เปิดใจ "วีระศักดิ์ โควสุรัตน์" รมว.ท่องเที่ยวผลัดสุดท้ายในรัฐบาล คสช.

  • 3 มกราคม 2018
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นักการเมืองผู้ช่วยงานรัฐบาลทหารหลังฉากมากว่า 3 ปี ก่อนออกมาเปิดหน้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นสมัยที่ 3 พร้อมกับภารกิจ "ผ่าตัดเด็กโปลิโอให้ยืนได้"

รัฐมนตรีวัย 52 ปี บอกกับบีบีซีไทย ว่าภารกิจหลักของเขาในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป คือการ 'ผ่าตัดใหญ่' กระทรวงอายุ 15 ปี แต่อยู่ในสภาพคล้าย 'คนป่วยโปลิโอ' หวังช่วยซ่อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่รับบทหนักตลอด 6 ทศวรรษ

"เป็นเด็กโปลิโอมาแล้ว 15 ปี ถึงตอนนี้ต้องผ่าตัดให้เขาแข็งแรงให้ยืนได้ วันนี้ผมจึงต้องกลับมาทำเรื่องโครงสร้าง เพราะเหตุที่ยึดอำนาจ ก็เพราะเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ใช่หรือ เราก็กำลังทำอยู่" อดีตสมาชิกคณะที่ปรึกษาของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2534 กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เพิ่มกำลังพลเกือบ 4 เท่า

หนึ่งในแผนงานของ รมว. ท่องเที่ยวฯ คนนี้ คือเพิ่มอัตรากำลังในกระทรวงจาก 120 คน ในปัจจุบัน เป็น 400 คน หรือ กว่า 3 เท่า เข้ามาดูแลงานด้านพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะว่า "นี่คือ 20% ของจีดีพี"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของจีดีพี ผลักดันโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

ช่องทางหนึ่งของการเพิ่มอัตรากำลังคนในกระทรวงนี้ คือการดึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายเศรษฐกิจและกฎหมายมาร่วมทีม โดยวีระศักดิ์ได้เสนอให้โยกย้ายกำลังคนมาสมทบอีก ราว 80 อัตรา จากสองหน่วยงานที่ถูกยุบเลิกคำสั่งพิเศษของหัวหน้าคณะรัฐประหารไปแล้ว คือ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

"แม่ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร"

วีระศักดิ์ อดีตที่ปรึกษาคนสำคัญของ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และ นายกรัฐมนตรี ย้อนอดีตอธิบายสาเหตุการเป็น "เด็กโปลิโอ" ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ ว่า เกิดจาก "แม่ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร" และ "ท้องในห้องคลอด" อีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้วางแผนการปฏิรูปราชการ ก่อตั้ง 5 กระทรวงใหม่ ผลคือสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตามที่รัฐบาลเสนอ ทว่าเมื่อไปถึงชั้นวุฒิสภา บรรดาผู้ทรงเกียรติในสภาสูงยืนยัน "ถึงเวลาต้องมีกระทรวงกีฬา" เป็นผลให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 2545

เมื่อกิจการกีฬาถูกผนวกรวมกับกิจกรรมท่องเที่ยว แล้วจัดตั้งเป็นกระทรวงใหม่ ข้าราชการสังกัดกรมพลศึกษาจึงกลายเป็นกลไกหนึ่งของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ด้วย

ผ่านมา 15 ปี "ยังไม่มีอำนาจ"

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 15 ปี แต่นายวีระศักดิ์ บอกว่า กระทรวงนี้ยังไม่มีอำนาจในการสั่งการใด ๆ ในแง่กฎหมายต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าทางการท่องเที่ยว เพราะธุรกิจต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว สายการบิน การคมนาคมขนส่ง หรือบริษัทท่องเที่ยว ล้วนมีกฎหมายกำกับดูแลโดยกระทรวงอื่น ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นภารกิจหลักด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านมา จึงเน้นไปในแนวทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ด้วยการรับบทเป็น "นางกวัก" ซึ่งเป็นงานในด้านอุปสงค์ (demand side) โดยที่งานด้านโครงสร้างหรือซ่อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวหรือฝั่งอุปทาน (supply side) ยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ที่ผ่านมา ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับบทเป็น "นางกวัก" ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

Third time lucky?

ในการรับตำแหน่งครั้งที่สามในยามที่การเมืองมีเสถียรภาพมากกว่าเมื่อคราวรับตำแหน่งสองครั้งในอดีต (ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก.พ.-ก.ย. 2551 และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก.ย.-ธ.ค. 2551) วีระศักดิ์ ประกาศ 3 กลยุทธ์หลักในการสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ได้แก่

  1. การเปิดศูนย์แจ้งซ่อมแหล่งท่องเที่ยวและเปิดคลินิกด้านการท่องเที่ยว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถส่งภาพหรือรายงานปัญหาของสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งระบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มจิตอาสา
  2. ด้านการมีส่วนรวมของภาคส่วนสังคมและธุรกิจ โดยมีแนวความคิดจะใช้เกณฑ์ Global Sustainable Tourism Council Index ซึ่งมีตัวชี้วัด 41 ประการ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals ของสหประชาชาติ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน
  3. การสร้างจุดนับพบระหว่างสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรและผู้ประกอบการ เพื่อให้ความต้องการจ้างกับภาคผลิตแรงงาน

แม้ว่าสิ่งที่เขาทำในวันนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตหากมีการเลือกตั้ง เขาก็หวังว่า การวางรากฐานโครงสร้างไว้ผ่านฉันทมติของอุตสาหกรรม เพื่อเป็นเครื่องการันตีในอนาคต เมื่อมีผู้รับไม้คนถัดแล้วจะนำไปสานต่อ

3 ปี ทำงานอยู่เบื้องหลัง

วีระศักดิ์ ยอมรับว่า การได้รับเทียบเชิญมาเป็น รมว. การท่องเที่ยวฯ นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เขาเคยได้รับโทรศัพท์เทียบเชิญแล้วครั้งแรกภายหลังการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา แต่ในขณะนั้นยังติดปัญหาอยู่ที่ เขาเคยเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จึงตกคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ไม่อาจตอบรับตามคำเชิญได้

"ย้อนไปครั้งเมื่อเริ่มรัฐบาลนี้ ก็เริ่มมีโฟนคอลล์มาแล้วที่จะให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ แต่ ณ เวลานั้น ด้วยเหตุผลทางการเมือง และรัฐธรรมนูญ"

แม้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองในขณะนั้น ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผู้นี้ ยังคงมีบทบาทโลดแล่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ได้รับเชิญไปเป็นเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ตามมาด้วยการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ประธานกรรมการคณะกรรมการบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และอธิการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและบริการของมหาวิทยาลัยรังสิต

เมื่อถามว่าผ่านมาแล้ว 3 ปีนับตั้งแต่โทรศัพท์เทียบเชิญจาก คสช.ครั้งแรกถือว่าเป็นการสูญเสียโอกาส หรือ "เสียของ" หรือไม่

นายวีระศักดิ์กล่าวแย้งทันควันว่า "ไม่เสียของครับ อย่าลืมไปว่า เราเพิ่งผ่านกีฬาสีมา และเพิ่งถึงจุดพีคสุดของมัน และคนตกใจหมดแล้ว การที่เข้ามาในวันนี้ของรัฐบาลชุดปัจจุบันมาในลักษณะไม่เป็นคู่ขัดแย้งของใคร มาเพื่อรักษาความสงบ ก็ทำให้กระบวนการส่งเสริมการท่องเที่ยวก็กลับมาดำเนินการได้เช่นเดิม และเห็นพ้องกับสิ่งที่ครม. ชุดก่อนๆ ทำมาแล้วถือว่าดีแล้ว"

"วีระศักดิ์" กับความย้อนแย้งใน "รัฐประหาร"

แม้เคยมีประสบการณ์ไม่ประทับใจกับคณะรัฐประหาร เมื่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี 2534 เขาต้องตัดสินใจเข้าอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ในเดือน ก.พ. 2534 ขณะที่ "น้าชาติ"ถูกควบคุมตัว เพราะหวัง "ได้อานิสงส์ไปช่วยท่านชาติชายและคณะ" การเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล คสช. จึงคล้ายเป็นเรื่องย้อนแย้ง

"อันนั้นมันจบลงด้วยพฤษภาทมิฬนี่ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมคิดว่าการยึดอำนาจเป็นวิธีการหนึ่งในการเข้าสู่อำนาจ การเลือกตั้งก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง สำหรับผมสนใจวิธีอยู่ในอำนาจและการลงจากอำนาจมากกว่า วิธีการเข้าสู่อำนาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย แต่การอยู่ในอำนาจแล้วผลักดันนโยบายสาธารณะต่างหาก คือสิ่งที่เป็นประโยชน์" วีระศักดิ์กล่าว

ส่วนเมื่อรัฐบาล คสช.พ้นจากอำนาจ โอกาสที่วาระปฏิรูปกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ วีระศักดิ์ริเริ่มไว้ จะถูกสานต่อมี 2 แนวทาง ระหว่างนำทั้งหมดนี้ไปบรรจุลงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บังคับให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเดินตาม-ห้ามบิดพลิ้ว ซึ่งเขาเห็นว่า "เป็นวิธีที่ใช้อำนาจเป็นที่ตั้ง ทำให้ไม่ยั่งยืน" หรืออีกแนวทางคือการทำให้ประเด็นเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนพร้อมยอมทำตามโดยดี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม