สมาคมกรรมการบริษัทไทยชี้ ล่าสัตว์ เป็นเรื่อง จรรยาบรรณผู้บริหาร เปรมชัย ต้องชี้แจง บริษัท

  • 7 กุมภาพันธ์ 2018
ภาพถ่ายนายเปรมชัย กรรณสูต (นั่งตรงกลาง) ขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจับกุมตัว Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายนายเปรมชัย กรรณสูต (นั่งตรงกลาง) ขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจับกุมตัว

หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาผู้บริหารของไทยเห็นพ้องว่า "กรณีทุ่งใหญ่นเรศวร" ยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว โดยผู้บริหารสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ ไอโอดี ระบุว่าต้องชี้แจงบอร์ดบริหารเพราะเกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณผู้บริหาร แต่สังคมเรียกร้องให้บอยคอตอิตาเลียนไทย

ดร. บัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการสถาบันกรรมการบริษัทไทย แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่อาจจะไม่ได้ ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งคงต้องรับผิดชอบไปตามกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการ ก็ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้คณะกรรมการของบริษัททราบ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท และข้อกำหนดจรรยาบรรณ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท

"แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ก็มีประเด็นที่อาจกระทบคะแนนประเมิน CGR ของบริษัทได้ เช่น การคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อม และข่าวด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัท โดย IOD จะนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาพิจารณาประกอบการประเมินคะแนนในปีนี้" ดร. บัณฑิต ระบุ

CGR หรือ Corporate Governance Report เป็นรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่ IOD จัดทำขึ้น เพื่อประเมิน 5 เรื่อง คือ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

อิตาเลียนไทยฯ ได้คะแนนประเมินรวม 4 ดาว จากคะแนนเต็ม 5 ดาว ในรายงาน CGR เมื่อปี 2560

ไอโอดี เป็นองค์กรอิสระที่เน้นการพัฒนาคุณภาพความเป็นมืออาชีพและความโปร่งใส ของกรรมการบริหารบริษัท โดยเฉพาะบริษัท ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยเน้นส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน และธนาคารโลก (World Bank)

ก.ล.ต ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว

นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อพิจารณาจากการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) นั้น ตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ คุณสมบัติของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน จะพิจารณาในเรื่องการบริหารงาน ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นมืออาชีพในการดำเนินกิจการของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก ซึ่งในเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีส่วนใดเกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ของบริษัทจดทะเบียน

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ดร. บัณฑิต นิจถาวร

ความเห็นของผู้บริหารจากไอโอดีและ กลต. มีขึ้นภายหลังจากข่าว นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อิตาเลียนไทยฯ พร้อมพวกอีก 3 คนถูกควบคุมโดยพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ หลังเจ้าหน้าที่พบคณะของนายเปรมชัย ลักลอบตั้งแคมป์พักแรม ในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ซึ่งเป็นจุดที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 150,000 บาท และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในขณะนี้ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน

ภาครัฐคือลูกค้ารายใหญ่

สำหรับ บมจ. อิตาเลียนไทยฯ มีมูลค่าตลาดราว 2 หมื่นล้านบาท เป็นบริษัทก่อสร้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ในหมวดบริษัทรับเหมาก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รองจาก บมจ. ช.การช่าง และ ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของหน่วยงานรัฐหลายโครงการ บริษัทนี้ก่อตั้งโดยกลุ่มนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ชาวไทย และ Mr. Giorgio Berlingieri ชาวอิตาเลียนเมื่อปี 2528 ขณะนี้ผู้ที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดก็คือคนในครอบครัว กรรณสูต โดย นายเปรมชัยถือหุ้นสูงสุดถึง 785,494,526คิดเป็นร้อยละ 14.88 (ข้อมูลจากเว็บไซต์ กลต. เมื่อ 31 มี.ค. 2560)

จากรายงานประจำปี 2559 ของบริษัทฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ลูกค้าหลักของบริษัท คือ ภาครัฐ ซึ่งหากพิจารณาจากมูลค่างานที่มีอยู่ในส่วนนี้ คิดเป็น 53.4% ขณะที่มูลค่าของงานที่อยู่ในภาคเอกชนอยู่ที่ 46.6% แต่หากพิจารณาจากสัดส่วนในและต่างประเทศ นั้นมูลค่าลูกค้าในประเทศยังมีสัดส่วนสูง 59.7% ขณะที่อยู่ในภาคเอกชน 40.3%

โครงการยักษ์ใหญ่กับภาครัฐที่ดำเนินการมีอะไรบ้าง
โครงการ ทำสัญญากับ มูลค่า (ล้านบาท)
1. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 1 (มาบกะเบา-คลองจิตร) การรถไฟแห่งประเทศไทย 7,560
2.โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 3 (งานอุโมค์รถไฟ) การรถไฟแห่งประเทศไทย 9,290 ( บมจ. อิตาเลียนไทยถือสัดส่วนลงทุนร่วม 70% เป็นมูลค่า 6,503)
3.โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย 5,807
4. โครงการงานเสริมความมั่นคงโครงสร้างทาง (Track Strengthening) ระหว่างสถานีชุมทางคลองสิบเก้า-สถานีชุมทางแก่คอย) การรถไฟแห่งประเทศไทย 621.72
5. โครรงการงานเสริมความมั่นคงระหว่างสถานีหัวตะเข้-สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา การรถไฟแห่งประเทศไทย 170.51
6. โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 (สายบ้านใหม่ไชยพจน์-อ.พุทไธสง ตอน 1 ระยะทาง 15 กม.) สำนักงานก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง 534.6
5. โครงการสร้างอุโมค์ Outgoing ของสถานีต้นทางชิดลม การไฟฟ้านครหลวง 939.97
6. โครงการก่อสร้างโครงสร้างและงานระบบหนังสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 บมจ. ท่าอากาศยานไทย 12,050
7. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื้อ-ท่าพระ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 11,441
8. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง สัญญาที่ 2 (ช่วงบางซื้อ-รังสิต) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 23,925
9. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว สัญญาที่ 1 (ช่วงสะพานใหม่-คูคต) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 15,000
10. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม สัญญาที่ 3 (ช่วงสถานีใต้ดิน ช่วงหัวหมาก - บ้านม้า) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 18,570
11. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง (โมโนเรล) ระยะที่ 1 (ช่วงสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน) บริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2,500

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โครงการก่อสร้างบีทีเอสเป็นหนึ่งในโครงการรัฐที่ บมจ. อิตาเลียนไทยรับผิดชอบก่อสร้าง

นอกจากโครงการที่ได้ลงนามกับภาครัฐและเอกชนไปแล้ว และยังคงดำเนินการอยู่ในขณะนี้แล้ว บมจ. อิตาเลียนไทย ฯ ยังมีแผนที่จะประมูลโครงการรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ รายงานว่า บริษัทฯ ดังกล่าวเตรียมจะเข้าประมูลรถไฟทางคู่ 9 เส้นทาง เป็นมูลค่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉับับดังกล่าวรายงานว่า บริษัทดังกล่าว ได้งานไปแล้ว 3 สัญญา คิดเป็นมูลค่า กว่า 22,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมี โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สายสีส้ม มูลค่าอีก 200,000 ล้านบาท และยังมีโครงการเกี่ยวข้องทางน้ำอีกหลายโครงการ

พลังสังคมโต้กลับ

ส่วนความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์หลังเกิดกรณี "ทุ่งใหญ่ 2" นายอรรถกร ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ได้ตั้งแคมเปญรณรงค์ "ร่วมกันบอยคอตบริษัทไทยอิตาเลียน คดีล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรของประธานบริษัท 6 ข้อหา" ในเว็บไซต์ change.org ตั้งแต่วานนี้ (6 ก.พ.) ปรากฏว่าจนถึงเวลา 13.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. มีประชาชนกว่า 18,600 คนร่วมลงชื่อแล้ว ทั้งที่ผู้รณรงค์ตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 5,000 รายชื่อ และไปเสนอแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อให้ผลักดันมาตรการคว่ำบาตร หรือมาตรการลงโทษแก่ธุรกิจของนายเปรมชัย

นายเอ็ดวิน วิค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า กล่าวว่า แม้ว่ากรณีของนายเปรมชัยจะมีพยานแน่นมากๆ แต่ตนเป็นห่วงว่าคดีนี้จะไปไม่ถึงไหนแน่นอน เนื่องจากมองว่ากระบวนยุติธรรมของประเทศไทยมีสองมาตรฐานระหว่างคนดัง คนรวย และคนจน

"แค่เก็บเห็ดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ยังโดนจำคุก 5 ปี อยากจะรู้ว่าการล่าสัตว์จะหนักกว่านั้นไหม" นายเอ็ดวินกล่าว

พบปืนจำนวนมากพร้อมงาช้าง

ด้านความคืบหน้าในวันนี้ สื่อหลายสำนักให้ความสนใจเกี่ยวกับการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้บริหาร บมจ. อิตาเลียนไทยฯ

โดยเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัย กรรณสูต บ้านเลขที่ 12/1, 12/2 และ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.ต.อ. ศรีวราห์ ได้สั่งอายัดอาวุธปืนทั้งหมดที่ตรวจค้นพบ 43 กระบอก แบ่งเป็นปืนยาว 41 กระบอก (ทั้งประเภทปืนลูกซองและปืนไรเฟิล) และปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมกับกระสุนปืนชนิดต่างๆ เกือบ 2,000 นัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำอาวุธดังกล่าวไปตรวจสอบทะเบียนการครอบครองรวมถึงดีเอ็นเอลายนิ้วมือหาความเชื่อมโยง เนื่องจากนายเปรมชัยมีพฤติการณ์เป็นคนชอบล่าสัตว์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบงาช้างอีก 2 คู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเป็นช้างไทยหรือไม่

นอกจากการตรวจสอบบ้านทั้ง 3 หลังของนายเปรมชัยในกรุงเทพมหานครแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้สนธิกำลังกันเพื่อเข้าตรวจค้นในหลายพื้นที่ในวันนี้ ประกอบด้วย บ้านพักของนายเปรมชัยใน จ.ราชบุรี จ.นครราชสีมา และจ.กาญจนบุรี รวมทั้งร้านอาหารสองแห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้บริหารคนดังกล่าว คาดว่าอาจจะมีการนำชิ้นส่วนของสัตว์ป่ามาใช้ในการประกอบอาหาร ได้แก่ ร้านแซ่บอีสาน และท่าทุ่งนา แต่ไม่พบสิ่งที่ผิดกฎหมาย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม