แก้อย่างไร หมา-แมวจรจัดทั่วไทยกว่า 1 ล้านตัว เก็บภาษี กำจัด ไม่ใช่ทางออก

  • 19 มีนาคม 2018
"สุนัขใส่ถุงยางอนามัยไม่ได้ จงทำหมันพวกมัน" Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ "สุนัขใส่ถุงยางอนามัยไม่ได้ จงทำหมันพวกมัน"

นักสิทธิสัตว์-กรมปศุสัตว์ประสานเสียง กำจัดสัตว์ไร้เจ้าของ เก็บภาษีสัตว์เลี้ยง ไม่แก้ไขปัญหาสุนัขแมวจรจัดระยะยาว ขึ้นทะเบียน ทำหมัน ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า เป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจะทำให้สามารถแก้ไขได้อย่างถาวร

การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าครั้งใหม่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 30 คนในช่วงสองปีกว่าที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องและข้อเสนอขึ้นมากมายจากความวิตกเรื่องโรคร้ายแรงนี้ รวมทั้งประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ของบรรดาสุนัขและแมวจรจัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหา

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการที่ทำอยู่ในปัจจุบันอย่าง ทำหมัน ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า นั้นไม่ได้ผลอย่างแท้จริง ทำให้มีผู้เสนอแนวทางเข้มข้นกว่าเดิม อย่างเช่น นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ "จ่าพิชิต ขจัดพาลชน" บล็อกเกอร์ชื่อดังเจ้าของเว็บไซต์ Drama Addict ออกมานำเสนอให้ "เซ็ทซีโร่" หรือการกำจัดสุนัขจรจัดที่ไม่สามารถหาบ้านได้อย่างในต่างประเทศ หรือ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ยกตัวอย่างแนวคิดเก็บภาษีคนเลี้ยงสุนัข-แมว เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่เลี้ยงมีความใส่ใจและมีกำลังดูแลสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมวอย่างแท้จริง

บีบีซีไทยได้พูดคุยทั้งกับสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยที่ทำเรื่องการควบคุมประชากรสุนัขและแมวเร่ร่อนมานาน และกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพโดยตรงถึงแนวทางแก้ไขปัญหา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนนำอาหารมาเลี้ยงสุนัขจรจัด

นักสิทธิสัตว์เน้น "ต้องขึ้นทะเบียน"

โรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยไม่เห็นด้วยกับวิธีการกำจัดสุนัขและแมวไร้เจ้าของ เพราะเห็นว่าไม่ได้ผล

"ประเทศไทยเริ่มกำจัดสุนัขเร่ร่อนมาตั้งแต่ปี พศ. 2498 เมื่อมีการประกาศใช้ พรบ.โรคพิษสุนัขบ้า จนมาถึงพรบ.ฉบับใหม่ที่ประกาศใช้ในปี 2535 ซึ่งปัญหาก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลย" เขาระบุ "แต่เมื่อเปลี่ยนวิธีการ หันมาทำหมันและฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมว ก็ทำให้จำนวนโรคพิษสุนัขบ้าในคนนั้นลดลงอย่างมาก จนในปี 2557 สถานการณ์คือไม่พบการเจ็บป่วยในคนเลย และไทยกำลังจะเตรียมตัวประกาศว่าปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2560 แต่สถานการณ์ก็กลับมาระบาดอีกในปี 2559 ทำให้ไม่สามารถประกาศได้" เขาอธิบาย

Image copyright Getty Images

โรเจอร์ระบุว่าเหตุที่โรคพิษสุนัขบ้ากลับมาอีกก็เพราะการฉีดวัคซีนและทำหมันลดลงไป จากงบประมาณที่ลดลง รวมทั้งการซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออกมาแย้งว่าหน่วยงานท้องถิ่นไม่มีหน้าที่มาทำเรื่องนี้ ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นเลิกโครงการไปเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการระบาดในปี 2559 - 2560 และปีนี้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่โรเจอร์กล่าวนั้นสอดคล้องกับจากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในปี 2559 มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และในปี 2560 มีผู้เสียชีวิต 11 ราย

ส่วนสถิติของปีนี้ก็คือในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 มีนาคม 2561 มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไปแล้วถึง 6 ราย รายล่าสุดนั้นอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์

โรเจอร์ชี้ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ ก็คือ การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง "เมื่อมีการขึ้นทะเบียน ฝังไมโครชิปแล้วคนก็ไม่กล้าที่ปล่อยสุนัขหรือแมวตามที่สาธารณะเพราะจะตามตัวเจอ และจะถูกลงโทษ" ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานของการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง

ก่อนหน้านี้ทางกรุงเทพมหานครก็เคยทำโครงการขึ้นทะเบียนฝังชิปมาแล้วแต่ก็ประสบความล้มเหลว เพราะทำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีหน่วยงานใดร่วมด้วย ดังนั้นครั้งนี้ทางเลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยจึงเสนอให้กรมปศุสัตว์เข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การทำหมันสุนัขในวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ก็ต้องมีการทำหมัน ฉีดวัคซีนให้กับสัตว์เร่ร่อนอย่างต่อเนื่อง รัฐควรจะสนับสนุนสถานสงเคราะห์ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อให้รับสัตว์เร่ร่อนเหล่านี้มาดูแลได้ "ถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผมคิดว่าภายในสิบปีเราจะสามารถแก้ไขปัญหาหมาแมวจรจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ" เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยกล่าว

นายโรเจอร์ประเมินว่าขณะนี้มีสุนัขเร่ร่อนทั่วประเทศราว 800,000 ตัว ส่วนแมวเร่ร่อนนั้นมากกว่าสุนัขราว 2 เท่า จำนวนแมวเพิ่มขึ้นมากในระยะหลัง เนื่องจากการจับทำหมันยากกว่าสุนัขมาก

"ปัจจุบันจะพบเห็นแมวออกมาเดินตามท้องถนนง่ายดายขึ้นกว่าเดิม ซึ่งไม่ใช่นิสัยของแมว แต่นั่นเนื่องจากที่ที่แมวจะอยู่อาศัยได้นั้นเต็มไปหมดแล้ว ซึ่งหากไม่มีการดำเนินมาตรการเข้มข้นจะทำให้โรคพิษสุนัขบ้าระบาดมากขึ้น รวมทั้งจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญในสังคมเพิ่มขึ้นด้วย" เขาสรุป

กรมปศุสัตว์:ปี 63 ต้องทำหมันหมาแมวเร่ร่อนให้หมด

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุกับบีบีซีไทยว่าจากสถิติที่กรมปศุสัตว์เก็บมานั้นเมื่อปี 2559 นั้น พบว่าสุนัขแมวเร่ร่อนมีอยู่ทั่วประเทศราวหนึ่งล้านตัว โดยเป็นสุนัขราวเจ็ดแสนตัว และแมวราวสามแสนตัว ซึ่งน้อยกว่าข้อมูลของสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยอย่างมาก

อย่างไรก็ตามทั้งสองเห็นพ้องกันว่าการฆ่าสัตว์เร่ร่อนเหล่านี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี เนื่องจากไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร "สิ่งที่เราเน้นมาตลอด ก็คือ การทำหมัน" อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว และเน้นว่า "ตอนนี้เรามีเป้าหมายใหญ่ ภายในสามปีต้องจบ คือภายในปี 2563 จะต้องผ่าตัดทำหมันจนสุนัขแมวไม่มีเจ้าของให้หมด ตอนนี้ก็ระดมสัตวแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนออกหน่วยทำกันอยู่"

นอกจากนี้ก็เน้นเรื่องการนำเอาสุนัขแมวเร่ร่อนมาเลี้ยงเอาไว้ในบ้านพักสัตว์ ขณะนี้กรมปศุสัตว์มีบ้านพักสัตว์อยู่สองแห่งคือที่บุรีรัมย์กับกับนครพนม ซึ่งสามารถรับสุนัขและแมวได้รวมกัน 5,000 ตัว และกำลังสร้างอีกเพิ่มอีกที่เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา อุทัยธานี และนครศรีธรรมราช

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แมวเร่ร่อนที่ภูเก็ต

ทางกรมฯยังได้มีแนวทางช่วยเหลือบ้านพักสัตว์ของเอกชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศอีก 40-50 แห่ง ซึ่งสามารถรับสุนัขและแมวได้ราว 200-300 ตัวต่อแห่งอีกด้วย

"นอกจากนี้ก็ยังต้องเพิ่มการบังคับใช้กฎระเบียบเรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ซึ่งอยู่ภายใต้พรบ. สาธารณสุขให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งการบังคับใช้เป็นอำนาจของหน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างเช่น อบต. หรือเทศบาล" นายสัตวแพทย์อภัยชี้

ภายใต้ระเบียบเรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์นี้ กำหนดระวางโทษสำหรับผู้ที่นำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยทิ้งหรือไม่รักษาความสะอาด หรือปล่อยให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชน ผู้เป็นเจ้าของจะถูกปรับ 5,000 บาท

อย่างไรก็ดีนายสัตวแพทย์อภัยก็ระบุว่าทั้งรัฐและเอกชนทั้งที่เป็นหน่วยงาน และชาวบ้านก็ต้องช่วยกัน เพราะปัญหานั้นใหญ่เกินกว่าที่กรมปศุสัตว์จะดูแลฝ่ายเดียวได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม