ม.44 อุ้มทีวีดิจิทัล พ่วงกรมประชาฯ หาโฆษณาได้

  • 23 พฤษภาคม 2018
นายกให้สัมภาษณ์ Image copyright Getty Images

หนึ่งชั่วโมงก่อนถึงกำหนด "เส้นตาย" ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลชำระค่าใบอนุญาตงวดที่ 5 ซึ่งจะสิ้นสุดตามเวลาราชการ 16.00 น. ปรากฏว่ารัฐบาล คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยให้พักชำระการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้ 3 ปี นอกจากนี้ยังพ่วงการเปิดทางให้กรมประชาสัมพันธ์หารายได้จากการโฆษณาด้วย

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2561 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยมีเนื้อหา 10 ข้อ สรุปสาระสำคัญได้ 3 ประการ ดังนี้

Image copyright ราชกิจจานุเบกษา
คำบรรยายภาพ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2561 มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล

ประการแรก หากผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรายใดไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ ให้ทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใน 30 วัน เพื่อขอพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้ไม่เกิน 3 ปีนับแต่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน กสทช.

ประการที่สอง ให้ กสทช. จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ให้กับผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่า MUX เป็นเวลา 2 ปี โดยใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ประการที่สาม กรมประชาสัมพันธ์อาจมีเงินรายได้จากการโฆษณาได้เท่าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการตามวัตถุประสงค์โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากำไรทางธุรกิจ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศกำหนด

การออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ในครั้งนี้ เป็นผลจากการหารือร่วมกันระหว่าง คสช. กสทช. ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และนักวิชาการ ซึ่งตั้งวงพูดคุยกัน 3 รอบ อย่างไรก็ตามข้อเสนอหนึ่งที่ไม่ถูกบรรจุลงคำสั่งหัวหน้า คสช. ในครั้งนี้คือ การอนุญาตให้โอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ได้

Image copyright wasawat lukharang/bbcthai

"เราไม่อยู่ในฐานะคัดค้านได้"

แม้ว่าข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้จะได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที แต่นายสุภาพ คลี่กระจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล บอกกับบีบีซีไทยว่า การที่คำสั่งดังกล่าวอนุญาตให้ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งได้รับใบประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ประเภทบริการสาธารณะ สามารถมีรายได้จากการโฆษณาได้นั้น เป็นอำนาจของ คสช.

นายสุภาพ อธิบายเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เคยยื่นขอเรื่องดังกล่าวไป ซึ่งอำนาจการตัดสินใจไม่ใช่อำนาจของผู้ประกอบการ หากถามว่ามีผลกระทบผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจที่เหลืออีก 22 ช่องหรือไม่ นายสุภาพบอกว่า คงมีผลกระทบไม่มาก เนื่องจากโฆษณาของกรมประชาสัมพันธ์เป็นคนละกลุ่มเป้าหมาย อาทิ รัฐวิสาหกิจ หรือแนวเชิงการค้า

"ผมต้องยอมรับว่า เราไม่อยู่ในฐานะที่จะคัดค้าน ต่อต้านอะไรได้" นายสุภาพกล่าว

Image copyright FACEBOOK/DIGITAL TV (NBTC)
คำบรรยายภาพ การประมูลทีวีดิจิทัลช่วงปลายปี 2556 ทำให้วงการโทรทัศน์ไทยเกิดช่องรายการเพิ่มเป็น 36 ช่อง แบ่งเป็น 3 ประเภท 1.บริการสาธารณะ 2. บริการเชิงธุรกิจ 3. บริการชุมชน โดยมีเพียงบริการธุรกิจเท่านั้นที่สามารถหารายได้จากโฆษณา

อย่างไรก็ตาม หากถามว่าผิดข้อตกลงที่เคยทำไว้ก่อนประมูลทีวีดิจิทัลหรือไม่ เพราะเมื่อครั้งนั้นดำเนินการอยู่บนพื้นฐานมีทีวีเชิงพาณิชย์จำนวนหนึ่ง แต่เมื่ออนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าของช่องเอ็นบีที สามารถมีรายได้จากการโฆษณาได้ นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ยอมรับว่าการแข่งขันเพิ่มขึ้น อย่างก็ต้องแข่งขันกันที่คุณภาพของรายการมากกว่า

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยออกมาแสดงความประหลาดใจหลัง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ออกมาเปิดเผยว่าได้เสนอให้ คสช. ใช้มาตรา 44 เพื่อปลดล็อกให้กรมฯ สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ โดยนายวิษณุบอกว่า "ไม่รู้ว่าติดล็อกอะไร ถึงต้องปลดล็อก ส่วนที่บอกว่าเพราะงบประมาณไม่เพียงพอนั้น เขาก็อ้างอย่างนั้น และคงไม่ถึงกับหาโฆษณาได้ขนาดนั้น แต่อาจหาโฆษณาได้เพียงบางส่วน ซึ่งไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนบอกว่าหาได้เท่าไรจึงจะเพียงพอแล้ว จึงให้กรมประชาสัมพันธ์ไปคุยกับ กสทช. วางแผนปฏิบัติงานกันเอง"

ช่องเอ็นบีทีไม่ใช่ทีวีสาธารณะช่องแรกที่หาโฆษณาได้

ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ช่องเอ็นบีที หรือเดิมคือ ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ จัดอยู่ในหมวดใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลบริการสาธารณะ ประเภทที่ 3 ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ซึ่งไม่อนุญาตให้หาได้จากโฆษณา

คำบรรยายภาพ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ฉบับนี้ ยังให้กรมประชาสัมพันธ์ สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ จากเดิมที่หารายได้จากโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ด้วยคำสั่งล่าสุดจากหัวหน้า คสช. ในส่วนที่ 2 ได้กำหนดไว้ว่า กรมประชาสัมพันธ์อาจจะมีเงินรายได้จากการโฆษณาได้ "เท่าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการตามวัตถุประสงค์โดยไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากำไรทางธุรกิจ"

โดยข้อความดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับการกำหนดแหล่งรายได้จากการโฆษณาของช่อง ททบ.5 ของกองทัพบก ซึ่งจัดเป็นทีวีบริการสาธารณะ ประเภทที่ 2 ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยสาธารณะ โดย กสทช. อนุญาตให้ ททบ.5 สามารถมีโฆษณาได้เฉลี่ยชั่วโมงละ 8-10 นาที ซึ่งใกล้เคียงกับทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ ที่สามารถมีโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาที 30 วินาที