จาก "รวมพลคนอยากเลือกตั้ง" ถึงนัดชุมนุมไล่รัฐบาล คสช. 10 ก.พ.

  • 27 มกราคม 2018
กิจกรรมนัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

นักกิจกรรมยื่น 4 เงื่อนไข คสช. หากไม่เลือกตั้งปีนี้-ปลดประวิตรพ้น ครม.-ถอนฟ้องกลุ่มเดินมิตรภาพ-ถอนฟ้องชาญวิทย์ พร้อมระดมมวลชนชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน 10 ก.พ. นี้

เสียงตะโกนจากประชาชนว่า "เลือกตั้ง ๆ ๆ" ดังขึ้นเป็นจังหวะ สลับกับเสียงตะโกนอื่น ๆ อีก 3-4 ประโยค "เผด็จการ.. ออกไป" "คสช. ออกไป" "สนช. ออกไป" ในระหว่างแกนนำผู้จัดกิจกรรม "นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช." เปิดปราศรัยย่อยผ่านเครื่องขยายเสียงและโทรโข่งบริเวณลานสกายวอล์ก เขตปทุมวัน กทม. เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 25 ม.ค. โดยให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปอีก 90 วันนับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนไปเป็นเดือน ก.พ. 2562 จากเดิม พ.ย. 2561 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศ

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) กล่าวโจมตีการเลื่อนโรดแมปการเลือกตั้งหลายครั้งหลายหน ซึ่งหลังรัฐประหารครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2558 แต่มาถึงปี 2561 ก็ยังไม่มีเลือกตั้ง และยังจะเลื่อนไปในปี 2562

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายรังสิมันต์ โรม ปราศรัยว่า "เรามีแค่ 2 ขั้ว ไม่มีขั้วอื่น คือขั้วทหารกับขั้วประชาชน ถ้ามีทหารก็จะไม่มีประชาชน ถ้ามีประชาชนก็ต้องไม่มีทหารในการเมือง"

นายรังสิมันต์ย้ำว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพียงการ "คิ๊กออฟ" เท่านั้น พร้อมตั้ง 4 เงื่อนไขในการนัดหมายรวมพลประชาชนรอบใหม่ในวันที่ 10 ก.พ. เวลา 16.00 น. ที่ถนนราชดำเนิน หาก 1. คสช. ไม่ประกาศให้มีการเลือกตั้งภายในปีนี้ 2. ไม่มีการยกเลิกการแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ต่อแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนที่ใช้ชื่อว่า People Go network จำนวน 8 คน หลังจัดกิจกรรม "We walk เดินมิตรภาพ" 3. ไม่มีการยกเลิกข้อหากระทำการผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต่อ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 4. ไม่มีการดำเนินการปลด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผู้ครอบครอง "นาฬิกาเพื่อน" ออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา ขยายรายละเอียดว่าจะมีการชุมนุมทุกวันเสาร์ นับจากวันที่ 10 ก.พ. เป็นต้นไป จนกว่า คสช. จะออกไป และย้ำว่าการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังกล่าวปราศรัยโจมตีประเด็นการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรด้วย

บีบีซีไทยได้สำรวจนาฬิกาของผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ร่วมสังเกตการณ์ เนื่องจากผู้จัดกิจกรรมระบุในเอกสารเชิญชวนให้แสดงออกด้วยป้ายผ้า และนาฬิกา ซึ่งนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า "ผมจะไม่ใส่นาฬิกา จนกว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย"

Image copyright BBC Thai

ผู้สังเกตการณ์-ผู้ร่วมกิจกรรมรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้งฯ โชว์ "นาฬิกาฉัน" ไม่ใช่ "นาฬิกาเพื่อน"

  • นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้โชว์นาฬิกายี่ห้อคาสิโอ (Casio) ที่สวมใส่ประจำและทำท่าบังแสงแดดที่แยงตา ก่อนบรรยายว่าซื้อนาฬิกาเรือนนี้มาเพียง 800 บาท แม้ความจริงจะมีปัญญาซื้อนาฬิกาแพงกว่านี้มาใส่ แต่เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะวัตถุประสงค์ของนาฬิกาคือใช้ดูเวลา ไม่ใช่ไว้อวดความโก้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อนที่ไหนจะให้ พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกา 25 เรือน จึงเชื่อว่าประเด็นนี้จะทำให้ พล.อ.ประวิตรอยู่ไม่ได้
  • นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน โชว์นาฬิกาที่ข้อมือซ้าย แต่ต้องหันไปถามยี่ห้อจากเพื่อนข้าง ๆ เพราะลืมไปว่าสวมซิติเซน (Citizen) ก่อนชี้ว่ากรณี พล.อ.ประวิตรแสดงให้เห็นชัดเจนว่านโยบายปราบโกง รัฐธรรมนูญปราบโกง ไม่มีจริง จึงอยากเรียกร้องว่าหากเป็นชายชาติทหาร ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด
  • นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไร้นาฬิกาที่ข้อมือ โดยให้เหตุผลว่าปกติเป็นคนไม่ใส่นาฬิกา ยิ่งมาเห็นกรณี พล.อ.ประวิตร ก็ยิ่งเลิกคิดใส่นาฬิกาเข้าไปใหญ่ เพราะขณะนี้มีนาฬิกาหมุนเวียนมาใส่ถึง 25 เรือน แต่กลับไม่ยอมรับว่าเป็นของตนเอง ซ้ำองคาพยพต่าง ๆ ยังคอยปกป้องแทนที่จะตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้น "ผมจะไม่ใส่นาฬิกา จนกว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย"
  • นายกิตติธัช สุมาลย์นพ หรือ "แชมป์ 1984" นักกิจกรรมอิสระ ไม่สวมนาฬิกาเช่นกัน แต่ได้งัดภาพ พล.อ.ประวิตรสวมนาฬิกาหรูขึ้นมาแสดง พร้อมย้ำว่าหากเป็นรัฐบาลปกติ พล.อ.ประวิตร อยู่ไม่ได้แล้ว
  • น.ส.รักษิณี แก้ววัชระรังษี ชาว กทม. สวมนาฬิกาคาสิโอ พร้อมบรรยาสรรพคุณว่า "นาฬิกานี้ เขานัดให้มารวมตัว 17.30 น. ก็มาตรง เวลาก็มี 24 ชั่วโมงเท่าเรือนอื่น ดังนั้นนาฬิกาแพงไม่ใช่สาระสำคัญ สมองต่างหากที่ทำให้เราแตกต่าง"

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ประมาณ 50 นายคอยสังเกตการณ์ และบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอผู้มาร่วมกิจกรรม ตลอดเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ทั้งนี้แกนนำจัดกิจกรรมไม่ได้ขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ แต่อย่างใด ขณะที่ตำรวจปฏิเสธจะให้ความเห็นว่ามีการกระทำใดระหว่างการชุมนุมครั้งนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษก คสช. แสดงความเชื่อมั่นว่าการนัดชุมนุมครั้งนี้คงไม่มีเหตุรุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเน้นใช้มาตรการพูดคุยทำความเข้าใจ ตักเตือน และขอความร่วมมือเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน คสช. ไม่อยากบังคับใช้กฎหมายแบบเข้มข้นและรุนแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม