สนช. โหวตคว่ำ 7 ว่าที่ กกต. ไม่กระทบโรดแมปเลือกตั้ง

  • 22 กุมภาพันธ์ 2018
บรรยากาศการนับคะแนน Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ บรรยากาศการนับคะแนนให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่ง กกต.

กระบวนการสรรหา กกต. ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 200 วันถึงจะได้ กกต. ชุดใหม่ แต่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยืนยันไม่กระทบโรดแมปเลือกตั้ง

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ "ไม่เห็นชอบ" บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ภายหลังคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. เสนอรายชื่อต่อสภา วันนี้ (22 ก.พ.)

ในการลงมติเป็นการลงมติลับใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องได้รับคะแนนเสียง "เห็นชอบ" ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก สนช. เท่าที่มีอยู่ หรือ 124 จาก 248 คน แต่ปรากฎว่าไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเกินกึ่งหนึ่ง เท่ากับบุคคลที่ได้รับการสรรหาทั้ง 7 คน หมดสิทธิเป็น กกต. ชุดใหม่

มติสนช. คว่ำ 7 ว่าที่ กกต.

มติ (เห็นชอบ : ไม่เห็นชอบ) รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.
10 : 175 ศ.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
27 : 156 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
30 : 149 รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตน โกสินทร์
16 : 168 นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท วรวิสิฏฐ์ จำกัด และหัวหน้าสำนักงานกฎหมายสุธีรชาติ
57 : 125 นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด
46 : 128 นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา
41 : 130 นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

ทั้งนี้ 5 คนแรกมาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหา ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ส่วน 2 คนหลังมาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งมีผู้พิพากษา 176 คนร่วมคัดเลือก โดยมีนายชีพเป็นประธานการประชุมเช่นกัน

มติ สนช. ที่ออกมา ทำให้กระบวนการสรรหาใหม่ กกต. ต้องตั้งต้นนับหนึ่งใหม่เป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 12 วรรคแปดของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่กำหนดว่า ในกรณีที่วุฒิสภา (ในกรณีนี้คือ สนช.) ไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดําเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป โดยผู้ไม่ได้รับความเห็นชอบ จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่อีกไม่ได้

"ไม่มีใบสั่ง"

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เปิดแถลงข่าวทันทีว่า เขาในฐานะกรรมการสรรหาได้พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลทั้ง 7 อย่างดีที่สุด ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อถึงมือ สนช. ต้องตรวจเรื่องของจริยธรรมและความประพฤติ ด้วย จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของ สนช. เพราะตนเป็นกรรมการสรรหา จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

เขายืนยันว่าไม่มีสัญญาณหรือใบสั่งมาจาก คสช. หรือจากใคร ในการไม่ให้ความเห็นชอบดังกล่าว ที่สำคัญการไม่เห็นชอบ กกต. ครั้งนี้ ไม่กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะ กกต. ชุดเดิมยังทำหน้าที่ได้

ส่วนกระบวนการสรรหาใหม่ 5 คนแรก จะใช้กรรมการสรรหาชุดเดิม และเริ่มกรอบเวลาสรรหา 90 วันทันทีนับจากวันนี้ ส่วน 2 คนที่มาจากความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็มีกรอบเวลา 90 วันเช่นกัน

นายพรเพชรยอมรับว่า หนักใจ อยากให้คนที่มีคุณสมบัติที่ดี มีความรู้ มีจริยธรรมมาสมัครมาก ๆ จึงเตรียมเสนอที่ประชุมกรรมาการสรรหา ให้ขยายเวลารับสมัครเพิ่ม และขยายช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มอาชีพอื่น เช่น พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ที่ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีขึ้นไปมาสมัครด้วย เพราะที่ผ่านมาจะมีเฉพาะข้าราชการ และทนายความซึ่งไม่หลากหลาย และเมื่อเจอคุณสมบัติที่สูง เช่น ต้องเป็นอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการมาไม่น้อยกว่า 5 ปี คุณสมบัติก็ไม่ ส่วนวิธีการเชิญมาเป็นนั้น เขายังไม่กล้าทำ เนื่องจากเกรงว่าไปชวนมาแล้ว สนช. กลับไม่เห็นชอบ จะทำอย่างไร

"หาเหตุผลไม่ได้"

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน กล่าวกับบีบีซีไทยถึงกรณีที่ สนช. โหวตคว่ำรายชื่อ 7 ว่าที่ กกต. กลางสภาว่าเป็นเรื่องที่ "หาเหตุผลไม่ได้" ดังนั้น สนช. ต้องชี้แจงต่อสังคมว่าเกิดจากปัญหาคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ หรือปัญหากระบวนการสรรหาไม่ครบถ้วน เกรงว่าหากปล่อยไว้จะเกิดข้อโต้แย้งในภายหลัง

"ขอยืนยันว่าไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง เพราะ กกต. ชุดปัจจุบันทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง รวมถึงจัดการเลือกตั้ง โดยตำแหน่งเราไม่ได้เป็น 'รักษาการ' แต่เป็น 'กกต. ที่มีอำนาจเต็ม' แต่ที่น่าห่วงคือการได้มาซึ่ง กกต. ชุดใหม่จะล้ำเกินไปจากโรดแมปเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งผมประเมินว่ากว่าจะมี กกต. ชุดใหม่ก็ประมาณ 200 วัน หรือราวเดือน ก.ย." นายสมชัยกล่าว

เปิดปฏิทินสรรหา 7 เสือ กกต. ชุดใหม่ (ก.พ.-ก.ย.)

  • ภายใน 20 วัน : ตั้งคณะกรรมการสรรหา กกต. ชุดใหม่
  • ภายใน 90 วัน : กระบวนการรับสมัครและสรรหา
  • ภายใน 45 วัน : กระบวนการพิจารณาของ สนช.
  • ภายใน 15 วัน : บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็น กกต. ตามมติ สนช. ลาออกจากตำแหน่งเดิม
  • ภายใน 30 วัน : กระบวนการทูลเกล้าฯ ให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ที่มา : นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ประเมินกรอบเวลาผ่านบีบีซีไทย

Image copyright Getty Images

การลงมติไม่รับรองว่าที่ กกต. ทั้ง 7 ถือเป็นเรื่องผิดคาด เพราะไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าการลงมติ สื่อมวลชนใหญ่ เช่น ไทยรัฐ และข่าวสด ต่างอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อว่าการลงมติครั้งนี้ จะ "ผ่านฉลุย" จนสร้างความกังขาว่า คสช. และ สนช. กำลังทำอะไร

"เป็นที่รู้กันดีกว่า สนช. เป็นกลไกหนึ่งของ คสช. แต่การที่ คสช. และ สนช. ไม่ตกลงกันก่อนในเรื่อง กกต.ชุดใหม่ เป็นเรื่องน่าแปลก" ดร. บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวกับบีบีซีไทย