เงินประกันคนละ 1 แสน ปล่อยตัว 3 แกนนำ "คนอยากเลือกตั้ง"

  • 11 กุมภาพันธ์ 2018
แกนนำอยากเลือกตั้ง Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายรังสิมันต์ โรม ถูกนำตัวส่งต่อไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายจับในคดีพูดเพื่อเสรีภาพ หลังจากได้รับการปล่อยตัวจาก สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 01.45 น.ที่ผ่านมา

พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ปล่อยตัว รังสิมันต์-สิริวิชญ์-อานนท์ 3 แกนนำการชุมนุม "หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง" หลังจากถูกคุมตัวจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลังยุติการชุมนุมวานนี้ โดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ขณะที่รังสิมันต์ โรม ถูกนำตัวส่งต่อไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายจับในคดีพูดเพื่อเสรีภาพ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เมื่อเวลา 01.45 น. วันนี้ (11 ก.พ.) พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ได้อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้ง 3 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายอานนท์ นำภา และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว โดย.ช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท และให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 20 ก.พ.2561

แต่นายรังสิมันต์ โรม เจ้าหน้าที่ได้อายัดตัว เพื่อส่งต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เนื่องจากมีหมายจับจากการร่วมกิจกรรมเสวนา "พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน? " ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแเต่เดือน ก.ค.2559

เมื่อเวลา 09.30 น. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายรังสิมันต์ ในความผิดฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 โดยนายรังสิมันต์ให้การปฏิเสธข้อหา ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้อนุญาตประกันตัวนายรังสิมันต์ด้วยเงินสด 10,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไข และนัดหมายส่งตัวให้อัยการทหารขอนแก่น พร้อมกับผู้ต้องหาอีก 8 คน ในวันที่ 23 มี.ค.นี้

สำหรับการยื่นประกันตัว ตัวแทนนักวิชาการเครือข่ายนักวิชาเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เป็นผู้ทำเรื่องยื่นประกันตัว โดยหลักทรัพย์ที่ยื่นประกันเป็นเงินที่ได้จากการระดมทุนสำหรับการประกันผู้ต้องหากลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "MBK39" ที่ถูกดำเนินคดีจากกรณีร่วมกิจกรรม "นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช." เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "นี่จะไม่ใช่วันสุดท้าย แต่เป็นวันเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ และจะเป็นปีสุดท้ายของ คสช."

วานนี้ (10 ก.พ.) หลังจากที่แกนนำกลุ่มชุมนุมเรียกร้องเลือกตั้งยุติกิจกรรมเมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพวกเขาไปยังสถานีตำรวจในทันที ท่ามกลางผู้สนับสนุนตะโกนขับไล่ คสช.

ก่อนขึ้นรถตู้ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายรังสิมันต์ โรม หนึ่งในแกนนำการชุมนุมครั้งนี้ได้ชูสามนิ้วเพื่อแสดงสัญลักษณ์ การทวงคืนการเลือกตั้ง ข้อเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการทวงคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน

นอกจากนายรังสิมันต์ แล้วยังมีแกนนำอีก 2 คนคือ นายอานนท์ นำภา และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ที่ถูกส่งตัวไปยัง สน. สำราญราษฎร์ ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ชุมนุมในวันนี้ เพื่อทำบันทึกการจับกุม ล่าสุดเวลา 21.50 น. ทั้งหมดถูกคุมตัวไปที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งเป็นเจ้าของคดีตามหมายจับของบุคคลทั้ง 3 ใน 3 ข้อหา ได้แก่ 1. ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 2. กระทำการยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 3. ฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีร่วมกันชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ 4 แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" ค่ำวานนี้ โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน ไปตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนโดยวางหลักทรัพย์ประกันตัว 1 แสนบาท

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) เรียกร้องให้บรรดานักการเมืองเข้ามาร่วมการชุมนุมกับประชาชนเพื่อกดดันให้เกิดการเลือกตั้งภายในปี 2561

อย่างไรก็ตาม ก่อนถูกควบคุมตัวไป แกนนำทั้ง 3 คนปฏิเสธข้อทุกข้อกล่าวหา หลังจากที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ

สำหรับการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า "หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง" ในวันนี้ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 4 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 16.00 น. คาดการณ์ว่ามีผู้ร่วมชุมนุมราว 100 - 200 คน จัดขึ้นโดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE

นัดพบกันอีกครั้ง

"นี่จะไม่ใช่วันสุดท้าย แต่เป็นวันเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ และจะเป็นปีสุดท้ายของ คสช." นายรังสิมันต์ หนึ่งในแกนนำการชุมนุมวันนี้กล่าว

นายรังสิมันต์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายรังสิมันต์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)
Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา กล่าวว่า การดำเนินคดีกับผู้ร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ขณะที่นายสิรวิชญ์ สรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา บอกกับผู้ชุมนุมในช่วงท้าย ๆ ว่าจะมีการชุมนุมอีกครั้ง

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE จัดปราศรัยตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น.

ส่วนนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในแกนนำ กล่าวอธิบายเพิ่มว่า การชุมนุมวันนี้ บรรดานักศึกษาได้ทำเรื่องขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการชุมนุมครั้งหน้าคาดว่าจะเป็นสถานที่เดิม แต่จะแจ้งวันและเวลาให้ทราบอีกครั้ง โดยจะดึงแนวร่วมในภูมิภาคมาสมทบอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้กล่าวชวนประชาชนไปให้กำลังใจ นายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูก ตำรวจคุมตัวไปช่วงเช้าที่ผ่านมา จากคดีดังกล่าว โดยในระหว่างการชุมนุมได้มีการเรี่ยไรเงิน ด้วยการนำกล่อง "หีบเลือกตั้ง (จำลอง)" มาเป็นกล่องรับบริจาคเงินช่วยผู้ต้องหาคดีนี้รวม 39 คนอีกด้วย

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน นำกล่อง "หีบเลือกตั้ง (จำลอง)" มาเป็นกล่องรับบริจาคเงินช่วยผู้ต้องหา 39 คน

วอนแนวร่วมแสดงพลังเรียกคืนประชาธิปไตย

ในการปราศรัยในวันนี้เป็นการเรียกร้องให้แนวร่วมสังคมประกอบด้วย ภาคประชาชน นักการเมือง ข้าราชการ ให้ร่วมแสดงความกดดันไปยังระบบเผด็จการ คสช. ให้ทำตามที่สัญญาไว้ว่าจะจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้ รวมทั้งยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 34 จาก 39 คน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "MBK39" ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีร่วมกันชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ขณะที่นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีกลับผู้ร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะกิจกรรมการแสดงความคิดเห็นถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามกรอบรัฐธรรมนูญ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องให้บรรดานักการเมืองเข้ามาร่วมการชุมนุมกับประชาชนเพื่อกดดันให้เกิดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่สนับสนุนนักการเมืองในการเลือกตั้ง

Image copyright Watchiranont Thongtep/BBC Thai

ประยุทธ-ประวิตร คือเป้าโจมตี

ไฮไลต์ในการปราศรัยของ นายรังสิมันต์ ครั้งนี้อยู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังคงเป็นเป้าในการโจมตี เนื่องจากบุคคลสำคัญในระบบเผด็จการ คสช. ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรม เอาเปรียบประชาชน รักษาผลประโยชน์พวกพ้อง

แกนนำทั้ง 3 คนยังต้องการให้ประชาชนแสดงพลังจนสามารถขับไล่ระบอบเผด็จการให้ได้ภายในสิ้นปี

"เสียงของประชาชนจะแผดเผาหู พล.อ. ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร "นายรังสิมันต์กล่าว

นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ หนึ่งในตัวแทนขึ้นกล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นทหาร รักษาและทำตามสัญญาด้วยการจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้

ทั้งนี้ นายสุกฤษฎ์ เป็นหนึ่งในกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 34 จาก 39 คน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "MBK39"

ภาพรวมสงบ จนท. คุมเข้ม

สำหรับบรรยากาศช่วงต้น ๆ ของการชุมนุม มีความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการตรวจบัตรประชาชนสำหรับใครจะเข้าไปในพื้นที่จุดเฝ้ารอ ขณะที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งตระโกนว่า "เลือกตั้ง เลือกตั้ง เลือกตั้ง" "ประชาชนอยู่ไม่ได้ ต้องการเลือกตั้ง" "อยากเลือกตั้ง" เป็นระยะๆ ขณะที่มีประชาชนบางกลุ่มรวมตัวกันไม่เกินห้าคนแสดงสัญลักษณ์ เช่น ชูสามนิ้ว มือปิดปาก ปิดหู เพื่อเลี่ยงการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

ด้านพ.ต.ท. พิทักษ์ สิทธิกุล ผกก. สน. ชนะสงคราม เปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่สองกองร้อยจำนวนราว 300 นาย พร้อมตั้งจุดตรวจโดยประจำการในพื้นที่มาตั้งแต่เวลา 12.00 น. มาตรการดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายหรือมือที่สาม

Image copyright Watchiranont Thongtep/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่สองกองร้อยจำนวนราว 300 นาย ประจำการในพื้นที่มาตั้งแต่เวลา 12.00 น.

ขณะที่ก่อนการรวมพลคนอยากเลือกตั้งในเย็นวันนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้จับกุม นายเอกชัย หงส์กังวาน จากบ้านพัก เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งใน 4 ผู้ทำกิจกรรมการชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ก ปทุมวัน ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่เขายังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก 2 ครั้ง ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่ถึง 150 เมตร ตามมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ประกอบด้วย 1.นายอานนท์ นำภา 2.นายรังสิมันต์ โรม 3.นายสิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ 4.นายเอกชัย

จากการรายงานของ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4 นายมารออยู่ที่บ้านตั้งแต่เวลา 7.15 น. จนกระทั่งเวลา 9.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเอกชัย จากหน้าบ้านพัก โดยมีการแสดงหมายจับที่ออกโดยศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนจะนำตัวไปที่สน.ลาดพร้าว เพื่อทำบันทึกการจับกุม และจะมีการนำตัวไปที่สน.ปทุมวัน เพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ นายเอกชัยได้รับหมายเรียกของ สน.ปทุมวันเพียงครั้งเดียว คือหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 ก.พ. เขาได้ลงชื่อรับหมายดังกล่าว พร้อมกับเขียนประกอบเพิ่มเติมในใบรับหมายว่าตนไม่เคยได้รับหมายเรียกครั้งที่ 1 และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเลื่อนไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 ก.พ. แทน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม