วิเคราะห์: โจทย์ใหญ่ “เพื่อไทย” พรรคไร้หัว?

  • 30 มีนาคม 2018
ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมงานเปิดตัวหนังสือของฮาจิเมะ อิชิอิ ที่ประเทศญี่ปุ่น

การปรากฏตัวคู่กันของ 2 พี่น้องตระกูลชินวัตร ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหลบหนี "หมายจับ" หลายคดีในประเทศไทย ในงานเปิดตัวหนังสือของอดีตรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในแขวงชิโยดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วานนี้ (29 มี.ค.) ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตามไล่-ล่าตัว 2 ผู้นำพเนจรไม่พบเป็นแรมปี

แต่ยังส่งผลกระทบต่อเกมการเมืองภายในพรรคเพื่อไทย จากคำประกาศเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรรคที่เขาปลุกปั้นขึ้นมา หลังถูกสื่อตั้งคำถามถึงแผนจัดเลือกตั้งของรัฐบาลทหารที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ. ปีหน้า

"ผมไม่เกี่ยวกับพรรค และพรรคไม่อนุญาตให้ผมเกี่ยวข้อง ผมเชื่อว่ามีคนดี ๆ จำนวนมากอยู่ในพรรคเพื่อไทย และพวกเขาควรมีความสามารถในการนำพรรคไปสู่ชัยชนะถล่มทลายอีกครั้งหนึ่ง" ทักษิณให้สัมภาษณ์อาซาฮี

แม้ไม่ใช่ "บท" ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ไม่อนุญาตให้ "คนนอก" ควบคุม-ครอบงำกิจการพรรคการเมือง โดยกำหนดโทษถึงขั้นยุบพรรค

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ทักษิณ ชินวัตร เคยสไกป์มาอวยพรสมาชิกพรรคเพื่อไทย และขอให้ลงพื้นที่พบประชาชน

ทว่าการออกมาสื่อสารของทักษิณเกิดขึ้นในจังหวะที่พรรคนัดหมายอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และอดีตผู้สมัคร ส.ส. มา "เช็คชื่อ" ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคในวันที่ 4 เม.ย. นี้ ในสภาพการณ์ "พรรคไร้หัว" ไม่มีหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอำนาจเต็ม

เปิด 3 เหตุผล วัน "เช็คเสียง" อดีต ส.ส. ไม่พึ่บพับ

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในวันดังกล่าวคงไม่เกิดภาพอดีต ส.ส. "ตบเท้าเข้าพรรคพึ่บพั่บ" ด้วยเหตุผล 3 ประการ

หนึ่ง อดีต ส.ส. บางส่วนอยู่ระหว่างเตรียมย้ายสังกัด เช่น อดีต ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มวาดะห์" นำโดยวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะลงสนามเลือกตั้งในนามพรรคประชาชาติที่เพิ่งยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคใหม่

สอง อดีต ส.ส. บางส่วนอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์-รอความชัดเจนว่าพรรคจะส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบเขตที่มี 350 ที่นั่งหรือไม่

และสาม อดีตแกนนำพรรคและ ส.ส. บางส่วนไม่พอใจ-ไม่ยอมรับบุคคลที่แสดงตัวว่าอาจเข้ามาเป็น "แม่ทัพ" คุมพรรคคนใหม่ จนถึงขั้นงดเข้าพรรค และรุดไประบายความคับข้องใจกับทักษิณ จน "ผู้นำแดนไกล" ต้องชิงจบบทสนทนากับอดีตลูกพรรคบางคนว่า "ถ้าจะมาพูดเรื่องนั้น รู้อยู่แล้ว"

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ระหว่างพบปะมวลชนที่ไปให้กำลังใจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันตัดสินคดีจำนำข้าว หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อปี 2560

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังปรากฏข่าวลือ-ข่าวลวงเกี่ยวกับแผนดัน "เฮีย" เสียบแทน "เจ้" หลุดรอดออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ หลังอดีตรัฐมนตรีและ ส.ส. อย่างน้อย 3 กลุ่มเดินทางไปพบทักษิณที่ประเทศจีน เกาะฮ่องกง และสิงคโปร์ เมื่อเดือน ก.พ. จนบุคคลที่ถูกพาดพิงต้องออกมาปฏิเสธ ด้วยเพราะ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หรือ "เฮียเพ้ง" ไม่เคยเข้าพรรคมานานมากแล้ว แต่เจ้าตัวได้ตอบรับในหลักการ "พร้อมทำให้พรรคกลับมากลมเกลียว"

เดือนต่อมา มีรายการ "ชกข้ามรุ่น" เมื่อพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายของพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ผู้เดินสายไปพบปะทักษิณอยู่เนือง ๆ ออกมาวิจารณ์คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือ "เจ้หน่อย" ผ่านสื่อ จนเกิดการตอบโต้กันไปมาระหว่าง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ให้เหตุผลว่านารีรายนี้ "เหมาะสมอย่างยิ่ง" ที่จะเป็นผู้ถือธงนำพรรค สุดท้าย "ศึกใน" สงบลงเมื่อพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายทักษิณ สวมบท "ผู้ใหญ่ของพรรค" ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "สอนมวย" มนุษย์การเมืองว่า "คิดจะแจ้งเกิดแบบผิด ๆ อาจกลายเป็นแจ้งดับได้"

ชู "หญิงหน่อย" เป็นหัวยังไม่ได้ เหตุไม่เป็นสมาชิกเพื่อไทย

คำถามคือเมื่อทักษิณส่งสัญญาณเปิดทางให้บรรดา "คนดี ๆ ที่มีความสามารถในการนำพรรค" ขึ้นทำหน้าที่ผู้นำพรรคคนใหม่ในการเมืองหลังยุค "ชินวัตร" (Post-Shinawatra Era) จะทำให้บรรยากาศช่วงชิงการนำในพรรคเพื่อไทยหวนกลับมาหรือไม่

Image copyright Getty Images

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่ม กทม. ของคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวยืนยันกับบีบีซีไทยว่าไม่มีความขัดแย้งระหว่างบุคคล แต่ยอมรับว่าอาจเกิดความคิดเห็นไม่สอดคล้องกันของสมาชิกบ้าง แต่พรรคมีกระบวนการให้ทุกฝ่ายมามีส่วนร่วม เพื่อหาข้อยุติที่ดี "ไม่มีคลื่นใต้น้ำ ไม่มีความแตกแยกแน่นอน"

ส่วนที่อดีต ส.ส.บางกลุ่มไม่ยอมรับในบทบาทผู้อาสาเป็น "แม่ทัพ" คนใหม่ จะส่งผลต่อการเข้ายืนยันตัวตนการสมาชิกพรรคหรือไม่นั้น น.อ.อนุดิษฐ์บอกว่า การมีผลทางจิตวิทยาต่อ ส.ส. ไม่เทียบเท่ากับการดำรงอยู่ของพรรคที่ต้องทำตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามเขาเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่คุณหญิงสุดารัตน์ หรือใครก็ตามต้องออกมาประกาศความพร้อมเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เนื่องจาก คสช. ยังไม่ได้ "ปลดล็อก" ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้

"เราจะไม่พยายามทำอะไรที่ข้ามขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความตามกฎหมาย แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป" อดีตนักการเมืองคนสนิทคุณหญิงหน่อยระบุ

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ พรรคเพื่อไทยนำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (ขวาสุด) ร่วมประชุมกับ กกต. เมื่อ 28 มี.ค. ท่ามกลางข้อเรียกร้องให้ "ปลดล็อก" การเมือง

นอกจากแรงต้านภายใน คุณหญิงสุดารัตน์ยังเผชิญอีกปัญหาใหญ่คือการไม่มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย. นี้ เนื่องจากสำนักงาน กกต. เปิดให้เฉพาะสมาชิกพรรครายเก่ายืนยันตัวตนเท่านั้น และยังไม่มีกำหนดว่าจะให้พรรคการเมืองรับสมัครสมาชิกหน้าใหม่ได้เมื่อไร

นั่นทำให้สถานะของคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ต่างอะไรจากทักษิณคือเป็น "คนนอก" และสุ่มเสี่ยง "ถูกตีความ" นี่เป็นอีกประเด็นที่ฝ่ายต่อต้าน "เจ้" เริ่มหยิบมา "ตีกัน" การเข้าไปนั่ง "หัวโต๊ะ" ประชุมวาระต่าง ๆ ของเธอ จึงไม่แปลกหากการให้สัมภาษณ์-เดินสายไปงานเสวนาในระยะหลัง คุณหญิงสุดารัตน์จะย้ำตลอดว่าทำในนาม "ส่วนตัว" ไม่เกี่ยวกับพรรค

ส่วนสาเหตุที่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยตั้งแต่พ้นโทษแบนการเมือง 5 ปีพร้อมสมาชิกบ้านเลขที่ 111 (ปี 2555) นั้น น.อ.อนุดิษฐ์ปฏิเสธจะให้ความเห็น

ย้อนบทเรียนอดีต... เปิดตัวช้า อาจสายเกินไป

สภาพการณ์ "พรรคไร้หัว" กำลังสร้างความกังวลใจให้แกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วน เพราะทำให้ไม่มี "ผู้ตัดสินใจ" เด็ดขาด และไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนในนาม "พรรค" ได้ แม้แกนนำบางส่วนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสกำชัยชนะในการเลือกตั้งก็ตาม (ด้วยคะแนนเสียงลดลง)

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2547

หนึ่งในบทเรียนที่น่าศึกษาจากอาการ "มั่นใจมากเกินไป" ของพลพรรคทักษิณ จนพลาดท่าคือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ปี 2547 ที่พรรคไทยรักไทยประกาศสนับสนุน ปวีณา หงสกุล ผู้สมัครอิสระ ในนาทีท้าย ๆ เพราะมั่นใจว่า "ได้แน่" เนื่องจากขณะนั้นคะแนนนิยมในรัฐบาลทักษิณพุ่งถึงขีดสุด จึงปล่อยให้ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายา "หล่อเล็ก" เดินหาเสียงโกยคะแนนไปล่วงหน้า สุดท้ายก็เป็นอภิรักษ์ที่ชนะเลือกตั้ง-ได้เข้าไปทำหน้าที่พ่อเมือง กทม. เพราะกว่าไทยรักไทยจะเปิดตัว ประชาชนก็ตัดสินใจไปแล้ว

กรณี "หล่อเล็ก" ปี 2547 กำลังถูกหยิบยกมาเทียบเคียงกับการก่อตัวของพรรคอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่อาจชิงมวลชนในเขตเมือง-ปีกประชาธิปไตยไปจากพรรคเพื่อไทย (ถ้าตั้งพรรคได้)

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม บอกว่า "ไม่หวั่นไหว" กับการประกาศว่าจะชนะการเลือกตั้งของทักษิณ และปฏิเสธข่าว คสช. ทำโพลภายในพบพรรคเพื่อไทยมีโอกาสคว้าเก้าอี้ ส.ส. 220-230 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตามไม่ใช่แกนนำพรรคเพื่อไทยทุกคนที่ตระหนักในปัญหา "พรรคไร้หัว" เพราะโจทย์สำคัญในการเลือกตั้งปี 2562 ของพวกเขาอาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่เป็นการมีชื่อปรากฏในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซึ่งมีได้เพียง 3 คน และจะเป็น "นายกฯ รุ่นที่ 5" ของฝ่ายทักษิณ นับจาก ทักษิณ ชินวัตร, สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

และทำให้สภาพการณ์ "พรรคไร้หัว" คงอยู่กับพรรคเพื่อไทยไปเรื่อย ๆ อย่างน้อย 4 เดือน หรือจนถึงวันปลดล็อกการเมือง ซึ่งตามปฏิทินของ กกต. ระบุไว้ว่าราวเดือน ก.ค.นี้!!!

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม