เพิ่มเติม: ตร.ออกหมายเรียกรอบ 2 “คนอยากเลือกตั้ง” 8 ก.พ.

  • 2 กุมภาพันธ์ 2018
ผู้ชุมนุม "คนอยากเลือกตั้ง" Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เตรียมส่งหมายเรียกครั้งที่ 2 ถึงนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 39 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 ก.พ. นี้ โดยถือเป็นการออกหมายเรียกรอบใหม่ สวนกับการทำหนังสือแจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนนัดแรกของฝ่ายผู้ต้องหารวม 34 จาก 39 คน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสำนวนคดีชุมนุมที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ สน.ปทุมวัน ด้วยตนเอง ใช้เวลาราว 30 นาที ก่อนเปิดเผยว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ และได้สั่งการให้ออกหมายเรียกรอบใหม่แล้ว นอกจากนี้ให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายวีระ สมความคิด และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ในข้อหากระทำการยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เนื่องจากมีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าได้กล่าวปราศรัยในที่เกิดเหตุ

รอง ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตำรวจสันติบาลอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบชื่อและแหล่งที่อยู่ของแนวร่วมการชุมนุมอีก 66 คน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป พร้อมปฏิเสธว่าการดำเนินคดีนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ตำรวจไม่ได้เร่งรีบและรวบรัดตามที่ทนายความของผู้ต้องหาระบุแต่อย่างใด

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ระบุด้วยว่า นอกจากคดีชุมนุมสกายวอล์ค จะเอาผิดกลุ่มให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ด้วย ม.7 ของ พ.ร.บ. ชุมนุมฯ เช่นกัน ซึ่งล่าสุดพิสูจน์ทราบตัวแกนนำได้แล้ว 1-2 คน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ยังเฉลยด้วยว่า "ผมเป็นคนสั่งให้นำตัวผู้ต้องหาไปผัดฟ้องฝากขังเอง ทำไมล่ะ ป.วิอาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) ให้ทำได้ 2 อย่างคือ ปล่อยตัวโดยมีหลักประกัน หรือให้ไปฝากขัง ก็เป็นไปตามกฎหมาย"

ก่อนหน้านี้ เวลา 11.55 น. น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหารวม 33 คน ได้เข้ายื่นหนังสือแจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนนัดแรก ออกไปเป็นวันที่ 8 ก.พ. เวลา 09.00 น. แต่จนถึงเวลา 15.00 น. ตำรวจยังไม่ได้พิจารณา และได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งทางทนายความให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่คาดหมายอยู่แล้วว่ามีความพยายามเร่งรัด เพื่อออกหมายเรียกให้ครบ 2 ครั้ง จะได้นำไปสู่การออกหมายจับ แต่เชื่อว่าศาลจะใช้ดุลพินิจว่าการดำเนินการของพนักงานสอบสวนเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาหรือไม่

ศูนย์ทนายฯ เตรียมระดมทุนช่ว 30 ผู้ต้องหา "คนอยากเลือกตั้ง"

"ถ้าไม่มีเงิน ก็ต้องติดคุกเลยหรือ" คือหนึ่งในคำถามที่ดังขึ้นในวงหารือระหว่างทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กับประชาชน 30 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีร่วมกันชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หลังร่วมกิจกรรม "นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช." เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ชุมนุม "คนอยากเลือกตั้ง" หารือกับทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

วงหารือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.15 น. บริเวณตลาดสามย่าน ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง หลังทนายความเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน แล้วได้รับแจ้งว่าพนักงานสอบสวนจะคุมตัวผู้ต้องหาทุกคนไปผัดฟ้องฝากขัง ที่ศาลแขวงปทุมวัน และให้ไปทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นศาลเอาเอง เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ซึ่งในการทำเรื่องขอประกันตัวต้องใช้เอกสารส่วนตัว และวางหลักทรัพย์คนละ 2 หมื่นบาท แต่ผู้โดนหมายเรียกส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมมา โดยข้อสรุปของกลุ่มผู้ต้องหาคือ "จะสู้ไปพร้อมกัน" จึงเป็นที่มาของการส่งทนายความเป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหา

"หากทำเรื่องขอประกันตัวก็เกรงจะไม่ทันในวันนี้ ประชาชนอาจต้องติดคุก เนื่องจากติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จึงขอใช้สิทธิตามกฎหมายในการเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และเพื่อรวบรวมหลักทรัพย์ประกันตัว" น.ส.ภาวิณีกล่าวและว่า ทางศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนอาจจัดกิจกรรม "เพื่อนช่วยเพื่อน" เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ต้องคดีนี้ เนื่องจากเป็นคนหาเช้ากินค่ำทั้งนั้น ไม่ได้มีเงินทองมากมาย

นักข่าวอาวุโสครวญถูทำลายศักดิ์ศรี

นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสของสำนักข่าวหลายแห่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีนี้ เดินทางมาถึง สน.ปทุมวัน เป็นคนแรกตั้งแต่ 06.00 น.เศษ โดยบอกว่า "ตื่นเต้นมาก นอนไม่หลับเลย ที่ผมโดนแบบนี้ ผมเสียชาติเกิดไหม ถูกกล่าวหาลอย ๆ ทั้งที่บัตร นปช. ก็ไม่เคยมี มีแต่บัตรนักข่าวเพราะเป็นผู้สื่อข่าวมากว่า 40 ปี เป็นอาจารย์พิเศษ การต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาเช่นนี้ เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผม" พร้อมยืนยันจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และทางทนายความได้แนะนำให้ไปให้การในชั้นศาลทีเดียว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสของสำนักข่าวหลายแห่ง โชว์หมายเรียก และสายวัดเพื่อยืนยันว่าจุดชุมนุมสกายวอล์คอยู่ห่างจากวังเกิน 150 เมตร

ส่วน น.ส.ณัฏฐา มหัทนา นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ยืนยันว่า ผู้จัดกิจกรรมชุมนุมที่สกายวอล์คได้ใช้กูเกิล แมปตรวจสอบแล้ว ไม่ได้อยู่ในเขต 150 เมตรจากวังแน่นอน

นอกจากคดีฝ่าฝืน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ น.ส.ณัฏฐายังถูกตั้งอีก 2 ข้อหาร่วมกับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นแกนนำรวม 7 คนคือ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป และกระทำการยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

อย่างไรในกลุ่ม 7 คนนี้ มีเพียง น.ส.ณัฏฐาเพียงคนเดียวที่เดินทางมา สน.ปทุมวัน โดยได้เตรียมหลักทรัพย์ 2 แสนบาทไว้ยื่นเรื่องขอประกันตัวต่อศาลด้วย ซึ่งคดีของเธอและแกนนำรวม 7 คน อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญากรุงเทพใต้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" โชว์หมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีฝ่าฝืน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ

นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) ซึ่งเป็นแกนนำจัดการชุมนุม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ได้แจ้งขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนออกไปเป็นวันที่ 16 ก.พ. เนื่องจากนายอานนท์ นำภา ทนายความของตน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีเดียวกันนี้ ติดภารกิจว่าความในต่างจังหวัด

แม้ถูกตั้งข้อหาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่นายรังสิมันต์ยืนยันเดินหน้าจัดกิจกรรมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล คสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 10 ก.พ. ต่อไป หากไม่ได้รับคำตอบจาก คสช. ใน 4 เงื่อนไขที่ตั้งไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค.

แม่ "จ่านิว" ห่วงลูกชาย ปมผิดเงื่อนไขศาล

ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา 1 ใน 7 แกนนำจัดการชุมนุม ได้แจ้งขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยอ้างว่าติดธุระส่วนตัว มีเพียง น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีเดียวกับบุตรชาย (เฉพาะข้อหาผิด พ.ร.บ. ชุมนุมฯ) เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่ากังวลกับกรณีบุตรชาย หลังก่อนหน้านี้ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ทำหนังสือถึงศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อแจ้งให้ทราบว่านายสิรวิชญ์กระทำการขัดเงื่อนไขศาล หลังถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ในคดีละเมิดอำนาจศาล

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ยอมรับว่า "รู้สึกช็อค" เพราะไม่คิดว่ารอบนี้จะเล่นกันรุนแรง ถึงขั้นดำเนินคดีกับผู้มาร่วมชุมนุมด้วย

ส่วนนายวีระ สมความคิด แจ้งขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 3 ก.พ. เวลา 13.30 น. โดยจะเดินทางมาพร้อมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ อย่างไรก็ตามการนัดหมายนี้เกิดขึ้นก่อนตำรวจตั้งข้อหาคดี 116 เพิ่มเติมแก่ 2 นักกิจกรรม

การดำเนินคดีกับนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชนทั้ง 39 คน ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อาทิ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลใจต่อการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ แม้ตำรวจจะอารักขาพื้นที่เข้ม แต่ในช่วงที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์เดินทางมาถึง ก็มีกลุ่มประชาชนตะโกนต่อว่า รองผบ.ตร. ได้

วันนี้ (2 ก.พ.) ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกการดำเนินคดีอาญาโดยทันทีต่อนักเคลื่อนไหว 39 คน

"การดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวที่ประท้วงต่อต้านระบอบปกครองของทหารอย่างสงบโดยรัฐบาลทหารไทย แสดงให้เห็นว่าไม่มีความจริงใจที่จะผ่อนคลายการปราบปรามทางการเมือง" แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว และชี้ว่า ยิ่งมีการดำเนินคดีโดยพลการต่อผู้ที่เห็นต่างและผู้วิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น ยิ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลทหารไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม