จากเด็กที่คนว่า "แก่แดด" สู่การเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

จากเด็กที่คนว่า "แก่แดด" สู่การเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

เรื่องและวิดีโอโดย สุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ

5 ปีที่แล้ว "น้องแพร" เป็นเด็กหญิงเสื้อฟ้าวัย 5 ขวบเล่นแต่งหน้าพูดคนเดียวหน้ากล้องที่คนรู้จักผ่านทางโซเชียลมีเดีย ในวันนี้ เธอเป็นช่างแต่งหน้าวัย 10 ขวบ และเป็นหนึ่งในทีมช่างแต่งหน้ามืออาชีพที่ได้ทำงานระดับโลกอย่างลอนดอนแฟชั่นวีค 2018

ด.ญ. ณัฏฐนันท์ สนุ่นรัตน์ หรือ "น้องแพร" เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าเธอเริ่มหัดแต่งหน้ามาตั้งแต่ตอนอายุ 3 ขวบ โดยเริ่มแรกใช้เครื่องสำอางที่เหลือจากที่คุณแม่ซื้อมาแต่งหน้าให้เธอสำหรับออกงานโรงเรียน ต่อมาเริ่มมีฝีมือดีขึ้นคุณแม่เริ่มอัดคลิปวิดีโอและโพสต์ลงช่องยูทิวบ์

คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 15 นาที ที่มีหนูน้อยวัย 5 ขวบ แต่งหน้าตัวเองและพูดคนเดียวหน้ากล้องอย่างฉะฉาน ได้รับการแชร์ต่อบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วและมีเสียงตอบรับจากผู้คนจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, Natcha Sanunrat

คำบรรยายภาพ,

คลิปวิดีโอแต่งหน้าคลิปแรกของน้องแพรเมื่อ 5 ปีก่อนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง

น้องแพรพูดถึงกระแสตอบรับจากสังคมว่า ตอนเธออายุ 5 ขวบเธอยังไม่เข้าใจคำวิจารณ์และความคิดเห็นที่คนพูดถึงเธอในโลกออนไลน์ ตอนอายุ 7 ขวบได้กลับมาอ่านข้อความเหล่านั้นอีกที และได้เห็นคำวิจารณ์แรง ๆ หลายคำ ที่เธอเริ่มเข้าใจความหมายของคำบ้างแล้ว

เธอพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าเธอ "แก่แดด" และไม่ควรเล่นแต่งหน้าเพราะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเด็ก ข้อความเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเสียใจ

"ไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องว่าเราด้วย เราทำอะไรผิดเหรอ เราแค่ทำตามความฝันมันผิดตรงไหน แต่ที่รู้สึกแย่ที่สุดคือเวลามีคนบอกว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอนเหรอถึงมาทำอะไรแบบนี้ ตอนนั้นนอนร้องไห้เลยค่ะ" น้องแพรกล่าว

เปลี่ยนคำวิจารณ์เป็นกำลังใจ

หลังถูกกระแสสังคมวิจารณ์อย่างหนักจนรู้สึกท้อ น้องแพรตัดสินใจหยุดทำคลิปแต่งหน้าชั่วคราว นางณัชชา สนุ่นรัตน์ คุณแม่ของน้องแพรบอกว่าช่วงแรกตนเองก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้และไปตอบโต้กับคอมเมนต์เชิงลบ แต่หลังจากกลับมาคิดทบทวนดูจึงบอกตัวเองว่าไม่ควรใส่ใจคำพูดที่บั่นทอนจิตใจเหล่านั้น และควรทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อยอมรับให้ได้ว่าสิ่งที่ทำย่อมมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

ที่มาของภาพ, Natcha Sanunrat

"ถามลูกว่ายังอยากแต่งหน้าไหม ถ้ายังรักและอยากทำตรงนี้อยู่ ก็ต้องเข้มแข็งและผ่านจุดนี้ไปให้ได้ คนที่เขามาว่าหนู แสดงว่าอย่างน้อยเขาก็เสียเวลามาดูหนู" นางณัชชาพูดถึงการให้กำลังใจน้องแพรว่าเป็นสิ่งสำคัญ และสอนให้ลูกมองแต่ด้านดี

ที่มาของภาพ, Natcha Sanunrat

เธอตัดสินใจให้น้องแพรเรียนแต่งหน้าอย่างจริงจังตอนอายุ 7 ขวบเพราะเห็นว่าน้องแพรมีความมุ่งมั่นและมีพรสวรรค์

ปัจจุบัน เพจเฟซบุ๊ก "น้องแพรพาเพลิน" ของเธอมีผู้ติดตามกว่า 7.5 แสนคน ในการทำเฟซบุ๊กไลฟ์แต่งหน้าแต่ละครั้งยังมีคนเข้ามาวิจารณ์เชิงลบอยู่บ้างแต่ก็ได้กำลังใจจากแฟนเพจอยู่เสมอ

นางณัชชาบอกว่า เธอรู้สึกภูมิใจที่น้องแพรสามารถพิสูจน์ตัวเองให้คนที่เคยต่อว่าและดูถูกได้เห็นความสามารถ เธอดีใจที่น้องแพรมีความใฝ่รู้และมีความพยายามสูง ทั้งในเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษและการแต่งหน้า "มีความสุขที่ได้เห็นเขาทำในสิ่งที่เขารัก ดีใจที่เห็นเขาทำตามความฝันของเขาให้สำเร็จได้ด้วยมือของเขาเอง ครอบครัวเป็นได้แค่แรงหนุน แต่ถ้าเขาไม่มีใจคิดพัฒนาตัวเองก็คงไม่สามารถมายืนอยู่จุดนี้ได้"

ที่มาของภาพ, Pardesi Photo

ส่วนน้องแพรบอกว่า เธอยังต้องพัฒนาตัวเองอีกมาก โดยพยายามเรียนรู้อยู่ตลอด หาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม แม้เธอจะคิดว่าตัวเองเขียนคิ้วได้สวยและทาตาได้ดี แต่ยังมีจุดบกพร่องในเรื่องของการเขียนอายไลเนอร์และการติดขนตา

เธอพยายามหานางแบบใหม่ ๆ เพื่อฝึกทักษะการแต่งหน้าสำหรับโครงหน้าที่แตกต่างกัน อีกทั้งเรียนรู้ทฤษฎีการแต่งหน้าอย่างจริงจัง เรียนแต่งหน้าเทคนิคพิเศษ (สเปเชียลเอฟเฟกต์) และแต่งหน้าแฟนซีด้วย

"ถ้าชอบอะไร ลงมือทำเลย วางแผนเลยและบอกตัวเองว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร แล้วต้องไปให้ถึง"

ที่มาของภาพ, BBC Thai

จากการเรียนภาษาสู่งานแฟชั่นระดับโลก

จุดเริ่มต้นของการมาร่วมงานลอนดอนแฟชั่นวีคของน้องแพรมาจากการเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ นางพิไลลักษ์ ชาร์ป เจ้าของ ชาร์ป อิงลิช สคูล โรงเรียนสอนภาษาใน จ. จันทบุรี บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอรู้จักกับครอบครัวน้องแพรและสอนภาษาอังกฤษให้น้องแพรมาหลายปี

เธอจึงชักชวนให้นางณัชชาพาน้องแพรมาเรียนแต่งหน้าที่อังกฤษ และทำเรื่องประสานงานให้น้องแพรมาเรียนที่สถาบันสอนแต่งหน้าเมลวิกในเมืองวอร์ริงตัน ซึ่งครูสอนแต่งหน้าเห็นความสามารถของน้องแพรจึงชักชวนให้ไปร่วมงานลอนดอนแฟชั่นวีคด้วย

"เป็นแฟนเพจน้องแพรมาตั้งแต่เขายังเด็ก ภูมิใจและดีใจกับเขามาก ๆ ที่เขาได้ก้าวขึ้นมาอีกขั้นขนาดนี้" นางพิไลลักษ์กล่าว

น้องแพรเล่าให้ฟังว่า ก่อนมาลอนดอนแฟชั่นวีค เธอรู้สึกกลัวและตื่นเต้น เนื่องจากไม่ค่อยมีโอกาสแต่งหน้านางแบบชาวต่างชาติมากนัก เมื่อครูสอนแต่งหน้าพาไปแนะนำตัวกับนางแบบ หลายคนก็พูดคุยกับเธอด้วยความสนใจ หลังจากงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เธอรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก

ที่มาของภาพ, Sharp English School

คำบรรยายภาพ,

น้องแพรเรียนแต่งหน้าที่สถาบันสอนแต่งหน้าเมลวิก ก่อนได้ร่วมงานลอนดอนแฟชั่นวีค 2018

"เพื่อน ๆ ก็มีมาบอกว่า แพรเธอเก่งมากเลย เป็นไอดอลของฉันเลยนะ คนที่บ้านก็ชมแพร" น้องแพรเล่าถึงความรู้สึกหลังจบงานด้วยรอยยิ้ม เธอบอกว่าเธอไม่ทราบว่าทีมงานจะพาขึ้นไปเดินโชว์ตัวบนเวทีด้วย คิดแค่ว่ามาทำงานแต่งหน้าตามหน้าที่เท่านั้น หลังจากมีภาพเธอบนเวทีออกไป สื่อก็ให้ความสนใจอย่างมาก ทำให้เธอรู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับในแง่ดีและได้รับคำชมด้วย

น้องแพรบอกว่าการได้มางานลอนดอนแฟชั่นวีคเป็นสิ่งที่เธอภูมิใจที่สุด ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่เป็นการตามความฝันขึ้นไปอีกขั้น ในอนาคตเธอหวังจะได้ทำงานที่ฮอลลีวูด ได้ร่วมงานกับนักแสดงและนางแบบชื่อดังของโลก นอกจากนี้ เธอต้องการต่อยอดความสามารถของเธอด้วยการมีแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองและทำธุรกิจออนไลน์