเหนือ ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าพบและขอให้ไทยกดดันเกาหลีเหนือทางการค้า และการทูตอย่างต่อเนื่อง

"สหรัฐฯ ขอให้ไทยกดดันเกาหลีเหนือทั้งด้านการค้าและการทูตให้มากกว่าเดิม" พล.อ.วัลลภกล่าวหลังการหารือ และเสริมว่า ไทยได้ลดระดับการค้าขายกับเกาหลีเหนือไปมากแล้ว โดยตอนนี้เหลือแค่เพียง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 48 ล้านบาท ต่อปี และจะลดจำนวนวีซ่าที่ให้ต่อชาวเกาหลีเหนือ

"เราก็ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามมติยูเอ็น ทางสหรัฐฯ ก็พอใจในท่าทีของไทย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้แสดงจุดยืนว่า เราอยากให้คงช่องทางการเจรจาเอาไว้ เพราะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และถ้ามีโอกาสก็พร้อมเป็นตัวประสานดึงเกาหลีเหนือเข้าสู่โต๊ะเจรจาต่อไป"

พล.อ.วัลลภ ระบุว่าจะนำผลการประชุมหารือเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่อไป

Image copyright RODONG SIN MUN

การค้าลดฮวบ

ภาพรวมการส่งออกและนำเข้าระหว่างไทย-เกาหลีเหนือลดลงเหลือเพียง 55.35 ล้านบาท ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ หรือลดลง 94.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ภายในสิ้นปีนี้ "จะไม่มีการนำเข้าหรือส่งออกระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือ"

Image copyright Getty Images

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานต่ออีกว่า กระทรวงการต่างประเทศไทย ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า นายยุนย้ำว่าสหรัฐต้องการจะคลี่คลายความขัดแย้งและตึงเครียดกับเกาหลีเหนือผ่านการเจรจาอย่างสันติ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย กล่าวย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องการจะ "เห็นสันติภาพและความสุขกลับคืนสู่คาบสมุทรเกาหลี"

ไทยเป็น 1 ใน 2 ประเทศในเอเชียหลังจากญี่ปุ่น ที่นายยุนมาเยือนในภารกิจเพื่อเพิ่มความกดดันต่อเกาหลีเหนือหลังจากการทดลองยิงขีปนาวุธล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไทยได้ยุติการค้ากับเกาหลีเหนือแล้ว และห้ามเรือจากเกาหลีเหนือเข้ามาในไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมติของสหประชาชาติ