ธนาธร-ปิยบุตร ตั้งพรรค "อนาคตใหม่" ประกาศไม่รับทุกส่วนประกอบ "อประชาธิปไตย"

  • 15 มีนาคม 2018
พรรคอนาคตใหม่ Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นพรรคการเมืองลำดับที่ 58 ที่ยื่นจดแจ้งพรรคต่อสำนักงาน กกต. หลังเปิดให้กลุ่มบุคคลเข้ายื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคได้ตั้งแต่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา

ธนาธร-ปิยบุตร เปิดตัวผู้ก่อตั้งพรรค "อนาคตใหม่" ก่อนยื่นจดแจ้งพรรคต่อ กกต. ลั่นไม่ใช้ทุนส่วนตัวทำพรรค พร้อมประกาศไม่รับนายกฯ คนนอก

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ ไทยซัมมิท กรุ๊ป และ ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงเปิดตัวพรรค "อนาคตใหม่" (Future Forward Party) ก่อนนำทีมคณะผู้ก่อตั้งพรรค 26 ชีวิตยื่นจดแจ้งพรรคต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตั้งเป้าหมายเป็นพรรค "ทางเลือกใหม่" ในภาวะ "ทางตัน" ทางการเมือง ก่อนพัฒนาเป็น "ทางหลัก" ในการนำพาสังคมกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย

สำหรับวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งพรรคมี 3 ประการคือ 1. ช่วยกระตุกความคิดของคนในสังคมให้กลับสู่การเมืองแบบประชาธิปไตย 2. เปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีกว่าที่เป็นอยู่และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้แก่ประเทศ และ 3. เปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทยใหม่

บีบีซีไทยสรุปสาระสำคัญของการวาดภาพอนาคตประเทศไทยและพรรคอนาคตใหม่ ในระหว่างนายธนาธรและ ผศ.ดร. ปิยบุตร ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน ดังนี้

ภาพลักษณ์พรรคนายทุน

- พรรคนี้จะเป็นโมเดลใหม่ของสังคม "อนาคตใหม่" ไม่ใช่อนาคตของธนาธรหรือปิยบุตร แต่จะทำให้ประชาธิปไตยอยู่ในทุกกระบวนการตัดสินใจในทุกระดับ

- ผม (นายธนาธร) ไม่ต้องการให้พรรคนี้เติบโตและอยู่ต่อไปด้วยเงินในกระเป๋าผม และเชื่อว่าพรรคที่ตั้งอยู่บนเงินสนับสนุนของประชาชนเป็นไปได้ จะไม่มีใครสักคนที่แข็งแรงและอยู่เหนือสมาชิกพรรค

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธนาธรบอกว่า พรรคอนาคตใหม่คือพื้นที่สำหรับคนที่ไม่ยอมจำนนกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

จุดยืนของพรรคต่อการปฏิรูป ม.112

- การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ร่วมกับนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ของผม (ผศ.ดร.ปิยบุตร) ตั้งอยู่บนหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ ไม่ว่าบุคคลใดต้องไม่นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตน ซึ่งในบทบาทนั้นถือเป็นเกียรติที่ได้ร่วมต่อสู้และมีความภาคภูมิใจที่ได้จัดทำข้อเสนอจำนวนมากบนพื้นฐานประชาธิปไตย ส่วนถามว่าพรรคอนาคตใหม่จะเอาอย่างไร ผมตอบไม่ได้ เพราะพรรคนี้ไม่ใช่ของผม หรือธนาธร การตัดสินใจเรื่องนโยบายต้องเกิดจากความเห็นร่วมกันของสมาชิก

การต่อสู้กับพรรคอื่นทั้งพรรคใหญ่และพรรคทหาร

- ในอนาคตพรรคนี้จะไม่ใช่พรรคทางเลือก แต่เป็นทางหลักในการแก้ปัญหาและนำสังคมสู่ประชาธิปไตย เราจะเป็น "พรรคทางหลัก" เราจะต่อสู้ในทุกสนามเลือกตั้ง ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกชนชั้นอาชีพ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเกรียน ถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองของเรา

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ประกาศพาสังคมออกจากความขัดแย้ง แต่แกนนำพรรคส่วนหนึ่งถูกมองว่าเลือกข้างและเป็นคู่ขัดแย้งของอีกฝ่าย (ฝ่ายอนุรักษ์นิยม) เช่นกัน

- (ธนาธรตอบสวนทันควัน) เราไม่ได้เลือกข้าง แต่เรามีจุดยืน ถ้าข้ามเส้นนี้มา เราพร้อมต่อต้านและโจมตี ไม่ว่าคุณทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าข้ามเส้นอุดมการณ์ที่เรายึดถือ เราจะต่อต้านและโจมตี อุดมการณ์จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะ "ถือหาง" ข้างไหนเมื่อไร และเราไม่ประนีประนอมกับจุดยืนนี้ ถ้าพรรคอนาคตใหม่ประนีประนอมกับจุดยืนนี้เมื่อไร ผมเป็นคนแรกที่จะลาออกเอง

พรรคคนรุ่นใหม่ที่ขาดประสบการณ์การเมืองแบบคนรุ่นก่อน

- ไม่เคยสงสัยในความเป็นไปได้ในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมก่อตั้งพรรคเลย มันเป็นความเชื่อที่ผิดว่าปัญหาจะถูกแก้ได้ด้วยผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เยอะ

จะสร้างฐานเสียงจากไหน ชูใครเป็นนายกฯ และสนับสนุนนายกฯ คนนอกหรือไม่

- (ธนาธรทำท่าปาดเหงื่อก่อนตอบ) เราต้องการพรรคทางเลือกที่นำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง ดังนั้นเราไม่ได้หวังเป็นพรรคเสียงส่วนน้อย เรามองทุกพรรคเป็นศัตรูทางการเมืองหมด

- ส่วนเรื่องนายกฯ ยังอีกไกล แต่ที่แน่ ๆ พรรคนี้ไม่รับนายกฯ คนนอก ไม่รับส่วนประกอบที่เป็น "อประชาธิปไตย"

มุมมองต่อการรัฐประหาร

- ประเทศไทยเสียเวลาทางเศรษฐกิจมหาศาล เพราะทั้งสังคมเอาพลังทางสังคม พลังความศรัทธา เอาองค์กรอิสระต่าง ๆ ไปเอาชนะทางการเมือง รัฐบาลทหารปกครองมา 4 ปี เท่ากับรัฐบาลเลือกตั้ง 1 เทอม เราเห็นขีดความสามารถในการแข่งขันด้านใดบ้าง ผมคิดว่าผมไม่เห็น... เราเสียต้นทุนความสงบสุขไปเยอะ ซึ่งต้องจ่ายด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ อายุเฉลี่ยของคณะผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 26 คน อยู่ที่ 31 ปีเท่านั้น โดยคนที่อายุน้อยสุดคือ 20 ปี และสูงสุดคือ 60 ปี

ก่อนหน้านี้ คณะผู้ก่อตั้งพรรคมีแนวคิดจะใช้ชื่อพรรค "พลเมืองใหม่" (New Citizen party) แต่ ผศ.ดร. ปิยบุตรบอกกับบีบีซีไทยว่ามีผู้ใช้คำว่า "พลเมือง" ในการยื่นจดแจ้งแล้ว เช่น พรรคพลังพลเมือง ของนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต ส.ส. เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสน จึงเลือกชื่อ "อนาคตใหม่" เป็นชื่อพรรคในที่สุด

แม่ก็ยังเป็นแม่

การเปิดแถลงข่าวในบทบาทใหม่ ที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชื่อว่าจะ "เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล" มีสมาชิกในครอบครัวบางส่วนมาให้กำลังใจ ณ เวทีแถลงข่าวอย่างเงียบ ๆ

แม้คนสำคัญที่สุดในชีวิตคือ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ผู้เป็นประธานกลุ่มไทยซัมมิท และได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 25 ของไทย ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 2.34 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2556 ไม่ได้เดินทางมาร่วมในนาทีสำคัญของบุตรชาย แต่ ธนาธรบอกกับบีบีซีไทยว่าเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) แม่ได้นำส้มมาให้เขา ตามความเชื่อของชาวจีน ส้มหมายถึงการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ

ทว่าไม่มีคำอวยพรใด ๆ ออกจากปากผู้เป็นแม่ นอกจากสายตาที่ห่วงใย

"ไม่ว่าเราจะโตแค่ไหน แม่ก็จะเห็นว่าเราเป็นเด็กอยู่เสมอ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเราเข้ามาตรงนี้แล้วต้องเจอกับอะไร" ธนากรบอก

ก่อนหน้านี้เมื่อ 11 มี.ค. ธนาธรเคยโพสต์ภาพสมพรในเฟซบุ๊ก พร้อมเล่าว่าตัวเองถูกแม่ยิงคำถามใส่ว่า "ไทยซัมมิทหรือประเทศไทย อย่างไหนสำคัญกว่ากัน" เมื่อคำตอบจากบุตรชายคืออย่างหลัง สมพรมีสีหน้าผิดหวัง แม้ไม่เห็นด้วย-ไม่อวยพร-แต่ก็ไม่ห้ามปราม

5 เรื่องน่ารู้ของ “ไพร่หมื่นล้าน”

  • 39 ปี อายุในปัจจุบัน

  • 3 สาขา ป.โท กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ, การเงินระหว่างประเทศ, เศรษฐศาสตร์การเมือง

  • 3 ตำแหน่ง รองประธานไทยซัมมิทกรุ๊ป, กรรมการ บมจ.มติชน, กรรมการ สอท.

  • 4 ฉบับ นสพ. ที่ขาดไม่ได้ทุกวัน – นิวยอร์ก ไทมส์, ไฟแนนเชียล ไทมส์, กรุงเทพธุรกิจ, มติชน

  • 25 อันดับความมั่งคั่งที่ดีที่สุดของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์

ฺBBC Thai

เฉกเช่นคืนสุดท้ายก่อนที่ธนาธรจะก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มขั้น-เปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีคำทักท้วงใด ๆ

"สำหรับแม่ผม การไม่คัดค้าน ก็แปลว่าการอนุมัติ" ธนาธรกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม