ม.44 ปลด "สมชัย" พ้น กกต.

  • 20 มีนาคม 2018
สมชัย กกต Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากการให้สัมภาษณ์ความเห็นส่วนตัวต่อสื่อกรณีกำหนดการเลือกตั้ง

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 เรื่อง ให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันนี้ (20 มี.ค.) ยังระบุถึงสาเหตุการให้นายสมชัย ยุติการปฏิบัติหน้าที่ว่า พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกรณีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเห็นของตนเกี่ยวกับกระบวนการและกำหนดการการเลือกตั้งด้วยถ้อยคำที่ไม่สมควรในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความสับสน อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและการจัดการการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

หลังมีคำสั่งออกมาในวันนี้ บนเฟซบุ๊กของนายสมชัย ที่ใช้ชื่อว่า Srisutthiyakorn Somchai ได้แชร์ลิงค์ข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง โดยได้เขียนข้อความระบุว่า "รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้เปิดหน้า คสช."

คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว ยังระบุถึงกรณีที่นายสมชัย สมัครเป็นเลขาธิการ กกต. โดยไม่ได้ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ กกต.ด้วย เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง และส่งผลต่อความเป็นธรรมต่อการคัดเลือกเลขาฯ กกต. จึงไม่สมควรให้นายสมชัย ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับการให้ประธาน กกต.และ กกต.ที่อยู่ในตำแหน่งก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยังอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และไม่กระทบต่อการเตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคำสั่งให้นายสมชัย ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต.ตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ และให้ประธาน กกต.และ กกต.ที่มีอายุครบ 70 ปี ที่อยู่ในตำแหน่งก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยังอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธาน กกต.และ กกต.ที่อยู่ระหว่างการสรรหาจะเข้ามารับหน้าที่

2เรื่องสุดท้าย สมชัย แสดงความเห็นก่อนถูกปลดพ้น กกต.

  • จำแนก สนช. 5 แบบ ยื่นตีความกฎหมายลูก ส.ว.

นายสมชัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ต่อกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หลังผ่านความเห็นชอบ ไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค.

สมชัย ตั้งข้อสังเกตจากคะแนนที่ สนช.มีมติเห็นชอบ 202 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง ขาดประชุม 32 คน ว่า สนช. 30 คน ที่ร่วมลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายอยู่ในกลุ่มใด พร้อมตั้งคำถามเฉพาะเจาะจงถึงนายสมชาย แสวงการ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม สนช.ที่ร่วมลงชื่อยื่นตีความกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ส่งร่างกฎหมายลูก ส.ว. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในบทเฉพาะกาลแล้ว

  • ยื่นตีความกฎหมายลูก ส.ส.-ส.ว. ทำเลือกตั้งเลื่อน 2-6 เดือน

16 มี.ค. มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสมชัย กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษเรื่องการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมแก่ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 9 ระบุว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกฎหมายลูก ส.ส.และ ส.ว. 2 ฉบับ จะทำให้โรดแมปเลือกตั้งเลื่อน 2-6 เดือน

นายสมชัย ยังท้าให้ สนช.ที่ออกมารับประกันว่าการยื่นตีความจะไม่ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป ออกมาประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่รับเงินเดือนช่วงเวลาที่ทำให้เลือกตั้งเลื่อน นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นว่าหากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แสดงว่า สนช.คิดไม่รอบคอบ สะท้อนว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ถือว่าเปลืองเงินเดือน

"ใครบอกที่ไม่กระทบโร้ดแม็ป ให้ไปเรียนบวกเลขกันใหม่" เป็นข้อความที่นายสมชัย โพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 14 มี.ค. หลังนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกข้อทักท้วงต่อ สนช. ขอให้มีการยื่นกฎหมายลูก ส.ส.และ ส.ว.ต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ

เพราะหากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องทดเวลาเพิ่มอีก 2 เดือน เผื่อการวินิจฉัยของศาล จากขึ้นตอนปกติ วันเลือกตั้งจะเคลื่อนจากโรดแมปจากเดือน ก.พ. เป็น เม.ย.2562

ขณะเดียวกันนายสมชัย ยังยกวรรคสามของ มาตรา 148 เขียนว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นสาระสำคัญของกฎหมายให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นตกไป โดยชี้ประเด็นว่าข้อท้วงติงจากประธาน กรธ.เป็นสาระสำคัญของกฎหมายลูก ส.ว. ซึ่งถ้าถูกตีตก ก็ต้องร่างใหม่ใช้เวลาอีก 6 เดือน

Image copyright ราชกิจจานุเบกษา
Image copyright ราชกิจจานุเบกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม