"กับดัก" และทางออกประชาธิปไตยของ ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ประชาชนปฏิรูป

  • 14 มิถุนายน 2018
งานเสวนา 69 ปีรัฐศาสตร์ มธ. Image copyright BBC Thai

อภิสิทธิ์-จาตุรนต์-ธนาธร-ไพบูลย์ แกนนำ 4 พรรคการเมืองที่เตรียมลงสู่สนามเลือกตั้งปี 2562 ฉายภาพ "กับดัก" และทางออกของอนาคตประชาธิปไตยไทย

ในงานเสวนาวิชาการ "อนาคตประชาธิปไตยไทย: ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง?" จัดโดยคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบ 69 ปี พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ต่างสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับปี 2560 ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน พร้อมชี้ว่าการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือกับดักในการคืนประชาธิปไตยให้ประเทศ โดยเพื่อไทยถึงขั้นเรียกร้องให้รัฐบาล คสช. ลาออกในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้ง เปิดทางให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงนั่งเป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการ ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน แห่งพรรคประชาชนปฏิรูป ขอทุกฝ่าย "อดทนอีก 5 ปี" หลังเลือกตั้ง

บีบีซีไทยสรุปสาระสำคัญต่อมุมมองของ 4 พรรค มานำเสนอ ดังนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

Image copyright BBC Thai

กับดัก: เราต้องการให้ประเทศไทยกลับคืนสู่วิถีประชาธิปไตย และสามารถรักษาไว้ได้ทั้ง "รูปแบบ" และ "สาระ" ของประชาธิปไตย ในทัศนะของเขามองเห็น 2 "กับดักใหญ่" ที่ขัดขวางการสร้างประชาธิปไตย นั่นคือ

  1. ประกาศและคำสั่ง คสช. ที่สกัดไม่ให้เดินตามโรดแมปที่ คสช. กำหนดไว้ แม้มีการประกาศใช้ รธน. และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญ (พ.ร.ป.) หลายฉบับแล้วก็ตาม
  2. ความเป็นไปได้ในการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ภายได้ "กับดักย่อย" 4 ประการคือ
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีอิสระและเป็นกลางมากน้อยแค่ไหน หลังหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดกรรมการ กกต. ไป 1 คน
  • ผู้มีอำนาจปัจจุบันส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นทุกวันว่าจะมาเป็น "ผู้เล่น" จากเดิมเคยวางบทบาทตัวเองเป็น "กรรมการห้ามมวย"
  • การมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนที่ไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง แต่มีสิทธิลงคะแนนเลือกหัวหน้ารัฐบาล หมายความว่าคนเหล่านี้มีบทบาทในฐานะ "ผู้เล่น" โดยไม่ยึดโยงกับประชาชนและอาจใช้อำนาจสวนทางกับประชาชน
  • รธน. ฉบับปี 2560 ยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย และหลายบทบัญญัติเป็นอุปสรรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย

แม้นายอภิสิทธิ์แสดงความมั่นใจว่าหลังการเลือกตั้งจะมีจำนวน ส.ส. ในสภาที่อยากแก้ รธน. เกิน 375 เสียง ปัญหาใหญ่อยู่ที่วิธีเขียนว่าจะแก้อย่างไร "ถามว่าทำไมผมไม่โดดไปที่ รธน. เลย ผมยอมรับว่ากติกานี้ไม่ใช่กติกาถาวรที่ดีที่จะใช้ได้ แต่ถ้าไปแก้ก็จะไปติดกับดักเดิมคือพอนักการเมืองได้อำนาจแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง"

เขาบอกด้วย คนที่ได้อำนาจต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าอุปสรรคที่ รธน. สร้างขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างไร เพราะถ้าเราตั้งโจทย์ว่าเราไม่เอา เราจะต่อสู้ตั้งแต่นาทีแรกของการเลือกตั้ง ก็จะมีคนอีกกลุ่มออกมาพูดอีกอย่าง

ทางออก: คนเขียน รธน. ฉบับปี 2560 มีเจตนาชัดเจนไม่ให้ คสช. และเครือข่ายเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองหลังการเลือกตั้ง สะท้อนผ่านบทบัญญัติให้ลาออกจากตำแหน่งปัจจุบันภายใน 90 วันหลังประกาศใช้ รธน. ดังนั้นข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์คือ

  1. คสช. ควรประกาศให้ชัดว่าจะทำตามเจตนารมณ์ของ รธน. หรือจะลงการเมือง เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเรียกนายกฯ คนในหรือคนนอกก็ต้องมีการแข่งขันที่เท่าเทียมกับคนอื่น ไม่เช่นนั้นก็เลิกพูดเรื่องประชาธิปไตยแบบธรรมาธิปไตยไปได้เลย
  2. ในการจัดตั้งรัฐบาลต้องเคารพเสียงข้างมากในสภาฯ ส.ว. จะมาฝืนความตั้งใจของเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ได้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย (ซ้าย)

กับดัก: เขาเห็นสอดคล้องกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าการมีอำนาจเต็มของ คสช. ถือเป็นกับดักสำคัญในการเลือกตั้ง ทั้งในแง่การแทรกแซงกระบวนการ, การมีคำสั่งที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และการใช้ ส.ว. แทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถ้าไม่ทำตามจะนำไปสู่การถอดถอนหรือการลงโทษทางอาญาถึงขั้นติดคุก

"แสดงว่ากับดักจะมีอายุไป 20 ปี ถ้า คสช. เข้ามาบริหารได้บ้านเมืองก็จะถูกปกครองด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเนื้อหาสับสนอลหม่านไปหมด โดยแผนเหล่านี้ประชาชนไม่มีส่วนร่วม... เมื่อรู้ตัวอีกทีว่าติดกับดัก เราไปไหนไม่ได้ ก็ต้องแก้ด้วยการแก้ไข รธน. แต่ปรากฏว่า รธน. ฉบับนี้ก็แก้ไม่ได้อีก กลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่อีก"

นายจาตุรนต์กล่าวสรุปว่า 4 ปีที่ผ่านมา นอกจาก คสช. ไม่แก้ปัญหาเก่า ยังสร้างปัญหาในอนาคตเป็นกับดักของประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขที่ปลูกฝังกันมาว่าสังคมไทยขาด คสช. ไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและนำไปสู่การรัฐประหารได้อีก

ทางออก: ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงก่อนการเลือกตั้ง มีดังนี้

  1. ให้ คสช. กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วและระบุวันที่แน่นอน
  2. ในเวลา 3 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง ให้ หัวหน้า คสช. งดใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งทั้งหมด
  3. ให้นายกฯ และครม. ทั้งคณะลาออก แล้วให้ปลัดกระทรวงต่าง ๆ ทำหน้าที่ตามมาตรา 168 ของ รธน. จากนั้นให้ ครม. รักษาการใช้อำนาจตามจำเป็น ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 269 ของ รธน.
  4. ให้ยกเลิกการใช้คำสั่ง คสช. ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม

ส่วนช่วงการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ และสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง หรือชื่อเข้ามาเป็นนายกฯ คนนอก พรรคก็ไม่สนับสนุน เพื่อป้องกันไม่ให้ คสช. สืบทอดอำนาจ นอกจากนี้จะประกาศ "แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ" โดยชูเป็นธงหาเสียงเลือกตั้งของพรรค

"เราคาดว่า ส.ว. ที่เตรียมมาจะไม่หลุดสักเม็ด ทุกคนจะหนุนนายกฯ คนนอก ทุกคนจะรักษารัฐธรรมนูญไว้ยิ่งชีวิต" ส่วนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ พรรคจะปฏิบัติตาม แต่เชื่อว่าเรามีสิทธิอย่างสมบูรณ์ว่า "เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราจะจะยกเลิก"

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

Image copyright BBC Thai

กับดัก: เขาเลือกมองย้อนไปไกลกว่า 4 ปี คสช. เพราะเห็นว่ากับดักสำคัญของประชาธิปไตยและประเทศไทยคือการ "รัฐประหารซ้ำซาก" ก่อการโดยคนกลุ่มน้อยที่ต้องการรักษาอำนาจทางเศรษฐกิจและสังคมของตัวเอง

เขาสืบค้นข้อมูลมาว่า หลังปฏิวัติสยามปี 2475 มีเพียง 24 ปี 310 วัน ที่ไทยมีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชชาชน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 29 ของกระบวนการประชาธิปไตยตลอด 86 ปีที่ผ่านมา และมีเพียง 5 ปี 226 วัน ที่มีสภาฯ จากการเลือกตั้ง ดังนั้นกับดักจึงไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2557 ตลอดอายุ 40 ปี ของเขามีความพยายามรัฐประหาร 5 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 3 ครั้ง ทว่าไม่เคยมีผู้นำรัฐประหารคนใดถูกเอาตัวมาลงโทษ

ทางออก: ข้อเสนอของพรรคอนาคตใหม่คือ ฝ่ายประชาธิปไตยต้องชนะในคูหาอย่างน้อย 3 ขั้น คือ

1. พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยต้องชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จ โดยได้เสียง ส.ส. เกิน 376 เสียงจาก 500 เสียงในสภาล่าง เพื่อไปชนะต่อเป็นเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) คือ 376 เสียงจาก 750 เสียง

2. ทำประชามติเพื่อขอแก้ไข รธน. ฉบับปี 2560 เปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมาจัดทำร่าง รธน. ฉบับใหม่ จากนั้นก็ไปชนะในคูหา

3. ขอฉันทามติใหม่ที่เป็นของประชาชนในกานำร่าง รธน. ฉบับใหม่ไปทำประชามติ

"นี่เรายอมเล่นในเกม คสช. แล้ว หลักการคือเราจะใช้ประชามติที่ใสบริสุทธิ์ 3 ครั้ง เพื่อทำลายทำลายประชามติที่โกง 1 ครั้ง ถ้าเดินตามโรดแมปนี้ จะไม่มีความวุ่นวาย แต่ต้องอาศัยพลังประชาชน นี่คือห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่จะชี้ขาดว่าพอแล้วกับเผด็จการ" นายธนาธรกล่าว

เขาบอกด้วยว่า "เราต้องการพลังคนไทยผู้รักประชาธิปไตย ขอเสียงทุกท่านเลือกพรรคที่เชิดชูและฝักใฝ่ประชาธิปไตย" อย่างไรก็ตามหากฝ่ายประชาธิปไตยไม่ชนะตามที่เขาหวัง ก็ไม่เป็นไร เพราะประชาธิปไตยเป็นเรื่องของความคิด จึงต้องทำงานกันในระยะยาว ไม่ใช่เรื่องใจร้อน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป

Image copyright BBC Thai

กับดัก: แม้ยอมรับว่าการชุมนุมของเขาในนาม กปปส. เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกับดักให้ประเทศ แต่เขาปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นด้วยกับการรัฐประหาร ท่ามกลางเสียงโห่ของประชาชนที่มาร่วมรับฟังการเสวนา เขายังชวนคนไทยห้องเสวนาย้อนทบทวนประวัติศาสตร์การเมืองช่วงปี 2551-2557 ที่เกิดเหตุวุ่นวายจากการชุมนุมทางการเมือง, มีสารพัดข้อกล่าวหาว่า ส.ส. ทำมาหากินโดยอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน ทั้งที่ประชาชนได้ใช้อำนาจเพียง 4 วินาทีตอนหย่อนบัตรเลือกตั้ง

"ตัวแทนที่รับมอบอำนาจประชาชนมาก็ทำการทุจริต ทุกวาจาอ้างประชาธิปไตย อ้างประชาชน ถ้าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราโหยหา ผมจะบอกว่าข้างหน้าไม่เจอหรอกครับ เพราะจากปี 2557 ถึงปัจจุบัน เราวางกลไกที่จะไม่ทำให้ไปเจอแบบนั้นอีก" นายไพบูลย์ระบุ พร้อมย้ำด้วยว่า ไม่มีใครมีความสามารถจะทำร้ายประเทศไทยได้ ขอให้มั่นใจในความเป็นไทย

ทางออก: ต้องยอมรับว่า รธน. ฉบับนี้มีช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เพื่อให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งควบคุมหลายอย่าง เช่น จะแก้รธน. ก็ไม่ง่าย เพราะต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 1 ใน 3 หรือประมาณ 80 คน แต่ทุกกลไกที่มีเชื่่าจะทำให้ประเทศเข้าสู่ "โหมดนิติรัฐ" หลังการเลือกตั้ง

"ในห้องนี้จะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่ในสังคมไทย คนทำมาหากินต้องการความสงบ ให้เศรษฐกิจเดินได้ สังคมข้างหน้า ตัวบทกฎหมายก็ถอยไม่ได้ รธน. ถอยไม่ได้" เขาแสดงความเห็น

"ไอ้ที่ท่านบอกกลัวเหลือเกินจะเกิดรัฐประหาร รังเกียจเหลือเกิน นั่นคือปัจจัยของรัฐบาล ถ้าเดินไปตามนี้ อย่างน้อยผมก็เชื่อว่า 5 ปีเราจะไม่มีปัญหาอย่างที่คิด เราก็จะเดินหน้าไปได้ตามสมควร ส่วนจะถูกใจฮาร์ดคอร์หรือไม่ ไม่ทราบ แต่สังคมไทยจะอยู่ด้วยนิติรัฐ ผมขอเถอะ มองด้านบวกบ้าง อนาคตประชาธิปไตยไม่ได้มีรูปแบบเดียว" นายไพบูลย์กล่าว

เขาบอกด้วยว่า "ขอให้ท่านทนไป 5 ปี ระหว่างทน แล้วท่านจะรู้สึกชอบ" เรียกเสียงโห่จากบรรดาผู้ฟังเสวนาอีกครั้ง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม