ถ้ำหลวง: สื่อทั่วโลกพร้อมใจรายงานการพบตัวทีมหมูป่าทั้ง 13 คน

  • 3 กรกฎาคม 2018
ภาพวาดนักเตะทีมหมูป่า

สื่อทั่วโลกต่างรายงานการพบเด็ก ๆ และผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหมู่ป่า แม่สาย อะแคเดมี ทั้ง 13 คน อย่างปลอดภัย เมื่อวานนี้ หลังติดอยู่ในถ้ำนานกว่า 10 วัน

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยพบตัวนักฟุตบอลทีมหมูป่าและโค้ช ที่หายไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแล้ว โดยจุดที่พบเลยหาดพัทยาไปราว 400 เมตร เมื่อเวลาราว 21:45 น. วานนี้ (2 ก.ค.)

ข่าวเกี่ยวกับภารกิจถ้ำหลวงได้ถูกรายงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มภารกิจครั้งนี้บนบีบีซีเวิลด์ และข่าวดีเมื่อคืนนี้ได้กลายเป็นข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดของเว็บไซต์ของบีบีซีนิวส์ตลอดเช้านี้อีกด้วย

คำบรรยายภาพ ข่าวการพบตัวเด็ก ๆ ในถ้ำหลวงเป็นหนึ่งในข่าวที่มีผู้สนใจมากที่สุดบนเว็บไซต์ bbcnews.com

หลายแผนกภาษาของบีบีซี รวมทั้งแผนกเกาหลี รายงานถึงข่าวนี้ด้วยเช่นกัน โดยโพสต์ภาพวาดผ่านอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า "จำทีมฟุตบอลเด็กที่หายไปในถ้ำใน จ. เชียงรายทางภาคเหนือของไทยได้ไหม? ทั้ง 12 คน และโค้ชของพวกเขาได้รับการยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังผ่านไป 10 วัน ฉันดีใจด้วยมาก ๆ "

เดอะนิวยอร์กไทม์ส ของสหรัฐฯ รายงานข่าวนี้เป็นข่าวหลักบนหน้าแรกของเว็บไซต์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ด้วยพาดหัวว่า "ภารกิจช่วยเหลือที่ถ้ำหลวง: เด็กทั้ง 12 คนถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่หลังจาก 10 วัน พวกผมหิวครับ"

Image copyright The New York Times
คำบรรยายภาพ ข่าวเกี่ยวกับการพบตัวเด็กทั้ง 12 คนบนเว็บไซต์ของนิวยอร์กไทม์ส

ด้าน เดอะการ์เดียน ของอังกฤษ รายงานข่าวนี้โดยแบ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของหน้าแรกให้กับภารกิจถ้ำหลวง โดยให้ความสนใจกลุ่มนักประดาน้ำชาวอังกฤษที่เป็นผู้พบเด็ก ๆ เป็นทีมแรกในครั้งนี้ ซึ่งระบุว่าพวกเขามีประสบการณ์การสำรวจถ้ำมานานกว่า 35 ปี รวมถึงยังมีการนำวิดีโอขณะที่พบทีมหมู่ป่าเป็นครั้งแรกมานำเสนอด้วย

Image copyright The Guardian
คำบรรยายภาพ ภาพจากหน้าเว็บไซต์ของเดอะการ์เดียน

ขณะที่ เดอะสเตรทไทม์ส ของสิงคโปร์ นำเสนอเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นข่าวใหญ่บนหน้าแรกของเว็บไซต์เช่นกัน พร้อมกับรายงานโดยอ้างถึง โดยรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากเอเอฟพีว่า เด็ก ๆ และโค้ช จะได้รับอาหารสำหรับอยู่ได้ถึง 4 เดือน และรับการฝึกดำน้ำเพื่อขั้นตอนเคลื่อนย้ายออกจากถ้ำ

นอกจากนี้ ข่าวการพบตัวทีมหมู่ป่าทั้ง 13 คนยังถูกรายงานในอีกหลายสื่อ อาทิ ซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐฯ ไอริชไทม์ส ของไอร์แลนด์ และเอ็นดีทีวี ของอินเดีย

Image copyright The Strait Times
คำบรรยายภาพ ภาพจากเว็บไซต์ straitstimes.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม