10 เรื่องที่สุดในปฏิบัติการ “ถ้ำหลวง”

  • 12 กรกฎาคม 2018
ภาพแรกของทีมหมูป่า 13 คนที่ถูกเผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์เมื่อ 11 ก.ค. แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง Image copyright Thai PRD/Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพแรกของทีมหมูป่า 13 คนที่ถูกเผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์เมื่อ 11 ก.ค. แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียม "ถอดบทเรียน" ของปฏิบัติการ "ถ้ำหลวง" เพื่อช่วยเหลือนักเตะเยาวชนอายุ 11-17 ปี และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายรวม 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จาก "ภารกิจที่ยากจะเป็นไปได้" ทว่าภายใต้ความร่วมแรงร่วมใจของทีมไทยและนานาชาติ ทำให้ปฏิบัติการที่ใช้เวลา 17 คืน 18 วัน กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการกู้ภัย

บีบีซีไทยรวบรวม 10 เรื่องที่สุดในปฏิบัติการ "ถ้ำหลวง" มานำเสนอ ดังนี้

1. ยากที่สุด :

บรรยากาศภายในมืดสนิท บางจุดแคบมาก ต้องปีนโขดหินคล้าย ๆ กับการไต่หน้าผา ขณะเดียวกันเกือบทุกพื้นที่ภายในถ้ำเต็มไปด้วยน้ำเย็นเฉียบ ไหลเชี่ยวกราก มีมวลน้ำเติมเข้ามาเรื่อย ๆ และยากจะคาดเดาปริมาณ คือคำบรรยายสภาพถ้ำหลวงจากปากของ อีวาน คาราจิทช์ นักดำน้ำชาวเดนมาร์ก และ น.อ. อนันต์ สุราวรรณ ผบ. กรมรบพิเศษ1 หัวหน้า ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงระดับความยากของการ "กู้ภัยในถ้ำ"

นักดำน้ำชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (ซีล) ต้องทำงาน "ภายใต้ทัศนวิสัยใต้น้ำที่ขุ่นมัว" อยู่เกือบตลอดเวลา เพราะมีโคลนหนาทึบ

เมื่อทางเลือกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในการนำ 13 ชีวิตทีมหมูป่ากลับบ้านคือ "ออกทางปากถ้ำ" หน่วยซีลจึงกลายสภาพเป็น "มนุษย์น้ำ" ขนขวดอากาศราว 400 ขวดเข้าไปภายในถ้ำ เพื่อควานหาตัวผู้ติดอยู่ภายใน ซึ่ง พล.ร.ต. อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล ยอมรับว่า "ภารกิจตรงนี้ยากจริง ๆ ไม่เคยเจอ"

Image copyright กองทัพเรือ
คำบรรยายภาพ สภาพการทำงานของหน่วยซีลภายในถ้ำ เมื่อ 30 มิ.ย.

ขณะที่ เบน เรย์มีแนนต์ส นักดำน้ำชาวเบลเยียม กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า "การดำน้ำในถ้ำนี้ คือยอดเขาเอเวอเรสต์ของการดำน้ำ"

ทว่าด้วยการวางแผนรอบคอบรัดกุมทุกด้าน แรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย องค์ความรู้และความสามารถเฉพาะตัวของนักดำน้ำ ทำให้ "ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้" กลายเป็น "ภารกิจที่เป็นไปได้" ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายฯ (ศอร.) ชี้ว่า "เราได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของการกู้ภัย และประวัติศาสตร์นี้ก็จะจารึกอยู่ตลอดไปในประเทศไทย และผมถือว่าอาจจะเป็นของสากลด้วย"

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์แถลงปิด ศอร. หลังตั้งศูนย์นาน 17 วัน และทำให้เกิด "มิชชั่น พอสซิเบิล" (ภารกิจที่เป็นไปได้)

ขณะที่สมาคมกู้ภัยในถ้ำแห่งอังกฤษ (BCRC) ออกแถลงการณ์เมื่อ 11 ก.ค. ระบุว่านี่คือการจบภารกิจกู้ภัยที่ "เหลือเชื่อที่สุด" ครั้งหนึ่งของโลก

2. เครียดที่สุด :

นับจากเข้าร่วมภารกิจเมื่อ 24 มิ.ย. หรือ 1 วันหลังเด็ก ๆ ไปติดอยู่ในถ้ำ หัวหน้าหน่วยซีลอย่าง น.อ. อนันต์ สุราวรรณ ยอมรับว่าเครียดทุกนาที แต่วันที่เครียดที่สุดคือ 23 ชม. ที่ลูกน้องหายไป-ไร้การติดต่อ หลังนักดำน้ำชาวอังกฤษไปเจอเด็ก ๆ เมื่อ 2 ก.ค. โดยใช้เวลา 5 ชม. ครึ่งกลับออกมาแจ้งข่าว จึงประเมินกันว่าทีมหมูป่าน่าจะอยู่ห่างออกไป 500-700 ม. จึงเตรียมเสบียงและแผ่นฟอยล์เข้าไป โดยส่งทีมแรก 4 คน คัดคนที่คิดว่าเจ๋งที่สุด อีก ชม. ต่อมาก็ส่งทีมที่สองไปอีก 3 คน มี พ.ท. นพ.ภาคย์ โลหารชุน เข้าไปด้วย

"ทั้ง 2 ทีมขาดการติดต่อไป 23 ชม. ตอนนั้นเป็นความเครียดของผู้ปฏิบัติที่ส่งลูกน้องไป ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ต่างชาติเขาดำ 5 ชม. คิดว่าศักยภาพของเรา 7-8 ชม. ต้องกลับ" ผู้การอนันต์เล่า

กระทั่ง 23 ชม. ผ่านไป มีซีล 3 นายกลับออกมารายงานข่าว ส่วนอีก 4 นายใช้ขวดอากาศจนหมดถัง

ในการทำงานของซีล พวกเขาไม่รู้วันรู้คืน รู้เพียงว่าเป็นเวลากี่ ชม. แล้วที่ลูกน้องหายไปในความมืด

"ทุกครั้งที่ส่งลูกน้องออกไปทำงาน 10 ชม. ก็มี 7 ชม. ก็มี 3-4 ชม. ก็มีกว่าเขาจะกลับมาให้เราเห็นว่ายังมีชีวิตอยู่ นี่คือความยากของมัน" น.อ. อนันต์บอกและว่า "เหตุการณ์ที่รับผิดชอบ เครียด มืด เป็นงานใหม่ที่ไม่เคยประสบการณ์ ความเย็นน้ำในถ้ำ และไม่รู้ว่าน้ำจะมาอีกเมื่อไหร่ แต่เรามีทีมนักฟุตบอล 13 ชีวิตที่รอคอยเราอยู่ ที่เราทิ้งไม่ได้"

3. วิกฤตที่สุด :

สองปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวเร่งให้ ศอร. ต้องตัดสินใจนำทีมหมูป่าดำน้ำออกจากถ้ำ หนีไม่พ้น มวลน้ำ และอากาศ ซึ่งผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์เปิดเผยว่ามีราว 5 แสนล้าน ลบ.ม. ที่กดดันเด็ก ๆ อยู่ และทีมงานต้อง "รบกับน้ำ" ตลอดเวลา แม้เร่งสูบน้ำทั้งวันทั้งคืน แต่ระดับน้ำในถ้ำในช่วงแรก ๆ ลดลงโดยเฉลี่ยแค่ 1-2 ซม./วัน ก่อนที่ช่วงหลัง ๆ จะลดลง 1 ซม./ชม.

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แม้ใช้เครื่องสูบน้ำพลังสูงเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำตลอดวัน แต่ระดับน้ำลดลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

ในทัศนะของ ผบ.ศอร. วันที่ 27 มิ.ย. คือ "วิกฤตที่สุด" เพราะต้องเสียพื้นที่เกือบทั้งหมดในถ้ำให้กับน้ำ หลังฝนถล่มลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง จนน้ำเอ่อล้นออกมาถึงปากถ้ำ เจ้าหน้าที่ต้องถอยร่น-ย้ายกองบัญชาการของ ศอร. ออกไปอยู่นอกถ้ำ ทั้งนี้มีการประเมินว่าหากเคลื่อนย้าย 13 ชีวิตทีมหมูป่าไม่ทันหน้าน้ำ บริเวณ "เนินนมสาว" ที่พวกเขาพักคอยอยู่จะจมน้ำ

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ภารกิจวางขวดอากาศภายในถ้ำเป็นสิ่งเร่งด่วนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. หลังมีข่าวเรื่องระดับออกซิเจนในถ้ำไม่ถึง 15 เปอร์เซ็นต์

ส่วนอีกวิกฤตคือระดับออกซิเจนภายในถ้ำ ซึ่งตรวจวัดแล้วพบว่าเหลือเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ "ถ้าออกซิเจนเหลือ 12 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ช็อก ซึม โคม่า จึงบีบทำให้เราต้องรีบทำงานแข่งกับเวลามากขึ้น" ผู้ว่าฯ ณรงคศักดิ์ระบุ

4. เสียสละที่สุด :

"แม้แต่วินาทีสุดท้ายที่ไม่มีลมหายใจ ก็ยังทำให้ครอบครัวภูมิใจและเป็นเกียรติ" ภรรยาของจ่าแซม หรือ จ.อ. สมาน กุนัน กล่าวทั้งน้ำตา หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของสามีขณะปฏิบัติภารกิจวางขวดอากาศในถ้ำ ร่วมกับทีมต่างชาติ 4 คน และชาวไทย 1 คน ไม่เพียงทีมกู้ภัย คนไทย แต่คนทั่วโลกต่างยกให้จ่าแซมเป็น "วีรบุรุษถ้ำหลวง"

น.อ. อนันต์ สุราวรรณ เล่าถึงวันแห่งความสูญเสียว่า ชาวต่างชาติที่ปฏิบัติภารกิจร่วมกับจ่าแซมใช้เวลา 3 ชม. ในการกลับออกมา จึงคาดการณ์ว่าลูกน้องเราก็คงไม่เกิน 5 ชม.

"5 ชม. ผ่านไป 6 ชม. ผ่านไป 7 ชม. ผ่านไป ไม่กลับมาทั้ง 2 คน แต่ก็ยังประเมินสถานการณ์ก็ยังเข้าข้างตัวเองว่าจากข้อมูลหลังจากดำออกโถงไปแล้ว 400 ม. จะมีช่วงน้ำตื้นที่สามารถเดินได้ มีดำน้ำเป็นช่วง ๆ ก็ยังมั่นใจว่า ลูกน้องเราอาจจะเหนื่อยแล้วพัก จนประมาณตี 1 คู่บัดดี้ก็ดำกลับมาที่โถง 3 คนเดียว แล้วแจ้งว่า เกิดเหตุไม่ดีขึ้น" หัวหน้าหน่วยซีลกล่าวและว่า "ก็เป็นคืนที่เราสูญเสีย แต่ว่าสูญเสีย 1 ชีวิต กับอีก 13 ชีวิตที่ยังคอยเราอยู่ เราต้องเดินหน้าต่อ"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ บรรยากาศที่สนามบิน จ.ร้อยเอ็ดเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยมีครอบครัวและญาติของ จ.อ. สมาน มารอรับศพ เมื่อ 7 ก.ค.
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

การเสียสละชีวิตของจ่าแซม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนซึมเศร้า ก่อนที่พวกเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังว่าภารกิจนำ 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำต้องสำเร็จ

5. ชุมนุม "ดาราโลก" มากที่สุด :

ตลอดปฏิบัติการ "ถ้ำหลวง" มีผู้เชี่ยวชาญและนักดำน้ำต่างชาติ-ต่างสังกัด 47 คนเดินทางมาที่โป่งผาโดยมิได้นัดหมาย ทว่าพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันคือการพา 13 ชีวิตออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์เรียกว่าเป็นการรวมตัวของ "ทีมดาราโลก"

ในจำนวนนี้มี 13 คนที่ร่วมภารกิจลำเลียงทีมหมู 3 ชุดออกจากถ้ำ ระหว่างวันที่ 8-10 ก.ค. กับทีมซีลไทยที่ "คัดเป็นพิเศษ" 5 คน

วิธีการ-แนวทาง-เทคนิคดำน้ำในถ้ำของนักดำน้ำระดับ "ดาราโลก" จาก 7 ประเทศถูกถ่ายทอดและส่งต่อให้ซีลไทยเพื่อให้ภารกิจลุล่วง ทว่าสิ่งที่พวกเขาได้กลับไปคือ "ประสบการณ์" ที่หาไม่ได้ในการดำน้ำครั้งไหน ๆ ที่พวกเขาเคยผ่านมา

6. สามัคคีที่สุด :

18 วันของปฏิบัติการ "ถ้ำหลวง" เป็นภารกิจที่ได้รับความร่วมแรง-ร่วมมือ-ร่วมใจมากที่สุด ถึงขนาดที่ ผบ.ศอร. นำไปสรุปว่า "ความสามัคคี" ทั้งในหมู่คนไทยและต่างประเทศ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ภารกิจลุล่วง เป็นการทลายภาษาและเชื้อชาติ

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมและสนับสนุนภารกิจครั้งนี้นับหมื่นคน ทว่าข้อมูลที่รายงานที่ประชุมสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อ 11 ก.ค. ระบุว่ามีคน 4,559 คน จาก 271 หน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการ

"ทุกคนเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อกัน จนเป็นภาพความสำเร็จนี้" ผบ.ศอร. แถลง

7. แข็งแกร่งที่สุด :

ท่ามกลางกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่เห็นแตกต่างหลากหลาย บ้างก็ว่า 13 ทีมหมูป่าคือฮีโร่, พระเอก, ผู้ร้าย บ้างก็ว่าเป็นเด็กซน ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ผอ.ศอร. นิยามพวกเขาว่าเป็น "เด็กที่มีความสุขและปฏิบัติไปตามวิสัย"

ขณะที่ทีมกู้ภัยอย่าง อีวาน คาราจิทช์ นักดำน้ำชาวเดนมาร์ก ยกให้พวกเขา "แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ" เพราะทั้งหมดติดอยู่ในถ้ำกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่ได้รับประทานอะไรเลย-ไม่ได้เจอพ่อแม่ ที่สำคัญทั้งหมดไม่เคยผ่านการดำน้ำมาก่อน จึงถือเป็นการ "ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีเด็กคนใดเคยทำ"

Image copyright THAI NAVYSEAL/FACEBOOK
คำบรรยายภาพ หน่วยซีลเผยแพร่คลิปวิดีโอทีมหมูป่าฯ ทักทายคนนอกถ้ำ เมื่อช่วงเช้า 4 ก.ค. แสดงให้เห็นรอยยิ้มของหลายคน พร้อมยืนยันว่าพวกเขา "แข็งแรงดี"

ขณะที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ยกให้ พ.ท. นพ.ภาคย์ โลหารชุน เป็นหมอที่ "แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" หลังเข้าไปดูแลปฐมพยาบาลทีมหมูป่าภายในถ้ำ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเกือบตลอดเวลา และเป็นชุดสุดท้ายที่ออกจากถ้ำเมื่อ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา

8. กระแสพุ่งแรงที่สุด :

ตลอดเวลาที่ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 800 คน (เฉพาะที่ลงทะเบียนกับ ศอร.) เดินทางไปเกาะติดสถานการณ์การค้นหา-กู้ภัย-ส่งกลับ ที่ถ้ำหลวง ทำให้ผู้สื่อข่าวหลายคนอดแสดงความ "ดีใจ" ไม่ได้เมื่อเห็นรถพยาบาลคันสุดท้ายเคลื่อนจากปากถ้ำหลวง ถึง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หลังผ่าน 18 วันที่รอคอย

ทั้ง โจนาธาน เฮด แห่งบีบีซี และ แมตต์ ริเวอร์ส แห่งซีเอ็นเอ็น ต่างบอกว่านี่เป็นเรื่องที่ "น่าทึ่ง"

นอกจากนี้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ยังพร้อมใจกันพูดถึงปฏิบัติการในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้นำประเทศ นักฟุตบอลระดับดาวดังของโลก ดารานักแสดง เฉพาะวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งเป็น "ดีเดย" วันสุดท้ายในการปฏิบัติการลำเลียงทีมหมูป่าชุดสุดท้าย 5 คนออกจากถ้ำ รอยเตอร์รายงานว่ามีผู้ค้นหาด้วยคำว่า "Thai cave rescue" จากกูเกิลถึง 359 ล้านครั้ง ขณะที่แฮชแท็กยอดฉิตในทวิตเตอร์คือ #Thaicaverescue, #boarteam, #Thainavyseals, #PrayForThaiBoys และ #Bringtheboarteambackhome

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เด็ก ๆ ดูภาพถ่ายนักเตะเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี หลังร่วมสวดมนต์ขอพรให้ทั้ง 13 คนปลอดภัย ณ โบสถ์แห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ส่วนเทรนด์ทวิตเตอร์ในเมืองไทย 10 อันดับแรก ก็กลายเป็นเรื่องราวของทีมหมูป่าถึง 5 แฮชแท็ก ภายในเวลาไม่ถึง ชม. หลังมี "ข่าวดี" ว่าสมาชิกทีมหมูป่าล็อตสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย ประกอบด้วย อันดับ 1 #พาทีมหมูป่ากลับบ้าน, อันดับ 2 #ThaiCaveRescue, อันดับ 4 Thai Navy SEALs, อันดับ 8 #Hooyah, อันดับ 9 #Wild Boar และอันดับ 10 #Chiang Rai

9. ที่สุดแห่งพลังศรัทธา :

ท่ามกลางการเฝ้ารอด้วยจิตใจพะวักพะวงของ 13 ครอบครัวทีมหมูป่า โดยหวังให้ทุกคนหวนคืนสู่อ้อมกอดครอบครัวอย่างปลอดภัย หนึ่งในบุคคลที่กลายเป็นเครื่องสะท้อน "ความศรัทธา" และกลายเป็น "ที่พึ่งทางใจ" ของบรรดาผู้เฝ้ารอ ก็คือพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร พระเกจิชื่อดังของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ลาว เมียนมา

ท่านเดินทางมายังทำหลวงอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อประกอบพิธีเปิดป่าขอขมาและแผ่เมตตา โดยมีครอบครัวของ 13 หมูป่าร่วมพิธี สองครั้งแรกคือ วันที่ 29 มิ.ย. และ 30 มิ.ย. ซึ่งพระครูบุญชุ่มบอกสั้น ๆ ว่า "วันสองวันอาจจะได้เห็น... ทุกคนยังอยู่" และครั้งที่สาม เมื่อ 4 ก.ค. เพื่อประกอบพิธีแผ่เมตตาเปิดทางถ้ำ

Image copyright AFP/Getty Image
คำบรรยายภาพ พระครูบาบุญชุ่มประกอบพิธีแผ่เมตตาเปิดทางถ้ำ เมื่อ 4 ก.ค.

หนึ่งในเครื่องรางประจำตัวของทีมซีลไทยที่ได้รับมอบจากพระครูบาบุญชุ่มก็คือาว สร้อยปะคำข้อมือและสายสิญจน์ที่ทีมงานพกติดตัวเสมอยามเข้าถ้ำ

10 ที่สุดแห่งเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ :

ท้ายที่สุดนี้บีบีซีไทยขอรวบรวมเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่สร้างเรื่อง "ดรามา" ในช่วงปฏิบัติการ

  • ดีใจที่สุด หลัง 2 นักดำน้ำชาวอังกฤษพบนักเตะเยาวชนและโค้ชครบทั้ง 13 คน เมื่อ 2 ก.ค.
  • เสียใจที่สุด หลังทราบข่าว จ.อ. สมาน กุนัน เสียชีวิต เมื่อ 6 ก.ค. ระหว่าง ปฏิบัติหน้าที่
  • เรียกรอยยิ้มได้มากที่สุด หลังได้อ่านข้อความใน "จดหมายน้อย" ที่เด็ก ๆ ทีมหมูป่าและผู้ปกครองสื่อสารกัน เมื่อ 7 ก.ค.
  • ลุ้นที่สุด กับการปฏิบัติการ "กู้ภัย" วันแรก 8 ก.ค. เพื่อพาทีมหมูป่าชุดแรก 4 คนออกจากถ้ำ และยังลุ้นต่อเนื่องอีก 2 วัน
  • สุขที่สุด เมื่อได้รับคำยืนยันว่า 13 ชีวิตทีมหมูป่าปลอดภัยทุกคน เมื่อ 10 ก.ค.
  • โล่งใจที่สุด เมื่อได้เห็นภาพแรกของทีมหมูป่าขณะรักษาตัวใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ระหว่างแถลงปิด ศอร. เมื่อ 11 ก.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม