ถ้ำหลวง: จากปฏิบัติการกู้ภัยสู่หนังฮอลลีวูด

  • 14 กรกฎาคม 2018
ถ้ำหลวง Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ปฏิบัติการที่ใช้เวลา 17 คืน 18 วัน กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการกู้ภัย

ชาวนาที่ยอมให้น้ำท่วมนาของตัวเอง ทีมเก็บรังนกที่โรยตัวลงไปในโพรงถ้ำ และอดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตในถ้ำหลวง เป็นตัวอย่างของเรื่องราวที่ผู้ผลิตภาพยนตร์สหรัฐฯ อยากจะสะท้อนให้ทั่วโลกเห็น

เขาย้ำอีกว่าจะถ่ายทอดออกมาโดยที่มีคนไทยเป็นตัวหลัก หลังจากที่มีกระแสว่าจะมีการใช้นักแสดงต่างชาติแสดงเป็นคนไทย

เพียวฟลิกซ์ (Pure Flix) เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตภาพยนตร์สัญชาติสหรัฐอเมริกา สองแห่งที่ได้ประกาศว่าจะนำพล็อตเรื่อง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มาสร้างเป็นภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู้ด โดยอีกแห่งคือ ไอแวนโฮ พิคเจอร์ส (Ivanhoe Pictures)

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ไมเคิล สก็อต ซีอีโอเพียวฟลิกซ์ (ขวา) และ อดัม สมิธ โปรดิวเซอร์ (ซ้าย)

ไมเคิล สก็อต ซีอีโอเพียวฟลิกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ความเชื่อ และแรงบันดาลใจ กล่าวกับบีบีซีไทยที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.แม่สายว่า เรื่องราวของการช่วยเหลือชีวิตทีมฟุตบอล "หมูป่า" เป็นเรื่องราวของคนที่มาร่วมกันช่วยเหลือเด็ก ๆ ในหนึ่งในสถานการณ์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในโลก

"ในสงครามและในสภาวะยากลำบาก ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเสมอ นี่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หาได้ยากที่ได้เห็นพลังของจิตวิญญาณของมนุษย์และสังคมนานาชาติในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน" สก็อตกล่าว "มันเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่ง"

Image copyright Getty Images

ใกล้ชิดกับเมืองไทย

สก็อต และ อดัม สมิธ โปรดิวเซอร์ของเพียวฟลิกซ์ เดินทางมาถึง อ.แม่สาย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการลำเลียงเด็กชุดแรกออกมาจากถ้ำ

ทั้งคู่ได้เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อพูดคุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในภารกิจถ้ำหลวง แต่ย้ำว่าจะไม่มีการเร่งรัดใด ๆ ในการพูดคุยกับเด็ก ๆ และครอบครัว

"เราจะค่อยเป็นค่อยไปเพื่อข้อมูลทุกอย่างจะถูกวาดภาพออกมาอย่างถูกต้อง" สมิธ กล่าว "เราต้องให้ความเคารพกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชน เด็กพวกนี้ผ่านความเครียดมามาก เราจึงไม่รีบที่จะค้นหาเรื่องราวส่วนตัวของพวกเขา สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการหาว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างไร นี่คือเหตุผลที่เรามาลงพื้นที่"

Image copyright Panupong Changchai/BBCThai

ผู้บริหารทั้งสองคนมีความใกล้ชิดกับประเทศไทย และอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงที่เด็ก ๆ ติดอยู่ในถ้ำเป็นวันแรก โดยภรรยาของสก็อตเป็นคนไทยที่มีบ้านเกิดอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด และเกิดที่หมู่บ้านเดียวกับจ่าเอกสมาน กุนัน หรือ "จ่าแซม" ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติการพาทีม "หมูป่า" ออกจากถ้ำหลวง ซึ่งเขาและภรรยาจะเดินทางมาที่ไทยปีละ 3-4 เดือน

ส่วนสมิธอาศัยอยู่ที่ไทยเป็นเวลา 5 ปีแล้ว และพูดภาษาไทยได้เล็กน้อย

Image copyright Pureflix

"เราอยากจะสะท้อนถึงความผูกผันของเด็กในถ้ำ และความพยายามในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับโค้ช" สมิธ กล่าว "เราไม่อยากให้เรื่องนี้เกี่ยวกับการเมืองหรือเป็นวาระของใคร เราอยากจะสะท้อนมุมมองเชิงแรงบันดาลใจแทนที่จะเป็นการโทษกันไปโทษกันมา"

คนไทยเป็นหลัก

ในขณะที่เดียวกัน แวดวงออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการ "whitewash" ในภาพยนตร์ ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ฟอกขาว" หรือการใช้นักแสดงผิวขาวหรือฝรั่งมาเล่นแทน จนมีกระแสในทวิตเตอร์ที่ออกแนวหยอกล้อ เชียร์ให้ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน มารับบทเป็นเด็กที่ติดอยู่ในถ้ำ ซึ่งเธอเองเคยรับบทเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Ghost in the Shell ซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะเป็นคนญี่ปุ่น

"เราเข้าใจว่ามีความกังวลใจในสังคมไทยว่าจะมีการสร้างหนังเรื่องนี้แบบ whitewash ซึ่งเราจะไม่ทำแบบนั้น เราอยากจะแสดงให้เห็นทั้งมุมของคนไทยและสังคมนานาชาติที่มาร่วมกัน" สมิธ กล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า คนไทยจะมีบทบาทสำคัญในหนังเรื่องนี้

Image copyright Getty Images

หลังจากที่เพียวฟลิกซ์เปิดเผยแผนการสร้างภาพยนตร์เรื่องภารกิจถ้ำหลวง สื่อสหรัฐฯ ได้รายงานว่า จอห์น เอ็ม ชู ซึ่งล่าสุดร่วมมือกับไอแวนโฮในการกำกับภาพยนตร์รักคอเมดี้เรื่อง Crazy Rich Asians ที่วางแผนเข้าฉายที่สหรัฐฯ ในเดือนหน้า จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีพล็อตเรื่องมาจากภารกิจถ้ำหลวงเช่นกัน โดยบริษัทอ้างว่าได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยและกองทัพเรือให้ผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้

ชูได้ย้ำในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าภาพยนตร์ของเขาจะให้ความเป็นธรรม

"ผมจะไม่ยอมให้ฮอลลีวู้ด whitewash เรื่องกู้ชีวิตถ้ำไทยเด็ดขาด" ชูเขียนในทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ "มันเป็นเรื่องที่สวยงามที่เกี่ยวกับมนุษย์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่คิดเรื่องนี้ควรทำให้ถูกต้องและให้เกียรติ"

ฉายในอีกสองปี

สก็อตคาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งกว่าจะเริ่มสร้างภาพยนตร์ และคาดว่าจะออกฉายได้ในปี 2563

"ขณะนี้เรากำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยขั้นสุดท้ายกับคนเขียนบทภาพยนตร์ชั้นนำ 2-3 คน แต่เราไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ในขณะนี้" สก็อต กล่าว

เพียวฟลิกซ์ ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2548 มีสำนักงานอยู่ที่เมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ และมีพนักงาน 100 คน โดยผลิตภาพยนตร์ปีละ 6-10 เรื่อง

Image copyright Pureflix

นอกจากผลิตภาพยนตร์แล้ว บริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการรับชมภาพยนตร์ผ่านทางออนไลน์ที่คล้ายกับการให้บริการของเน็ตฟลิกซ์ โดยมีสมาชิกกว่าครึ่งล้านคน ให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ และแคนาดา แต่มีแผนที่จะขยายบริการไปยังประเทศอื่น ๆ

ภาพยนตร์ชื่อดังที่สุดของบริษัทคือเรื่อง God's Not Dead หรือ พระเจ้ายังไม่ตาย โดยเป็นภาพยนตร์แนวศาสนาคริสต์ที่ออกฉายเมื่อปี 2557 และสร้างรายได้ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเงินลงทุน 2 ล้านเหรียญ

นอกจากนั้น บริษัทได้ร่วมมือกับ Universal Studios เพื่อผลิตภาพยนตร์เรื่อง Unbroken 2 ซึ่งจะวางฉายในเดือนกันยายน โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นภาคต่อของ Unbroken ที่ฉายในปี 2557 ที่เป็นผลงานกำกับของดาราดังอย่างแองเจลิน่า โจลี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม